Agentic Commerce ไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่กำลังถูกทดลองและนำมาใช้จริงในหลายแพลตฟอร์มทั่วโลก งาน NRF 2026 เป็นสัญญาณชัดเจนว่า โลกการค้าปลีกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็น “ผู้เล่นหลัก” ในสนามการซื้อขาย
สำหรับผู้บริโภค นี่คือการเปิดประตูสู่ความสะดวกสบายและการปรับแต่งเฉพาะบุคคลในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยคำถามใหม่ ๆ เกี่ยวกับความไว้วางใจ ความรับผิดชอบ และความหมายของการเป็น “ผู้ซื้อ” ในโลกที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทแทนเรา
ในอดีต การค้าปลีกคือการเดินเข้าร้าน เลือกสินค้า และจ่ายเงิน แต่เมื่ออินเทอร์เน็ตเข้ามา เราเริ่มชินกับการคลิกเพื่อซื้อ และเมื่อสมาร์ทโฟนแพร่หลาย การช้อปปิ้งก็กลายเป็นกิจกรรมที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ทว่า AI กำลังพาเราเข้าสู่ยุคใหม่ที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ยุคที่ “ผู้ช่วยดิจิทัล” ไม่เพียงแค่แนะนำ แต่สามารถตัดสินใจแทนเราได้
นักวิชาการเรียกสิ่งนี้ว่า Agentic Commerce ระบบที่ AI ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทน” ของผู้บริโภค คอยค้นหา เปรียบเทียบ และซื้อสินค้าโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพียงการใช้แชตบอทหรือระบบแนะนำสินค้า แต่เป็นการสร้าง “ผู้ซื้อเสมือน” ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลและตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล.
... คลิกเพื่ออ่านต่อ
ผู้บริโภคยุคใหม่ AI Native Consumer
ในงาน NRF 2026 มีการพูดถึงแนวคิด AI Native Consumer คนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับระบบอัจฉริยะ และคาดหวังว่าการซื้อขายจะต้องเป็นแบบ personalized หรือปรับแต่งเฉพาะบุคคลโดยอัตโนมัติ สำหรับคนกลุ่มนี้ การค้นหาสินค้าด้วยตนเองอาจกลายเป็นเรื่องล้าสมัย เพราะพวกเขาเชื่อใจให้ AI ทำหน้าที่แทน
ลองจินตนาการว่า คุณต้องการซื้อรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ คุณเพียงบอก AI ว่า “ฉันอยากได้รองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งมาราธอนในกรุงเทพฯ อากาศร้อนชื้น” ระบบจะไปค้นหาข้อมูลจากรีวิวผู้ใช้จริง วิเคราะห์สภาพอากาศ และแม้กระทั่งดูพฤติกรรมการวิ่งของคุณจากสมาร์ทวอทช์ ก่อนจะเลือกสินค้าที่เหมาะสมที่สุดมาให้ และอาจสั่งซื้อให้เสร็จสิ้นโดยไม่ต้องให้คุณคลิกอะไรเลย.
วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง Agentic Commerce
สิ่งที่ทำให้ Agentic Commerce แตกต่างคือ การผสมผสานของหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน
การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) เพื่อเข้าใจคำสั่งของผู้ใช้ในรูปแบบภาษาพูด
การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและความชอบของผู้บริโภค
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) เพื่อเปรียบเทียบราคา คุณภาพ และรีวิวจากหลายแหล่ง
ระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อดำเนินการซื้อขายโดยไม่ต้องมีการยืนยันทุกขั้นตอน
นี่คือการสร้าง “สมองดิจิทัล” ที่สามารถทำหน้าที่แทนมนุษย์ในกระบวนการซื้อสินค้าได้อย่างเต็มรูปแบบ
ผลกระทบต่อผู้ค้าปลีก
สำหรับผู้ค้าปลีก การมาของ Agentic Commerce คือทั้งโอกาสและความท้าทาย
โอกาส การเข้าถึงลูกค้าในระดับที่ลึกขึ้น สามารถนำเสนอสินค้าที่ตรงใจได้ทันที
ความท้าทาย การแข่งขันจะไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องของ “ความไว้วางใจ” ที่ผู้บริโภคมีต่อ AI หากระบบไม่โปร่งใสหรือเลือกสินค้าที่ไม่เหมาะสม ความเชื่อมั่นอาจพังทลาย
นอกจากนี้ยังมีคำถามเชิงจริยธรรม ใครควรรับผิดชอบหาก AI ซื้อสินค้าที่ผิดพลาด? ผู้บริโภค? ผู้พัฒนา? หรือผู้ค้าปลีก?
การที่ AI กลายเป็นผู้ซื้อแทนเรา อาจเปลี่ยนความหมายของ “การช้อปปิ้ง” ไปตลอดกาล จากกิจกรรมที่เคยเป็นการเข้าสังคมและการแสดงออกถึงตัวตน กลายเป็นกระบวนการอัตโนมัติที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง
นักสังคมวิทยาบางคนตั้งคำถามว่า การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้เราสูญเสีย “ความสุขจากการเลือกเอง” และอาจทำให้วัฒนธรรมการบริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
…..
เรียบเรียงโดย Ai Nextopia
Source: I saw the future of retail, and it’s all AI.
Post navigation
Suggested Posts
ในโลกที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นศูนย์กลางของชีวิตประจำวัน การพัฒนาอุปกรณ์เสริมที่ทำให้โทรศัพท์มีบทบาทมากกว่าการสื่อสารถือเป็นการก้าวกระโดดที่น่าสนใจ “Yoona Deskmate” คือหนึ่งในตัวอย่างล่าสุดที่สะท้อนแนวคิดนี้ มันถูกนำเสนอในฐานะ แท่นชาร์จที่สามารถเปลี่ยน iPhone ให้กลายเป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วย AI ที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เติมพลังงานให้โทรศัพท์ แต่ยังสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
ในโลกที่เบราว์เซอร์กลายเป็นหน้าต่างหลักของการใช้ชีวิตดิจิทัล เราเคยชินกับการเปิดแท็บนับสิบเพื่อค้นหาข้อมูล ทำงาน หรือแม้แต่ความบันเทิง แต่ Google กำลังตั้งคำถามใหม่ว่า การท่องเว็บควรจะเป็นเพียงการเปิดแท็บไปเรื่อย ๆ หรือควรกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเราทำงานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเทคโนโลยีวิดีโอ AI อย่าง Soraของ OpenAI ถูกนำมาใช้กับตัวละคร Disney ผลลัพธ์กลับกลายเป็นทั้งน่าตกใจและน่าคิด ว่าการจับมือกันระหว่างบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่กับผู้พัฒนา AI จะนำไปสู่โลกแบบไหนกันแน่
ในปี 2025 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลายเป็นเวทีที่สะท้อนความหวังและความกังวลของนักลงทุนทั่วโลก ดัชนี S&P 500 ปิดปีด้วยการเติบโตมากกว่า 16% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปีที่สดใสที่สุดของทศวรรษ และเบื้องหลังความสำเร็จนี้คือแรงผลักดันจากบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังทุ่มเททรัพยากรอย่างมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนเชื่อว่า AI คือคลื่นเศรษฐกิจใหม่ที่จะเปลี่ยนโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง เสียงเตือนเรื่อง “ฟองสบู่” ก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
Slackbot เคยเป็นเพียงผู้ช่วยเล็ก ๆ ใน Slack ที่ทำหน้าที่ตอบคำถามพื้นฐานหรือช่วยจัดการงานง่าย ๆ แต่วันนี้มันถูกยกระดับขึ้นมาเป็น “AI Agent” เต็มรูปแบบที่ Salesforce ตั้งใจให้เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานในองค์กรยุคใหม่ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการอัปเดตฟีเจอร์ แต่เป็นการพลิกโฉม Slackbot ให้กลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายมิติ
ที่เวทีหลักของการประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่โลกกำลังเผชิญ นั่นคือการขยายตัวของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเขาเรียกว่า “การสร้างโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์” การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมในทุกมิติ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Gmail ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังที่สุดของโลก แต่ก็เป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้จำนวนมากรู้สึกว่าถูกถาโถมด้วยอีเมลที่ไม่รู้จบ Google จึงพยายามหาทางทำให้การจัดการอีเมลง่ายขึ้น ตั้งแต่ฟีเจอร์ Smart Reply ไปจนถึงการกรองสแปม แต่การมาถึงของ AI รุ่นใหม่ที่ Google นำมาใส่ใน Gmail ถือเป็นการเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกำลังเกิดขึ้นกับ Chrome เมื่อ Google ตัดสินใจผสาน Google Lens เข้ากับอินเทอร์เฟซ AI ดั้งเดิมของเบราว์เซอร์อย่างเป็นระบบ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางใหม่ที่บริษัทต้องการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ลึกซึ้งและชาญฉลาดมากขึ้น
ในโลกที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกวงการ ตั้งแต่การเขียนบทความ การสร้างภาพ ไปจนถึงการแต่งเพลง คำถามสำคัญที่สังคมดนตรีต้องเผชิญคือ “ดนตรีที่สร้างโดย AI ยังถือว่าเป็นศิลปะหรือไม่?” คำถามนี้ไม่ได้เป็นเพียงการถกเถียงเชิงปรัชญา แต่ได้กลายเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายของแพลตฟอร์มดนตรีที่มีชื่อเสียงอย่าง Bandcamp ซึ่งเพิ่งประกาศห้ามเพลงที่สร้างขึ้นด้วย AI ทั้งหมดจากระบบของตน
แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์จะพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่สมองมนุษย์ธรรมดา ๆ ยังคงมีความได้เปรียบเหนือคอมพิวเตอร์ในความสามารถในการถ่ายโอนทักษะและเรียนรู้ข้ามภารกิจ งานวิจัยชิ้นใหม่ได้เปิดเผยว่า เราน่าจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร