ในยุคที่ความรู้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในห้องเรียนอีกต่อไป เรื่องราวของ Gabriel Petersson คือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จสามารถสร้างขึ้นเองได้ หากมีความมุ่งมั่นและเครื่องมือที่เหมาะสม
จุดเริ่มต้นของการเดินทาง
Petersson ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมัธยมในสวีเดนเมื่อปี 2019 เพื่อเข้าร่วมสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ที่ต้องการคนสร้างระบบแนะนำสินค้าและทำงานด้านการเขียนโค้ด
เขาไม่มีพื้นฐานด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์มาก่อน แต่ความจำเป็นบังคับให้เขาต้องเรียนรู้การเขียนโปรแกรมด้วยตัวเอง การทำงานจริงทำให้เขาได้สัมผัสกับปัญหาที่ต้องแก้ไขทันที เช่น การสร้างระบบแนะนำสินค้า การทำเว็บสคริปต์ และการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ
ChatGPT: ครูสอน AI ส่วนตัว
สิ่งที่ทำให้ Petersson แตกต่างคือการใช้ ChatGPT เป็นเครื่องมือเรียนรู้ เขาไม่ได้เริ่มจากตำรา แต่เริ่มจากโจทย์จริงที่ต้องแก้ไข เขาจะถาม ChatGPT ว่าควรสร้างโปรเจกต์อะไร จากนั้นให้โมเดลช่วยเขียนโค้ด เมื่อโค้ดมีบั๊กก็แก้ไขไปพร้อมกับคำแนะนำของ ChatGPT แล้วค่อย ๆ เจาะลึกลงไปในแต่ละองค์ประกอบ
วิธีการเรียนรู้แบบ “Top-down” นี้ทำให้เขาเข้าใจแนวคิดเบื้องหลังอย่างแท้จริง และสามารถซึมซับความรู้ระดับปริญญาเอกได้โดยไม่ต้องผ่านระบบการศึกษาแบบเดิม
เขาอธิบายว่า “คุณเริ่มจากปัญหา แล้วค่อย ๆ เจาะลึกลงไป เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณก็จะมีความรู้พื้นฐานทั้งหมดโดยไม่ต้องเรียนแบบ Bottom-up อีกต่อไป”
จากสตาร์ทอัพสู่ OpenAI
หลังจากสะสมประสบการณ์จากการทำงานจริง Petersson ได้เข้าร่วมทีมของ Midjourney และ Dataland ก่อนจะก้าวสู่ตำแหน่ง นักวิจัยในทีม Sora ของ OpenAI ซึ่งเป็นงานที่โดยทั่วไปสงวนไว้สำหรับผู้ที่มีวุฒิการศึกษาสูง
การที่เขาสามารถเข้าสู่ตำแหน่งนี้ได้โดยไม่มีใบปริญญาเอก ถือเป็นการพิสูจน์ว่าผลงานจริงและความสามารถสำคัญกว่าหลักฐานทางการศึกษา
ปรัชญาเรื่องการศึกษาและการทำงาน
Petersson เชื่อว่าบริษัทไม่ได้สนใจใบปริญญาเท่ากับความสามารถในการสร้างผลงานจริง
เขากล่าวว่า “บริษัทต้องการทำเงิน คุณแสดงให้พวกเขาเห็นว่าคุณสามารถสร้างสิ่งที่ทำเงินได้ และคุณเขียนโค้ดได้ พวกเขาก็จะจ้างคุณ”
แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการเทคโนโลยี ที่เริ่มให้ความสำคัญกับ ผลลัพธ์และทักษะจริง มากกว่าการรับรองจากสถาบันการศึกษา
กระแสในวงการเทคโนโลยี
เรื่องราวของ Petersson ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง ซีอีโอของ OpenAI อย่าง Sam Altman ซึ่งก็เป็นอดีตนักศึกษาที่ลาออกกลางคัน ได้กล่าวว่ารู้สึก “อิจฉา” คนรุ่นใหม่ที่สามารถใช้เครื่องมือ AI สร้างสิ่งยิ่งใหญ่ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
ขณะที่บริษัทร่วมลงทุนอย่าง Andreessen Horowitz ก็ชี้ว่านี่คือยุคทองสำหรับผู้ที่ไม่มีวุฒิการศึกษา แต่มีความสามารถและไอเดีย
ส่วน Alex Karp ซีอีโอ Palantir ถึงกับตั้งคำถามต่อคุณค่าของการศึกษาแบบเดิม และเปิดโครงการฝึกงานสำหรับผู้ที่จบแค่มัธยมปลาย
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกธุรกิจกำลังเปิดกว้างให้กับคนรุ่นใหม่ที่กล้าลอง กล้าสร้าง และใช้เครื่องมืออย่าง AI เป็นแรงขับเคลื่อน
สรุปสาระสำคัญ
- Gabriel Petersson ลาออกจากโรงเรียนมัธยมในปี 2019 เพื่อทำงานสตาร์ทอัพ
- ใช้ ChatGPT เป็นเครื่องมือเรียนรู้ AI และการเขียนโค้ดแบบ “Top-down”
- เชื่อว่าบริษัทให้ความสำคัญกับผลงานจริงมากกว่าใบปริญญา
- แนวโน้มในวงการเทคโนโลยีเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีวุฒิการศึกษา แต่มีความสามารถโดดเด่น
- ผู้นำในวงการ เช่น Sam Altman และ Alex Karp สนับสนุนแนวคิดนี้
- กระแสนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ ที่เน้นทักษะและผลลัพธ์มากกว่าหลักฐานทางการศึกษา
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
