Rokid AI Glasses Style ไม่ได้เป็นเพียงแกดเจ็ตใหม่ แต่เป็นการตีความแว่นตาอัจฉริยะในแบบที่ “ใช้งานได้จริง” และ “เป็นมิตรต่อชีวิตประจำวัน” ด้วยน้ำหนักเบา การรองรับเลนส์สายตา และการออกแบบที่เน้นการสั่งงานด้วยเสียง
Rokid กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดอุปกรณ์สวมใส่ แม้จะยังไม่แทนที่สมาร์ทโฟน แต่ก็เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เรามองเห็นอนาคตที่ AI จะอยู่กับเราอย่างกลมกลืน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แว่นตาอัจฉริยะถูกพูดถึงในฐานะ “อนาคตที่ใกล้เข้ามา” แต่ก็ยังไม่เคยก้าวข้ามเส้นแบ่งจากการเป็นเพียงคอนเซ็ปต์หรืออุปกรณ์ทดลองไปสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง หลายบริษัทพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับการสวมใส่ แต่กลับติดอยู่กับข้อจำกัดด้านน้ำหนัก ดีไซน์ หรือการใช้งานที่ไม่สะดวก จนทำให้ผู้บริโภคยังไม่พร้อมจะนำมาใช้จริง
ทว่าการเปิดตัว Rokid AI Glasses Style ที่งาน CES 2026 ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะนี่คือแว่นตาอัจฉริยะที่ไม่ได้มุ่งเน้นความหวือหวา แต่กลับเลือกแนวทางที่ “ใช้งานได้จริง” และ “เข้ากับชีวิตประจำวัน” มากกว่า
สิ่งที่ทำให้ Rokid แตกต่างคือการเลือกแนวทางที่เรียบง่ายและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ แทนที่จะพยายามสร้างจอภาพเสมือนจริงหรือฟีเจอร์ที่ดูไกลตัว Rokid เลือกใช้ AI แบบ voice-first ที่เน้นการสั่งงานด้วยเสียง การตอบสนองด้วยเสียง และการควบคุมด้วยท่าทางเล็กน้อย ทำให้ประสบการณ์การใช้งานใกล้เคียงกับการสวมใส่แว่นตาปกติมากที่สุด น้ำหนักเพียง 38.5 กรัมถือว่าเบามากจนสามารถใส่ได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกหนักหรืออึดอัด ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญ เพราะการสวมใส่ต่อเนื่องคือหัวใจของการทำให้แว่นตาอัจฉริยะเข้าสู่ชีวิตจริง
...อีกหนึ่งจุดเด่นคือ การรองรับเลนส์สายตา ที่ถูกออกแบบมาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์เสริม ผู้ใช้สามารถสั่งเลนส์สายตาแบบเฉพาะตัวได้ตั้งแต่เลนส์แก้สายตาสั้น ยาว ไปจนถึงเลนส์โปรเกรสซีฟหรือเลนส์เปลี่ยนสี ซึ่งใช้เวลาจัดส่งทั่วโลกเพียง 7–10 วัน ความใส่ใจในรายละเอียดนี้ทำให้ Rokid ไม่ได้เป็นเพียงแกดเจ็ต แต่เป็น “แว่นตา” ที่แท้จริง
ในด้านการทำงาน Rokid เปิดกว้างต่อการเชื่อมต่อกับ หลายบริการ AI และรองรับการใช้งานในหลายประเทศ หลายภาษา ไม่ได้ผูกติดกับแพลตฟอร์มเดียวเหมือนคู่แข่งบางราย เช่น Meta Ray-Ban ที่เน้นการถ่ายภาพและแชร์บนโซเชียล แต่กลับจำกัดการใช้งานในบางภูมิภาค Rokid เลือกแนวทางที่ต่างออกไป โดยมุ่งเน้น “ambient intelligence” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่อยู่รอบตัวเรา พร้อมช่วยเหลือเมื่อจำเป็น แต่ไม่รบกวนชีวิตประจำวัน
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Rokid ไม่ได้มองแว่นตาอัจฉริยะเป็นเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ แต่เป็นผู้ช่วยที่อยู่กับเราในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การตอบคำถาม หรือการช่วยจัดการงานเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา การออกแบบที่เน้นความสบายและความเป็นธรรมชาติทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ แต่เข้ามาเสริมให้ชีวิตง่ายขึ้น
แม้ว่า Rokid AI Glasses Style จะยังไม่สามารถแทนที่สมาร์ทโฟนได้ทันที แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้แว่นตาอัจฉริยะเข้าใกล้การใช้งานจริงมากที่สุดในเวลานี้ จากความสำเร็จของรุ่นก่อนหน้าและการสร้างชุมชนนักพัฒนาทั่วโลก Rokid แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะผลักดันผลิตภัณฑ์นี้ไปสู่การใช้งานในวงกว้าง ไม่ใช่เพียงการทดลองหรือโชว์เทคโนโลยี
สิ่งที่น่าสนใจคือการเลือกวางจำหน่ายในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นเพียง 299 ดอลลาร์สหรัฐ ผ่านเว็บไซต์และ Amazon ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับอุปกรณ์สวมใส่ที่มักมีราคาสูงเกินไปสำหรับตลาดแมส นี่คือการวางตำแหน่งที่ชาญฉลาด เพราะการสร้างการยอมรับในวงกว้างต้องเริ่มจากการทำให้ผู้ใช้จำนวนมากสามารถทดลองใช้งานจริง
Key Takeaways
- Rokid เลือกแนวทางที่เน้นความเรียบง่ายและการใช้งานจริง มากกว่าความหวือหวา
- น้ำหนักเบาเพียง 38.5 กรัม ทำให้สามารถใส่ได้ทั้งวัน
- รองรับเลนส์สายตาแบบครบวงจร ตั้งแต่สายตาสั้น ยาว ไปจนถึงโปรเกรสซีฟ
- เปิดกว้างต่อหลายบริการ AI และรองรับการใช้งานทั่วโลก
- ราคาเริ่มต้น 299 ดอลลาร์ ทำให้เข้าถึงผู้ใช้ทั่วไปได้ง่าย
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
Source: A Practical Step Toward Everyday AI Wearables: Rokid Ai Glasses Style.