ธันวาคม 1, 2025 | บทความจาก prachachat
Flood Hub คือระบบพยากรณ์น้ำท่วมที่ Google Research พัฒนาขึ้น โดยใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านโมเดลสองระบบหลัก คือ Hydrologic Model (โมเดลอุทกวิทยา) ที่วิเคราะห์แนวโน้มน้ำในแม่น้ำ จากข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณฝน ภูมิประเทศ รวมถึงสภาพอ่างเก็บน้ำ และ Inundation Model ที่จำลองการเคลื่อนตัวของน้ำเมื่อเกิดน้ำท่วมจริง อิงจากภาพถ่ายดาวเทียมและผลจากโมเดลแรก เพื่อประเมินว่าจะมีพื้นที่ใดได้รับผลกระทบ และระดับน้ำจะสูงแค่ไหน
ความพิเศษของ Flood Hub คือความสามารถในการ “ทำนายน้ำท่วมล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน” เป็นการก้าวกระโดดจากระบบเดิมที่ให้พยากรณ์แค่ 48 ชั่วโมง
และที่สำคัญ โมเดลของ Google ถูกออกแบบให้ “เรียนรู้จากพื้นที่ที่มีข้อมูลน้ำ-อากาศมาก” แล้วนำไปปรับใช้ในพื้นที่ที่มีข้อมูลน้อย ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับประเทศกำลังพัฒนา พื้นที่ชนบท หรือภูมิภาคที่ไม่มีระบบวัดระดับน้ำอย่างทั่วถึง
ในทางปฏิบัติ Flood Hub ไม่ได้อยู่แค่ในฐานะงานวิจัยหรือระบบทดลอง แต่เป็นแพลตฟอร์มสาธารณะที่เปิดให้ใช้งานฟรี ข้อมูลทั้งหมดสามารถดูได้ผ่านอินเตอร์เฟซที่เข้าใจง่าย แสดง “แผนที่น้ำท่วมระดับท้องถิ่น” พร้อมแนวโน้มระดับน้ำและการเปลี่ยนแปลง และอัพเดตทุกวัน
ปัจจุบัน Flood Hub ขยายขอบเขตครอบคลุมลุ่มแม่น้ำในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก รวมประชากรกว่า 700 ล้านคน
Google ยังร่วมมือกับภาครัฐ องค์กร NGO และสถาบันระหว่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานด้านบรรเทาภัยพิบัติ เพื่อส่งต่อข้อมูลเตือนภัยผ่านหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนใน Google Search, Google Maps หรือการแจ้งเตือนผ่านระบบ Android
ด้วยคุณสมบัติที่สามารถทำนายล่วงหน้า และครอบคลุมพื้นที่กว้างทั่วโลก Flood Hub ถือเป็น AI ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ในด้านธุรกิจ และด้านโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัย ที่ช่วยชีวิตและลดความเสียหายจากภัยพิบัติ เมื่อนำเทคโนโลยีไปใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา และเข้าถึงคนจริง ๆ
ประเทศไทย

ขณะที่ภาคใต้ของไทยกำลังเผชิญกับน้ำท่วมรุนแรง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ที่เมืองหลักอย่างหาดใหญ่ ถูกน้ำท่วมหนักจนหลายพื้นที่กลายเป็นโซนภัยพิบัติ ทั้งจังหวัด บ้านเรือน โรงงาน สถานที่ราชการ ถนนหนทางหลายสายเสียหาย ความสูญเสียอย่างต่อเนื่องทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ต้องมีการอพยพและประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินทั่วทั้ง 16 อำเภอของจังหวัด
ข้อมูลจากทางการเปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในสงขลาปีนี้ มีผลกระทบรุนแรงที่สุดในรอบ 300 ปีที่ผ่านมา มีประชาชนกว่า 630,000 คน ในเกือบ 100 ตำบลกว่า 600 หมู่บ้านได้รับผล โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ รัตภูมิ และนาหม่อม
บริบทเช่นนี้ Google Flood Hub ดูเหมือนจะมีศักยภาพสำคัญในการเปลี่ยนวิธีรับมือกับน้ำท่วม ให้เป็นระบบในระยะยาว
ยิ่งเมื่อพิจารณาภาพรวมของความเสียหายจากน้ำท่วมในสงขลา ทั้งประชาชนได้รับผลกระทบหลายแสนครัวเรือน โรงงาน 715 แห่งได้รับความเสียหาย เสียหายรวมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการเกษตรจำนวนมาก
ท้ายที่สุด Flood Hub อาจเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ ที่หากนำมาใช้ควบคู่กับนโยบาย การจัดการน้ำ และการวางแผนป้องกัน สามารถช่วยลดปัญหาภัยพิบัติซ้ำรอย และให้คนในพื้นที่มีโอกาสรอด และเตรียมพร้อมได้มากขึ้น