การเปิดตัว Portable Computer ของ Perplexity เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโลก AI จากการพึ่งพา Cloud สู่การกระจายพลังคำนวณลงสู่เครื่องผู้ใช้โดยตรง
แม้จะมีข้อจำกัดด้านราคาและการเลือกโมเดล แต่แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ควบคุมการทำงานของ AI ได้มากขึ้น ลดการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานภายนอก และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่างแท้จริง
Perplexity เปิดตัว “Portable Computer” โมเดล AI ที่ทำงานได้บน GPU ของคุณเองโดยไม่ต้องพึ่งพา Cloud ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโลก AI: จากการประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง สู่การกระจายพลังคำนวณลงสู่เครื่องของผู้ใช้โดยตรง
Perplexity เป็นชื่อที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงนักในวงการ AI นอกจากบทบาทเล็ก ๆ ในฐานะ “fact checker” ของ Joe Rogan แต่การเปิดตัว Portable Computer ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนใหม่ บริษัทเลือกแนวทาง “คิดระดับโลก ประมวลผลในเครื่อง ” โดยย้ายโมเดล AI ที่เคยทำงานบน Cloud ลงมาสู่ฮาร์ดแวร์ของผู้ใช้เอง
ก่อนหน้านี้แพลตฟอร์ม Computer ของ Perplexity เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ทำหน้าที่เป็น AI agent ที่ทำงานอัตโนมัติแม้ผู้ใช้ไม่ได้อยู่หน้าคีย์บอร์ด แต่ยังต้องพึ่งพา Cloud ในการประมวลผล
... คลิกเพื่ออ่านต่อ
ขณะที่ Portable Computer ตัดขาดจาก Cloud โดยสิ้นเชิง ย้ายทุกอย่างมาอยู่บนเครื่องของผู้ใช้
การทำงานแบบ Local ต้องการพลังประมวลผลสูงมาก ดังนั้นรุ่นแรกของ Portable Computer จึงรองรับเฉพาะ Nvidia DGX Spark และเครื่อง Linux ที่ใช้ Nvidia RTX GPUs เท่านั้น ราคาของ DGX Spark สูงกว่าการใช้ Mac Mini ที่มีชิป M4 ถึง 5 เท่า
แต่ข้อดีคือเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว ไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนหรือเครดิตการใช้งานโมเดล
อย่างไรก็ตาม การเลือกโมเดลยังมีข้อจำกัด Portable Computer เปิดตัวพร้อมโมเดล Qwen 3.8 27B ของ Alibaba และ PPLX 27B ที่ Perplexity นำมาฝึกเพิ่มเติม โดยมีแผนจะเพิ่ม Nvidia Nemotron 3.5 Lightning ในอนาคต
แม้จะทำงานแบบ Local แต่ Portable Computer ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปยอดนิยม เช่น Slack, Google Drive, Gmail และ GitHub ได้ ตัวอย่างการสาธิตคือการให้ AI วิเคราะห์ข้อมูลและส่งรายงานไปยัง Slack channel โดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าแม้จะตัดขาดจาก Cloud แต่ยังคงทำงานร่วมกับ ecosystem ที่ผู้ใช้คุ้นเคยได้
การจับมือกับ Nvidia ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีรายงานว่า Nvidia กำลังพิจารณาลงทุนใน Perplexity ด้วยมูลค่าที่อาจสูงถึง 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การเปิดตัว Portable Computer จึงเป็นเหมือนการโชว์ศักยภาพให้ผู้ลงทุนเห็นว่า Perplexity สามารถสร้างความแตกต่างในตลาด AI ได้จริง
Key Takeaways
Portable Computer ของ Perplexity ทำงานบน GPU ของผู้ใช้โดยตรง ไม่ต้องพึ่งพา Cloud
รองรับเฉพาะ Nvidia DGX Spark และ Linux + RTX GPUs ในรุ่นแรก
เปิดตัวพร้อมโมเดล Qwen 3.8 27B และ PPLX 27B โดยมีแผนเพิ่ม Nemotron 3.5 Lightning
เชื่อมต่อกับแอปยอดนิยม เช่น Slack, Google Drive, Gmail และ GitHub ได้
Nvidia อาจลงทุนใน Perplexity ด้วยมูลค่ากว่า 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่: จาก Cloud AI สู่ Local AI ที่ผู้ใช้ควบคุมได้เอง
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia อ้างอิง : Perplexity Launches Local AI Model That Will Run on Your GPU Instead of the Cloud. / gizmodo
Advertisements
Post navigation
Suggested Posts
Google เพิ่มความสามารถใหม่ให้ Gemini Notebook ตั้งแต่การสนทนาด้วยเสียง การบันทึกเลกเชอร์ ไปจนถึงการสร้างแบบทดสอบอัตโนมัติ กำลังเปลี่ยนบทบาทของ AI จากเครื่องมือค้นหาข้อมูล ให้กลายเป็นคู่คิดส่วนตัวในการเรียนรู้ โลกที่การจดเลกเชอร์อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีก่อน การสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกเป็นสิ่งที่มีเพียงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ทำได้ การฝึก AI หนึ่งโมเดลต้องใช้เงินหลายพันล้านบาท ชิปประมวลผลจำนวนมหาศาล และศูนย์ข้อมูลที่กินพลังงานเทียบเท่าเมืองขนาดเล็ก แต่วันนี้ กฎของเกมกำลังเปลี่ยนไป
ในยุคที่ ChatGPT, Gemini และ Claude กลายเป็นผู้ช่วยประจำชีวิต เราถาม AI ได้แทบทุกเรื่อง ตั้งแต่สูตรอาหาร การเขียนอีเมล ไปจนถึงคำถามส่วนตัวที่บางครั้งซับซ้อนที่สุดในชีวิต และ AI ก็พร้อมตอบเสมอ ด้วยน้ำเสียงสุภาพ รวดเร็ว และฟังดูเข้าใจเราอย่างน่าประหลาดใจ แต่ยิ่งผู้คนใช้มากขึ้น ความจริงบางอย่างก็เริ่มปรากฏขึ้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI ตอบผิด แต่อยู่ที่ "การได้คำตอบเร็วเกินไป อาจทำให้เราหยุดคิดเร็วเกินไปด้วย"
ในโลกที่ภาพถ่ายกลายเป็นบันทึกความทรงจำสำคัญของชีวิตประจำวัน Google Photos ได้พัฒนาเครื่องมือที่เปลี่ยนภาพนิ่งให้กลายเป็นวิดีโอสั้น ๆ โดยใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล่าสุด Google ได้เพิ่มฟีเจอร์ การใช้ข้อความกำหนดการเคลื่อนไหวและสไตล์ของวิดีโอ ซึ่งถือเป็นการก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการสร้างสรรค์ได้มากขึ้น
FacebookFacebookXXLINELineพฤศจิกายน 12, 2025 | บทความจาก techhub Google อัปเดต NotebookLM เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่สุดเจ๋งเข้ามา คือ สามารถเปลี่ยนโน้ตและเอกสารที่เราอัปโหลดให้กลายเป็นวิดีโอเพื่อการศึกษา และสร้างรายงาน ตามเทมเพลตสำเร็จรูปได้ หากใครยังไม่คุ้นเคย NotebookLM มันคือคือ AI…
สิ่งที่ Fable 5 สร้างขึ้นยังไม่ใช่ธุรกิจที่มีลูกค้าจริง รายได้จริง หรือองค์กรที่ดำเนินงานได้ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่มันทำสำเร็จคือการย่นระยะเวลาในช่วงที่ยากที่สุดของการสร้างสตาร์ทอัพ นั่นคือการเปลี่ยน "ไอเดีย" ให้กลายเป็น "ต้นแบบที่จับต้องได้"
หลายปีที่ผ่านมา การบูรณะภาพถ่ายเก่าเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งทักษะ ศิลปะ และความอดทนของผู้เชี่ยวชาญ บางภาพต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง หรือหลายวัน เพื่อซ่อมแซมร่องรอยแห่งกาลเวลาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ในปี 2025–2026 กระแสใหม่บนโลกออนไลน์เริ่มตั้งคำถามว่า อาชีพนี้อาจกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
ในโลกการทำงานยุคใหม่ รายได้ไม่ได้มาจากงานประจำเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เศรษฐกิจแบบกิ๊ก (gig economy) เติบโตขึ้นราวกับระบบนิเวศใหม่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ บางชนิดเติบโตเร็ว บางชนิดต้องการทักษะเฉพาะทาง และบางชนิดซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของอินเทอร์เน็ต รอให้ผู้ค้นพบที่มีสายตาเฉียบคมเข้าไปสำรวจ
YouTube กำลังทดลองใช้เครื่องมือใหม่ที่ชื่อว่า “Reimagine” สำหรับ Shorts ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างวิดีโอสั้นด้วยพลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยไม่ต้องอาศัยการถ่ายทำหรือการตัดต่อแบบเดิมอีกต่อไป นี่คือก้าวสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโลกสื่อออนไลน์ ที่กำลังหันไปพึ่งพา AI ในการขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์และการเล่าเรื่อง
งานวิจัยของ Melissa Webster และ George Westerman จาก MIT Sloan ชี้ให้เห็นว่าองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการนำ AI มาใช้ ไม่ได้เริ่มจากการพลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ แต่เลือกเดินบนเส้นทางที่เรียกว่า “small t transformation” หรือการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ต่อเนื่องและค่อย ๆ ขยายผลไปสู่ระดับที่ใหญ่ขึ้น