คนรุ่นใหม่จีนเร่งสร้างนวัตกรรม AI-หุ่นยนต์ ดัน “พลังการผลิตใหม่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต

จีนกำลังเข้าสู่ระลอกใหม่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ภายใต้แนวคิด “พลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ” หรือการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีแห่งอนาคตเป็นกำลังสำคัญ

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนทิศทางดังกล่าว คือ “หวังซิ่งซิ่ง” ผู้ก่อตั้งยูนิทรี โรโบติกส์ (Unitree Robotics) บริษัทหุ่นยนต์ของจีนที่กำลังได้รับความสนใจในระดับโลก จากจุดเริ่มต้นของบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมดาที่เคยทำงานกับดีเจไอ (DJI) บริษัทโดรนชั้นนำ ก่อนตัดสินใจลาออกมาก่อตั้งสตาร์ตอัปของตนเอง เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาจากโครงการวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท


ในช่วงเริ่มต้น ยูนิทรีเคยเผชิญความยากลำบากอย่างหนัก โดยหวังระบุว่า บริษัทเคยมีเงินเหลือในบัญชีเพียงราว 1 แสนหยวน หรือประมาณ 4.5 แสนบาท ขณะที่ตลาดจีนในขณะนั้นยังให้ความสนใจกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากกว่า ส่วนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อย่างหุ่นยนต์ยังถูกมองว่าเป็นเพียงความสนใจเฉพาะกลุ่ม และยังไม่ชัดเจนในเชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม ยูนิทรีสามารถพลิกจากสตาร์ตอัปขนาดเล็กขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทหุ่นยนต์ที่มีมูลค่าสูงของจีน โดยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทสามารถสร้างความสนใจในระดับโลก จากการแสดงศิลปะการต่อสู้ในเวทีสำคัญของประเทศ สะท้อนศักยภาพของจีนในการต่อยอดเทคโนโลยีจากงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

การเติบโตของยูนิทรีเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน ที่กำลังผลักดันอุตสาหกรรมใหม่มูลค่าสูงและมีศักยภาพเติบโตสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ ส่วนต่อประสานสมอง-คอมพิวเตอร์ การผลิตทางชีวภาพ พลังงานไฮโดรเจน นิวเคลียร์ฟิวชัน เทคโนโลยี 6G และควอนตัม ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปีฉบับใหม่ของจีน

นอกจากหวังซิ่งซิ่งแล้ว จีนยังมีผู้ประกอบการเทคโนโลยีรุ่นใหม่อีกหลายรายที่กำลังเป็นที่จับตา เช่น เหลียงเหวินเฟิง ผู้สร้างกระแสดีปซีก (DeepSeek), หยางจื๋อหลิน ผู้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์คิมิ (Kimi), หลิวจิ้งคัง ผู้ก่อตั้งอินสตา360 (Insta360) และเผิงจื้อฮุย ผู้ก่อตั้งเอจิบอต (AgiBot) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญในตลาดหุ่นยนต์ของจีน

จุดแข็งสำคัญของจีนคือการเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของโลก พร้อมทั้งมีบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ STEM จำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นกำลังสำคัญในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมจริง

ในกลุ่มหุ่นยนต์ จีนไม่ได้มีเพียงยูนิทรีเท่านั้น แต่ยังมีบริษัทดาวรุ่งจำนวนมากที่เกิดจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยชิงหัว ซึ่งบ่มเพาะบริษัทหุ่นยนต์รุ่นใหม่อย่าง Galbot, Robotera, Galaxea AI, Noetix Robotics และ Booster Robotics ขณะที่ Deep Robotics คู่แข่งสำคัญของยูนิทรี มีจุดเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงในเมืองหางโจว ซึ่งเป็นเมืองเดียวกับสำนักงานใหญ่ของยูนิทรี

ด้านอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หยางจื๋อหลิน ผู้ก่อตั้งมูนช็อต เอไอ (Moonshot AI) และผู้พัฒนาโมเดลคิมิ มองว่า AI ไม่ใช่เพียงกระแสการตลาดระยะสั้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า แต่เป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในช่วง 10-20 ปีข้างหน้า โดยมูนช็อต เอไอ เริ่มต้นจากสำนักงานขนาดเล็กในย่านจงกวนชุนของกรุงปักกิ่ง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นซิลิคอนวัลเลย์ของจีน ก่อนที่โมเดลคิมิจะกลายเป็นหนึ่งในโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจในระดับโลก


ขณะเดียวกัน เมืองเซินเจิ้นในมณฑลกว่างตงยังเป็นตัวอย่างสำคัญของการเชื่อมต่อระหว่างเทคโนโลยีเกิดใหม่กับการใช้งานจริง โดยหลิวจิ้งคัง ผู้ก่อตั้งอินสตา360 สามารถเปลี่ยนกล้องพาโนรามาให้กลายเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยอดนิยมในตลาดสหรัฐฯ สะท้อนการยกระดับภาพลักษณ์ของสินค้าจีนจากสินค้าราคาถูก ไปสู่ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่มีนวัตกรรมและคุณภาพสูง

นักวิเคราะห์มองว่า ผู้ประกอบการจีนรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่ได้มีเพียงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่ยังเข้าใจตลาด เงินทุน และการจัดการธุรกิจ จนถูกเรียกว่าเป็น “ผู้ประกอบการแห่งกลยุทธ์” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างอุตสาหกรรมใหม่เชิงยุทธศาสตร์ของจีนในระยะยาว

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า จีนกำลังพยายามยกระดับเศรษฐกิจจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิม ไปสู่ฐานการผลิตอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีคนรุ่นใหม่ในภาคนวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : สำนักข่าวซินหัว

Admin