ยุคทอง ‘สาขามนุษยศาสตร์’ อาจกลับมา ในเวลาที่ AI เฟื่องฟู

22

รีด เฮสติงส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง อดีตซีอีโอ และประธานคณะกรรมการบริหารคนปัจจุบันของ Netflix เคยศึกษาด้าน AI และเป็นวิทยาการคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ปี 1980 แต่มาวันนี้เขากลับเชื่อว่า การปฏิวัติ AI ในปัจจุบัน อาจนำไปสู่ยุคทองของสาขาวิชามนุษยศาสตร์อีกครั้ง

หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์จาก Bowdoin College ในรัฐเมน สหรัอเมริกา รีด เฮสติงส์ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

การปฏิวัติ AI ในยุคแรกที่เขาเคยเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด แต่คลื่น AI ในปัจจุบันแสดงให้เห็นสัญญาณของการพลิกโฉมตลาดแรงงานอย่างสิ้นเชิงตามที่เราเคยรู้จัก และมันก็เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาด้วยเช่นกัน เขากล่าวในรายการพอดแคสต์ Possible

แม้เฮสติงส์จะเลือกเรียนสาย STEM ในระดับบัณฑิตศึกษาของตัวเอง แต่เขากล่าวว่า AI จะทำให้สิ่งที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญเปลี่ยนไปในอนาคต

“สาขา STEM แทบจะยึดครองมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดไปแล้ว” เฮสติงส์กล่าว

“แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราอาจจะได้เห็นคือการหมุนเวียนกลับไปสู่มนุษยศาสตร์ และการทำความเข้าใจในส่วนผสมของประวัติศาสตร์และวรรณกรรม”

เขากล่าวเสริมว่า “ถ้าผมมีลูกวัย 3 ขวบในวันนี้ ผมจะทุ่มเทเป็นสองเท่าให้กับทักษะทางอารมณ์”

ความคิดเห็นของเฮสติงส์สร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดแรงงานสำหรับบัณฑิตจบใหม่ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์

โดยสัดส่วนของการประกาศรับสมัครงานด้านเทคโนโลยีที่เปิดรับผู้มีประสบการณ์ 2 ถึง 4 ปี ลดลงเหลือ 40% ในช่วงกลางปี 2025 จากเดิม 46% ในช่วงกลางปี 2022 ตามข้อมูลจากเว็บไซต์หางาน Indeed

บอริส เชอร์นี (Boris Cherny) ผู้สร้าง Claude Code ของ Anthropic เคยทำนายไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ว่า ชื่อตำแหน่ง “วิศวกรซอฟต์แวร์” (Software Engineer) อาจถึงขั้นสูญพันธุ์ภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากเครื่องมือ AI จะมอบความสามารถในการเขียนโค้ดให้กับพนักงานทุกคน

ในส่วนของเฮสติงส์ เขายังคงกังขาว่า AI จะเข้ามาแทนที่วิศวกรซอฟต์แวร์ที่เป็นมนุษย์ได้ทั้งหมดจริงหรือไม่

“มีโอกาสสูงที่แม้หลายบริษัทจะลดการจ้างงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ลง แต่ก็จะมีโอกาสอื่นๆ อีกมากมายสำหรับซอฟต์แวร์ที่เพิ่มมากขึ้น” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม เฮสติงส์ได้ลงเงินส่วนตัวเพื่อสนับสนุนแนวคิดที่ว่า มนุษยศาสตร์จะมีความสำคัญมากขึ้นในปีต่อๆ ไป

เมื่อปีที่แล้วผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix ผู้นี้ได้บริจาคเงิน 50 ล้านดอลลาร์ให้กับ Bowdoin College ซึ่งเป็นสถาบันเก่าของเขา เพื่อก่อตั้ง “Hastings Initiative for AI and Humanity” โดยเงินทุนนี้จะช่วยให้ Bowdoin สามารถจ้างคณาจารย์ใหม่ได้ 10 ท่าน และสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ที่มีต่อสังคม

เว็บไซต์ของโครงการใน Bowdoin ระบุว่า “เป้าหมายของเราคือการเตรียมความพร้อมให้ผู้นำรุ่นต่อไปสามารถรับมือกับโอกาสและความท้าทายที่เกิดจาก AI ได้อย่างมีความรับผิดชอบ”

แม้เฮสติงส์จะคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านการศึกษาและการทำงาน แต่เขาก็ยังคงมองโลกในแง่ดี ว่าบทบาทของ AI ทำให้โลกดีขึ้น

“อีก 20 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง และผมคิดว่ามันจะนำพาเราเข้าสู่ยุคแห่งความมั่งคั่งล้นเหลือ” เขากล่าว…

Admin