AI ตัวการเลิกจ้าง หรือแพะรับบาป? เมื่อการเลย์ออฟในสหรัฐฯ ทะลุ 1 ล้านตำแหน่งในปี 2025

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงครึ่งปีหลังของ 2025 เราอาจได้ยินข่าวการเลย์ออฟพนักงานจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยอ้างว่าสามารถนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาทดแทนได้มากขึ้น สอดคล้องกับรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาของสหรัฐอเมริกาอย่าง Challenger, Gray & Christmas ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม โดยระบุว่า ปี 2025 เป็นปีที่บริษัทในสหรัฐอเมริกาเลิกจ้างพนักงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ตัวเลขรวม ณ สิ้นสุดเดือนพฤศจิกายนสูงกว่า 1 ล้านตำแหน่ง) และในรายงานชิ้นนี้ยังได้ระบุด้วยว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเลิกจ้างกว่า 50,000 ตำแหน่งเลยทีเดียว

สำหรับสิ่งที่ Challenger, Gray & Christmas ระบุว่าเป็นสาเหตุของการเลิกจ้างครั้งประวัติการณ์ในสหรัฐอเมริกานั้น ประกอบด้วย ประเด็นเรื่องสภาพเศรษฐกิจที่นำไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กร-ปิดตัว, ปัญหาเรื่องภาษีนำเข้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ สร้างขึ้นด้วยตัวเอง รวมถึงการมาของปัญญาประดิษฐ์ จนต้องเกิดการลดจำนวนพนักงานลงในที่สุด โดยตัวเลขการเลิกจ้างของเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 71,321 ตำแหน่ง และตัวเลขในยอดรวมก็สูงถึง 1.17 ล้านตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าเดือน ม.ค. – พ.ย. 2024 ถึง 54% และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020 ที่มีการระบาดของ Covid-19 เลยทีเดียว

ขณะที่แนวโน้มการจ้างงานในสหรัฐอเมริกาก็ดูจะไม่สดใส โดยรายงานของ Challenger ระบุว่า มีนายจ้างประกาศแผนการจ้างงาน 497,151 ตำแหน่ง ลดลงถึง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2024

AI ตัวการเลิกจ้าง คนสายเทคกว่า 54,000 ตำแหน่งจริงหรือ?

AI ตัวการเลิกจ้าง หรือแพะรับบาป

ในส่วนของการเลิกจ้างที่มาจาก AI ที่รายงานดังกล่าวระบุว่าเป็นสาเหตุของการเลิกจ้างพนักงานมนุษย์มากถึง 54,694 คนในปีนี้ พร้อมยกตัวอย่างบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Verizon, Microsoft, Amazon, IBM มาเป็นกรณีศึกษา จะเห็นได้ว่า มีหลายบริษัทได้ยก AI มาเป็นข้ออ้างได้อย่างน่าสนใจ เช่น Salesforce โดยมาร์ค เบนิอฟฟ์ ซีอีโอของ Salesforce ได้เคยกล่าวว่า บริษัทได้ลดจำนวนพนักงานฝ่าย customer service ลง 4,000 คน และเปลี่ยนไปใช้ AI  มาช่วยงานแทน ทำให้บริษัทเหลือพนักงานในส่วนนี้ 5,000 คนจากเดิมเคยมีถึง 9,000 คน พร้อมบอกด้วยว่า AI ทำงานได้มากถึง 50% ของงานทั้งหมดในบริษัทแล้ว

ขณะที่ IBM ก็นำ AI Chatbot เข้ามาแทนที่พนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลายร้อยคนแล้วเช่นกัน แต่ผู้บริหาร IBM ก็หยอดยาหอมด้วยว่า บริษัทได้เพิ่มการจ้างงานในด้านอื่น ๆ ที่ต้องการความคิดเชิงวิเคราะห์มากขึ้น เช่น วิศวกรรมซอฟต์แวร์ การขาย และการตลาด

ด้านผลการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) พบว่า AI สามารถทำงานแทนแรงงานในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้ถึง 11.7% และประหยัดค่าจ้างได้มากถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 37.68 ล้านล้านบาท) ให้กับอุตสาหกรรมการเงิน การดูแลสุขภาพ ฯลฯ และเมื่อนำมาประกอบกับสิ่งที่บรรดาซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้พูดตามเวทีต่าง ๆ ก็พบว่า มักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น แอนดี้ แจสซี ซีอีโอของ Amazon ที่เคยกล่าวถึงการลดจำนวนพนักงานเมื่อช่วงต้นปีว่า AI จะทำให้จำนวนพนักงานของบริษัทลดลง โดย Amazon จะมี “คนน้อยลงสำหรับงานบางอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน และมีคนมากขึ้นสำหรับงานประเภทใหม่ที่จะเกิดขึ้นตามมา”

AI ตัวการเลิกจ้าง หรือแพะรับบาป?

แม้ตัวเลขการเลิกจ้างในภาพรวมจะน่าสนใจ แต่เมื่อมองไปที่การเป็น “บริษัทเทคโนโลยี” ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีความต้องการ “จ้างงาน” วิศวกรคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเมอร์ ตลอดจนพนักงานในสาขาที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก (โดยเฉพาะในช่วง Covid-19) การเลิกจ้างพนักงานสายเทคโนโลยีในวันนี้ และบอกว่า มาจาก AI อาจทำให้หลายคนตั้งคำถามขึ้นได้เช่นกัน

หนึ่งในทัศนะที่น่าสนใจมาจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ฟาเบียน สเตฟานี ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และนักวิจัยจากสถาบันอินเทอร์เน็ตแห่งออกซ์ฟอร์ด โดยเขามองว่า AI อาจเป็นเพียงข้ออ้างของบริษัทเทคโนโลยี เนื่องจากบริษัทเหล่านั้น “จ้างงานมากเกินไป” ในช่วง Covid-19 การเลิกจ้างในปีนี้จึงอาจเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรและปรับ “ตลาด” ให้เหมาะสม แต่แทนที่จะบอกว่า บริษัทคาดการณ์ผิดพลาด พวกเขาก็ใช้ AI เป็นแพะรับบาปในกรณีดังกล่าวแทน

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด จะเห็นได้ว่า AI คือหนึ่งในปัจจัยที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสำหรับบริษัทเทคโนโลยี การโยนบท “ผู้ร้าย” ให้ AI อาจช่วยอธิบายการตัดสินใจที่เจ็บปวดได้ง่ายขึ้นในสายตาสาธารณชน แต่ในเชิงโครงสร้างแล้ว AI ไม่ได้ทำให้แรงงานหายไปทั้งหมด หากแต่กำลังผลักให้ตลาดแรงงานเปลี่ยนรูปแบบไปสู่ทักษะใหม่ที่มีมูลค่าสูงกว่าเดิม และในประเทศไทยก็อาจเผชิญสถานการณ์นี้ได้ไม่ต่างกัน

อาจเป็นไปได้ว่ามากกว่าจึงอาจไม่ใช่ว่า AI มาถึงจุดนี้มนุษย์หรือไม่แต่คือที่  องค์กร การพิจารณาและแรงงานจะปรับตัวสนับสนุนหรือวิจารณ์ผ่านสิ่งสำคัญนี้ได้ดีพอที่จะรองรับ  เทคโนโลยีไม่ได้หยุดรอเราอีกครั้งแล้ว

ที่มา

https://www.challengergray.com/blog/category/job-cuts-report

https://www.cnbc.com/2025/12/21/ai-job-cuts-amazon-microsoft-and-more-cite-ai-for-2025-layoffs.html

https://www.cnbc.com/2025/12/04/layoff-announcements-this-year-top-1point1-million-the-most-since-2020-when-pandemic-hit-challenger-says.html


Admin