ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โลกดิจิทัลได้เปลี่ยนวิธีที่มนุษย์เชื่อมโยงกันอย่างสิ้นเชิง โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างการมีส่วนร่วมสูงสุด แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการเสพติด การแข่งขัน และการลดทอนคุณภาพของความสัมพันธ์จริงในชีวิตประจำวัน
หลายคนมี “เพื่อน” นับพันในโลกออนไลน์ แต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อมองหาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งในโลกจริง
งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า วงสังคมของผู้คนกำลังหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขที่สะท้อนชัดคือ เพียง 20% ของคนทำงานบอกว่ามี “เพื่อนสนิท” ในที่ทำงาน ลดลงจาก 25% เมื่อปี 2019 ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กลับมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในวิกฤตนี้ เช่น Mark Zuckerberg ที่เสนอแนวคิด “เพื่อนเสมือน” ขับเคลื่อนด้วย Generative AI เพื่อเติมเต็มช่องว่างความสัมพันธ์ที่หายไป
คำถามสำคัญคือ การสร้าง “เพื่อนเสมือน” จะช่วยแก้ปัญหาความโดดเดี่ยวจริงหรือไม่ หรือจะยิ่งทำให้มนุษย์ห่างไกลจากกันมากขึ้น?
นักจิตวิทยา Jamil Zaki และนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ Noah Goodman ชี้ว่า หากเราต้องการสร้าง AI ที่ดีกว่า เราจำเป็นต้องออกแบบมันให้ตรงกันข้ามกับแนวโน้ม “ต่อต้านสังคม” ที่เทคโนโลยีจำนวนมากเคยสร้างไว้ AI ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ ไม่ใช่ทำลาย
ความสัมพันธ์ของมนุษย์มีมูลค่ามหาศาล หากรวมทุกวิธีที่ผู้คนจ่ายเพื่อการเชื่อมโยง ตั้งแต่แอปหาคู่ไปจนถึงซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานร่วมกัน ตัวเลขอาจสูงถึงหลายล้านล้านดอลลาร์ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ การลงทุนเหล่านี้ไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นจริง ผู้คนกลับรายงานว่ามีเพื่อนน้อยลง รู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น และความไว้วางใจในสังคมลดลง
...AI กำลังถูกนำมาใช้ในหลายรูปแบบเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยเฉพาะในด้านการบำบัดและการเป็นเพื่อนคุย หลายบริษัทพัฒนาแชตบอทที่สามารถแสดงความเห็นอกเห็นใจ รับฟัง และให้คำแนะนำเบื้องต้นด้านสุขภาพจิต ซึ่งหากใช้อย่างระมัดระวัง อาจช่วยลดความเครียดและความเหงาได้จริง
แต่ความเสี่ยงก็มีอยู่ไม่น้อย หาก AI ถูกออกแบบเพื่อดึงดูดความสนใจอย่างไม่สิ้นสุด มันอาจกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้คนติดอยู่กับโลกเสมือนมากขึ้น และยิ่งห่างไกลจากความสัมพันธ์จริง
Zaki และ Goodman เสนอว่า เราต้อง “กลับด้าน” วิธีคิดในการออกแบบ AI แทนที่จะสร้างระบบที่ทำให้ผู้ใช้ใช้เวลามากขึ้น เราควรสร้างระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมโยงกับคนอื่นได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น AI ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้ติดต่อเพื่อนเก่า นัดพบเพื่อนร่วมงาน หรือสร้างกิจกรรมที่ทำร่วมกันในโลกจริง
แนวคิดนี้คล้ายกับการออกแบบ “เทคโนโลยีเพื่อความสัมพันธ์” ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนคลิกหรือเวลาที่ใช้บนแพลตฟอร์ม แต่วัดจากคุณภาพของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริง
แน่นอนว่าการสร้าง AI ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยทั้งความเข้าใจด้านจิตวิทยาและการออกแบบเชิงเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่หากทำได้สำเร็จ ผลลัพธ์อาจมหาศาล ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาความโดดเดี่ยว แต่ยังสร้างสังคมที่มีความไว้วางใจและความร่วมมือมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น AI ที่ช่วยทีมงานในองค์กรสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือ AI ที่ช่วยนักเรียนสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้เทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็น “สะพาน” ที่เชื่อมมนุษย์เข้าหากัน
หากเราต้องการสร้าง AI ที่ดีกว่า เราต้องออกแบบมันให้ตรงกันข้ามกับแนวโน้มต่อต้านสังคมที่เทคโนโลยีเคยสร้างไว้ AI ไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้ผู้คนใช้เวลาอยู่หน้าจอนานขึ้น แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์กลับมาเชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง
การพลิกแนวคิดนี้อาจเป็นก้าวสำคัญในการทำให้ AI ไม่ใช่เพียง “ผู้ช่วย” แต่เป็น “ผู้สร้างสังคม” ที่ช่วยให้มนุษย์มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีคุณภาพมากขึ้น
Key Takeaways
- โซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีจำนวนมากสร้างแนวโน้มต่อต้านสังคม ทำให้ผู้คนโดดเดี่ยว
- AI กำลังถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาความเหงา แต่มีความเสี่ยงหากออกแบบเพื่อการเสพติด
- แนวทางใหม่คือการออกแบบ AI ที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์จริง ไม่ใช่แทนที่
- ความสำเร็จของ AI ควรวัดจากคุณภาพของความสัมพันธ์ ไม่ใช่เวลาที่ใช้บนแพลตฟอร์ม
- หากทำได้ AI อาจกลายเป็นสะพานที่เชื่อมมนุษย์เข้าหากัน และสร้างสังคมที่เข้มแข็งขึ้น
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
Sources: To Build a Better AI, Reverse Its Antisocial Tendencies