ธันวาคม 4, 2025 | บทความจาก thematter
นักเศรษฐศาสตร์ของสหประชาชาติ (UN) เตือนว่า งานหลายล้านตำแหน่งทั่วเอเชีย อาจตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากอุตสาหกรรม AI กำลังเฟื่องฟู
เช่นเดียวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 ซึ่ง “แบ่งโลกออกเป็นกลุ่มที่ร่ำรวยและกลุ่มที่ยากจน” ต่อจากนี้การปฏิวัติ AI ก็อาจสร้างผลกระทบคล้ายๆ กัน
ขณะที่จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ กำลังลงทุนอย่างหนัก และได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจาก AI โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า ภายในทศวรรษหน้า ทั่วทั้งเอเชียอาจสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเทคโนโลยียักษ์ใหญ่นี้
แต่ในอีกมุมหนึ่ง แรงงานจากหลายประเทศในเอเชีย เช่น อัฟกานิสถาน มัลดีฟส์ และเมียนมาร์ กำลังเผชิญกับ “ความเสี่ยงที่สำคัญ” ต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เนื่องจากขาดแคลนทักษะ พลังที่เสถียร และทรัพยากรอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนา AI
ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศต่างๆ หมายความว่า ต่อจากนี้บางประเทศมีแนวโน้มที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ก่อนหน้านี้ (2 ธันวาคม 2025) ฟิลิป เชลเลเคนส์ (Philip Schellekens) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UN Development Programme หรือ UNDP) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้ออกมาเตือนถึงประเด็นดังกล่าว
เชลเลเคนส์กล่าวว่า ประเทศที่ลงทุนในทักษะ พลังการประมวลผลคอมพิวเตอร์ และระบบการกำกับดูแลเทคโนโลยีที่ดี จะได้รับประโยชน์ ขณะที่ “ประเทศอื่นๆ เสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
รายงานฉบับใหม่ของ UNDP ได้เน้นย้ำว่า “ผู้หญิงและคนหนุ่มสาว” กำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดจาก AI โดยระบบดูแลสุขภาพในสถานที่ทำงาน การศึกษา และรายได้โดยรวม “อาจลดลง”
“โครงสร้างพื้นฐาน ทักษะ พลังการประมวลผล และความสามารถในการกำกับดูแลที่ไม่เพียงพอ เป็นข้อจำกัดต่อประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจาก AI ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงให้มากขึ้น รวมถึงการถูกแทนที่งาน การถูกกีดกันข้อมูล และผลกระทบทางอ้อม เช่น ความต้องการพลังงานและน้ำทั่วโลก ที่เพิ่มขึ้นจากระบบที่ใช้ AI” UNDP กล่าว
เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น UNDP จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ พิจารณาถึงจริยธรรมของ AI ก่อนที่จะนำ AI ไปใช้ในวงกว้าง และเพื่อให้แน่ใจว่า AI จะดำเนินการในลักษณะที่ครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
คันนี วิกนาราจา (Kanni Wignaraja) ผู้อำนวยการ UNDP ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในเอเชียและแปซิฟิกชี้ให้เห็นว่า ช่องว่างระหว่างผู้ที่สร้าง AI กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก AI ที่ถูกสร้าง สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วเพียงใด”
“AI กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และหลายประเทศยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น” วิกนาราจาระบุ