บทความนี้สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า การนำ AI มาใช้ในองค์กรไม่ใช่แค่เรื่องของการติดตั้งเครื่องมือใหม่ แต่เป็นเรื่องของการสร้าง “ระบบนิเวศ” ที่ช่วยให้แรงงานทุกคนสามารถเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้
AI จะเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรได้จริง ก็ต่อเมื่อแรงงานรู้สึกว่า
- พวกเขาได้รับการสนับสนุน
- พวกเขาได้รับการฝึกอบรม
- พวกเขาเข้าใจว่าทำไมต้องใช้ AI
- พวกเขามีความมั่นใจในการใช้งาน
หากองค์กรยังคงเดินหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่สร้างสะพานเชื่อมช่องว่างด้านทักษะ ความเหนื่อยล้า ความกังวล และความไม่เชื่อมั่นจะยิ่งเพิ่มขึ้น และสุดท้าย AI อาจกลายเป็นภาระมากกว่าเป็นโอกาส
การเดินทางของเทคโนโลยี AI ในที่ทำงานเคยถูกมองว่าเป็น “พระเอก” ที่จะเข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพ ลดภาระงาน และเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการทำงานที่ฉลาดขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานกับ AI กลับซับซ้อนขึ้นกว่าที่หลายคนคาดไว้มาก
ผลการสำรวจจาก ManpowerGroup ในรายงาน 2026 Global Talent Barometer สะท้อนภาพที่น่าคิด แม้การใช้งาน AI จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ความเชื่อมั่นของแรงงานกลับลดลงอย่างน่าตกใจ
นี่ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีที่ก้าวเร็วเกินไปเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “มนุษย์” ที่กำลังพยายามวิ่งตามให้ทันโลกที่เปลี่ยนเร็วเกินไปสำหรับหลายคน
...รายงานชี้ว่า การใช้งาน AI ในหมู่แรงงานเพิ่มขึ้นถึง 13% ในปี 2025 ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทต่าง ๆ ได้นำเครื่องมือ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำวันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นงานวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนเอกสาร การสรุปข้อมูล หรือแม้แต่การตัดสินใจเชิงธุรกิจบางส่วน
แต่ในขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นของแรงงานกลับลดลงถึง 18% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สวนทางกับการใช้งานอย่างชัดเจน และนี่คือสัญญาณเตือนสำคัญว่า การนำ AI มาใช้โดยไม่มี “บริบท” และ “การสนับสนุน” ที่เหมาะสม อาจสร้างผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกับที่องค์กรคาดหวัง
Mara Stefan ผู้บริหารจาก ManpowerGroup ให้สัมภาษณ์ว่า
“AI adoption is accelerating, but confidence is collapsing… Workers are being handed tools without training, context, or support.”
“การนำ AI มาใช้กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความเชื่อมั่นกลับพังทลายลง… พนักงานต่างถูกหยิบยื่นเครื่องมือมาให้ โดยปราศจากการฝึกอบรม บริบท หรือการสนับสนุนที่จำเป็น”
คำพูดนี้สะท้อนปัญหาหลักอย่างชัดเจนว่า เทคโนโลยีเดินหน้า แต่คนไม่ได้รับการเตรียมพร้อมให้เดินไปด้วยกัน
...หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ความเชื่อมั่นที่ลดลงอย่างรุนแรงในกลุ่มแรงงานรุ่นใหญ่ โดยเฉพาะ Baby Boomers ที่มีความเชื่อมั่นลดลงถึง 35% และ Gen X ที่ลดลง 25% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ากลุ่มวัยอื่นอย่างชัดเจน
เหตุผลไม่ใช่เพราะคนรุ่นใหญ่ไม่อยากเรียนรู้ แต่เพราะพวกเขาไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วเกินไป
สำหรับแรงงานที่มีประสบการณ์สูง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงกระทบต่อความมั่นใจ แต่ยังส่งผลต่อความรู้สึกมีคุณค่าในที่ทำงาน เมื่อเครื่องมือใหม่ ๆ กลายเป็น “ภาษาที่พวกเขาไม่คุ้นเคย” และไม่มีใครสอนให้เข้าใจ
ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ AI แต่คือ “ช่องว่างด้านทักษะ”
แม้ผู้นำองค์กรจำนวนมากจะมองว่า AI คือโอกาสทองในการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่รายงานกลับพบว่า 56% ของแรงงานทั่วโลกไม่ได้รับการพัฒนาทักษะใหม่เลย ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งที่องค์กรส่วนใหญ่ประกาศว่ามีการนำ AI มาใช้แล้ว
นี่คือ “ช่องว่าง” ที่กำลังขยายตัวอย่างเงียบ ๆ
- ช่องว่างระหว่างความคาดหวังขององค์กรกับความพร้อมของแรงงาน
- ช่องว่างระหว่างเครื่องมือที่ทรงพลังกับความเข้าใจในการใช้งาน
- ช่องว่างระหว่างอนาคตที่องค์กรอยากไปให้ถึง กับปัจจุบันที่แรงงานยังยืนอยู่
ผลลัพธ์คือ องค์กรจำนวนมากยังไม่เห็นผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI อย่างที่หวังไว้ รายงานจาก PwC ระบุว่า 56% ของบริษัทบอกว่า “ไม่ได้อะไรเลย” จากการลงทุนด้าน AI ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าปัญหาเชิงเทคโนโลยี
อีกหนึ่งผลกระทบที่ตามมาคือระดับความเหนื่อยล้าของแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายงานระบุว่า 63% ของแรงงานรู้สึกเหนื่อยล้าและเครียด จากภาระงานที่หนักและความกดดันในการต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยไม่มีการสนับสนุนที่เพียงพอ
แทนที่ AI จะช่วยลดงาน มันกลับกลายเป็น “งานเพิ่ม” สำหรับหลายคน
- ต้องเรียนรู้เครื่องมือใหม่
- ต้องปรับวิธีทำงาน
- ต้องรับมือกับความคาดหวังที่สูงขึ้น
- ต้องทำงานเร็วขึ้น เพราะ “AI น่าจะช่วยได้”
ความรู้สึกนี้สะสมจนกลายเป็นความเหนื่อยล้าเชิงระบบ (systemic fatigue) ที่องค์กรไม่ควรมองข้าม
ผู้นำองค์กรยังคงมองโลกในแง่ดี แต่บางครั้งอาจมองไม่เห็นปัญหาที่แท้จริง
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้นำองค์กรระดับโลกยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของ AI อย่างเต็มที่
- Jamie Dimon จาก JPMorgan เชื่อว่า AI อาจทำให้สัปดาห์ทำงานเหลือเพียง 3.5 วัน
- Sundar Pichai จาก Google เปรียบ AI กับ “ไฟฟ้า” ในแง่ของการเปลี่ยนโลก
ความเชื่อมั่นนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ปัญหาคือ ผู้นำหลายคนอาจมองข้าม “ช่องว่างด้านทักษะ” ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในระดับปฏิบัติการ
AI จะสร้างประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อแรงงานรู้วิธีใช้มันอย่างมั่นใจ
และความมั่นใจนั้นต้องมาจากการฝึกอบรม การสนับสนุน และการสื่อสารที่ดี ไม่ใช่การโยนเครื่องมือให้แล้วหวังว่าทุกคนจะใช้เป็นเอง
Key Takeaways
- การใช้งาน AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ความเชื่อมั่นของแรงงานกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- แรงงานรุ่นใหญ่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะ Baby Boomers และ Gen X
- ปัญหาหลักไม่ใช่ AI แต่คือ “การขาดการฝึกอบรมและการสนับสนุน”
- องค์กรจำนวนมากยังไม่เห็นผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI เพราะช่องว่างด้านทักษะ
- ระดับความเหนื่อยล้าของแรงงานเพิ่มขึ้นจากความกดดันในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่
- ผู้นำองค์กรยังคงมอง AI ในแง่บวก แต่ต้องตระหนักถึงความท้าทายด้านมนุษย์มากขึ้น
- อนาคตของ AI ในที่ทำงานจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อแรงงานรู้สึกมั่นใจและได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
Source: AI adoption is accelerating, but confidence is collapsing’: The more workers use AI, the less they trust it. Baby boomers show a 35% drop.