บทความจาก thaipublica
แอนิเมชันที่สร้างโดย AI ของ CCTV สถานีโทรทัศน์รัฐบาลจีน ซึ่งล้อเลียนสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน กำลังกลายเป็นไวรัลอย่างหนัก พร้อมทั้งจุดกระแสให้ชาวเน็ตพากันทำคลิปภาคต่อตามมาอีกมากมาย
CCTV สถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งชาติภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีน) ได้โพสต์คลิปนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นเรื่องราวเชิงเปรียบเทียบในสไตล์ “วรยุทธ์” (Wuxia หรือ อู่เสีย) ที่เน้นไปที่การต่อสู้ระหว่าง “พญาอินทรีขาว” (White Eagle) และ “แมวเปอร์เซีย” (Persian Cat) ซึ่งสื่อถึงสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอย่างชัดเจน จากรายงาน White eagles and Persian cats: Chinese AI satire of US war on Iran goes viral ของ South China Morning Post
แม้ว่าในแอนิเมชันจะไม่มีการระบุถึงสงครามโดยตรง แต่เนื้อหาในเรื่องสั้นนี้เต็มไปด้วยการใส่สัญลักษณ์ การวางโครงเรื่อง บุคคลิกผู้นำ และมุมมองที่ชัดเจนมาก สะท้อนภาพความขัดแย้งในโลกความเป็นจริงได้อย่างใกล้เคียง ซึ่งชนวนเหตุเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวงกว้าง ส่งผลให้อดีตผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายนายเสียชีวิต
ในแอนิเมชัน AI สไตล์หนังจีนกำลังภายในโบราณ มีความยาวราว 5 นาที “อินทรีหัวขาว” (แทนสหรัฐฯ) ต่อสู้กับ “แมวเปอร์เซีย” (แทนอิหร่าน) ในเรื่องราว สงคราม การแย่งชิงน้ำมัน และอำนาจเงินดอลลาร์ โดยจีนวาดภาพตัวเองเป็นฝ่ายปกป้องสันติภาพและเสนอทางเลือก non-dollar (เช่น การค้าพลังงานด้วยหยวน)
ตัวละครและฝ่ายต่างๆ ในหนังสั้นมี 3 ฝ่าย คือ สมาพันธ์ไป๋อิง หมายถึง สหรัฐอเมริกา (USA) ซึ่งใช้สัญลักษณ์นกอินทรีหัวขาว ค่ายเปอร์เซีย / ตระกูลแมวเปอร์เซีย หมายถึง อิหร่าน (Iran) และสมาคมการค้า / เจ้าของฝูงอูฐ หมายถึง ประเทศพันธมิตรและคู่ค้าต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจโลก
หัวใจของเรื่อง อยู่ที่ มวลสารเหล็กไหลดำ (Xuantie Marrow) เปรียบได้กับ น้ำมัน (Oil) หรือทรัพยากรพลังงานที่โลกขาดไม่ได้ ตั๋วเงินไป๋อิง หมายถึง เงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) ซึ่งประโยคที่ว่า “จะซื้อเหล็กไหล ต้องใช้ตั๋วเงินไป๋อิง” สื่อถึงระบบ Petrodollar ที่บังคับให้โลกต้องใช้เงินดอลลาร์ในการซื้อขายน้ำมัน ทำให้สหรัฐฯ ครองอำนาจทางการเงินโลก
สงครามและอาวุธ สะท้อนการรบที่ขาดทุน จากนกไม้ผุๆ (ราคา 2 ตำลึง) หมายถึง โดรนราคาถูก (Drones) หรือขีปนาวุธราคาประหยัดที่อิหร่านหรือกลุ่มตัวแทนใช้ เข็มทอง / อสนีทองคำ (ราคาหลักร้อย/พันตำลึง) หมายถึง ระบบป้องกันภัยทางอากาศราคาแพง (เช่น Patriot หรือขีปนาวุธไฮเทค)
เนื้อเรื่องประชดว่า “ไป๋อิง” กำลังขาดทุนย่อยยับ เพราะต้องใช้ของแพงไปไล่ยิงของราคาถูก จนคลังเงิน (งบประมาณ) เริ่มถังแตก จากประโยคที่ว่า “เจ้านกไม้ผุๆ ของพวกมันราคาสูงสุดแค่ 2 ตำลึงเงิน แต่เข็มทองแต่ละเล่มที่เรายิงออกไป ราคาตั้งหลายร้อยตำลึง! นี่ไม่ใช่การรบแล้ว แต่นี่คือการเอาคลังเงินไปโปรยทิ้งชัดๆ!”
การปิดล้อมและการค้า เส้นทางหนึ่งแถบฟ้า สื่อถึงเส้นทางเดินเรือสำคัญ (เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ) ที่ถูกปิดล้อมหรือควบคุม การตัดเส้นทางทำกิน หมายถึง การคว่ำบาตร (Sanctions) ที่สหรัฐฯ ใช้จัดการคู่ค้า แต่มันเริ่มส่งผลกระทบกลับมาหาตัวเอง
บทสรุป คือ การเสื่อมถอยของอำนาจ (De-dollarization) โดยตอนจบที่บอกว่า “ไม่มีใครมาเลย” สื่อถึงการที่ประเทศต่างๆ เริ่มตีตัวออกห่าง ไม่ยอมสยบต่ออำนาจของเหยี่ยวขาวอีกต่อไป การเลิกใช้ตั๋วเงินไป๋อิง / หลอมเงินตราใหม่ คือปรากฏการณ์ De-dollarization ที่หลายประเทศพยายามเลิกใช้เงินดอลลาร์ และหันไปใช้สกุลเงินอื่นหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากันโดยตรง (Barter trade)
เรื่องราวเริ่มด้วย “หุบเขาออกซ์ฟอร์ด (Oxford Valley) คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญของใต้หล้า ใต้เส้นทางสายโบราณนี้ฝังไว้ด้วย ‘มวลสารเหล็กไหลดำ’ (Xuantie Marrow) ล้ำค่าที่สุดในปฐพี ไม่ว่าจะเป็นการตีดาบ หลอมยา จุดไฟ หรือต่ออายุขัย ล้วนขาดมันไม่ได้ และสมาพันธ์ไป๋อิง (White Eagle Alliance) ได้ตั้งกฎเหล็กไว้ว่า: จะซื้อเหล็กไหล ต้องใช้ตั๋วเงินไป๋อิงเท่านั้น เมื่อคุมเหล็กไหลได้ ก็คุมเงินได้ เมื่อคุมเงินได้ ก็ครองใต้หล้า”
แต่ ไป๋อิง เหยี่ยวหัวขาว ผู้นำในยุทธภพ แค้นใจอย่างมากที่ ป้อมเปอร์เซีย (Persian Fortress) แอบหลอม ‘เพลิงอสูร’ (หมายถึงนิวเคลียร์) อยู่ลึกในถ้ำอัคคีศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังบังอาจขัดคำสั่งไม่ยอมรื้อเตาหลอมแกนกลางใต้ดิน จึงต้องการให้ดินแดนแถบนี้ สยบแทบเท้าฟังคำสั่งสมาพันธ์ไป๋อิงแต่เพียงผู้เดียว
สมาพันธ์ไป๋อิงส่งคนไปลอบฆ่าผู้นำแมวเปอร์เซีย ซึ่งก่อนสิ้นใจได้สั่งการให้ลูกน้องเดินหน้าต่อสู้
สถานการณ์จึงไม่เป็นไปตามที่ไป๋อิง ประมุขสมาพันธ์คาดหวัง ที่จะเห็นค่ายเปอร์เซียที่ไร้หัวและปั่นป่วนวุ่นวาย แต่กลับกลายเป็นว่าค่ายเปอร์เซียปล่อยนกไม้ผุๆ สอยเข็มทองร่วงลงหมด และได้รับรายงานว่า สู้ต่อไม่ได้แล้ว ประมุขสมาพันธ์สั่งการให้เตรียม ‘อสนีทองคำทลายฟ้า’ (Sky-Rending Golden Thunder) เล็งไปที่บังเกอร์พวกนั้นแล้วระเบิดให้ราบ แต่ก็ยังไม่สามารถปรายค่ายเแรอ์เซียลงได้ “อสนีทองคำแค่ 12 ลูก ราคาตั้ง 8,400 ตำลึง แต่กลับระเบิดได้แค่หุ่นฟางกองเดียว”
ค่ายเปอร์เซีย ตอบโต้ด้วยการบอกว่า “เหยี่ยวหัวขาว เจ้าอ้างตัวเป็นฝ่ายธรรมะ แต่กลับลงมือเหี้ยมโหดกับผู้บริสุทธิ์ หนี้เลือดครั้งนี้ ตระกูลแมวเปอร์เซีย จะขอจองเวรจนกว่าชีวิตจะหาไม่!”
“เพื่อล้างแค้น ตระกูลแมวเปอร์เซียได้ปิดเส้นทางสายเดียวในการค้าเหล็กไหลดำแห่งแดนตะวันตก ตัดเส้นทางทำกินของสมาพันธ์ไป๋อิงจนขาดสะบั้น”
ประมุขสมาพันธ์ระบุว่า แมวเปอร์เซีย กำลังเป็นศัตรูกับทุกชีวิตในใต้หล้า พร้อมเรียกร้อง เหล่าสมาคมการค้าทั้งหลาย ให้มากำจัดภัยร้าย และคาดหวังว่า เหล่าสมาคมการค้าจะมาขอให้ให้สมาพันธ์ส่งทหารไปคุ้มกันสินค้า แต่ปรากฎว่าไม่มีใครมาเลยสักคนเดียว
เนื่องจากว่าสมาคมการค้าหันไปใช้เส้นทางใหม่ เหล็กไหลดำไม่ต้องผ่านเส้นทาง ‘หนึ่งแถบฟ้า’ อีกต่อไป แต่อ้อมมาจากทุ่งหญ้าทางเหนือ ไม่ต้องคอยดูสีหน้าของเจ้าเหยี่ยวขาวอีกแล้ว อีกทั้งไม่ต้องใช้ตั๋วเงินไป๋อิง ต่อไปจะแลกเปลี่ยนสินค้ากันโดยตรง หรือไม่ก็หลอมเงินตราขึ้นมาใหม่ ฟ้าดินกว้างใหญ่ หาพันธมิตรใหม่ เดินบนเส้นทางใหม่
คำคมปิดท้าย “สมาพันธ์ไป๋อิงคิดว่าดาบคมจะข่มขู่ใต้หล้าได้หารู้ไม่ว่า ขุนเขายังคงอยู่ สายน้ำยังร่วงริน ที่สุดแห่งวิถียุทธ์มิใช่อยู่ที่อาวุธ แต่อยู่ที่บรรทัดฐาน“ หมายความว่า อำนาจที่แท้จริงไม่ใช่แค่มีกองทัพที่แข็งแกร่ง (อาวุธ) แต่คือการเป็นคนกำหนด “กติกา” หรือ “มาตรวัด” ของโลกนั่นเอง
สรุปสั้นๆ หนังเรื่องนี้ คือ การแซะว่าสหรัฐฯ กำลังสูญเสียอำนาจนำของโลก เพราะการใช้กำลังทหารที่สิ้นเปลือง และการที่ประเทศอื่นๆ เริ่มหาทางออกใหม่ที่ไม่ต้องง้อเงินดอลลาร์และเส้นทางที่สหรัฐฯ ควบคุม