โลกเทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง และการเปิดตัว Gemini 3 ของ Google เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการปัญญาประดิษฐ์ (AI)
จนคู่แข่งระดับโลกอย่าง Nvidia และ OpenAI ต้องออกมาแสดงความเห็นทันที
ก้าวกระโดดของ Gemini 3
Gemini 3 ไม่ใช่แค่การอัปเดต แต่เป็นการยกระดับครั้งสำคัญ โมเดลนี้ติดอันดับสูงสุดในหลายการทดสอบ ทั้งการสร้างข้อความ การแก้ไขภาพ และการประมวลผลมัลติมีเดีย
ผู้ใช้มากกว่าหนึ่งล้านคนแห่เข้าทดลองภายใน 24 ชั่วโมงแรก สะท้อนถึงความสนใจและความคาดหวังมหาศาล
เสียงสะท้อนจากคู่แข่ง
- Nvidia ยอมรับความสำเร็จของ Google แต่ย้ำว่าชิป GPU ของตนยังเหนือกว่าในด้านความหลากหลายและ ecosystem ที่ครบวงจร
- OpenAI CEO Sam Altman แสดงความยินดี พร้อมยอมรับว่า Gemini 3 เป็นโมเดลที่ยอดเยี่ยม
- Salesforce CEO Marc Benioff ถึงขั้นประกาศว่า หลังจากลองใช้แล้ว เขาจะไม่กลับไปใช้ ChatGPT เพราะ Gemini 3 มีความเร็วและความสามารถเหนือกว่า
- Meta กำลังเจรจาซื้อชิป Tensor ของ Google ขณะที่ Anthropic ก็เตรียมขยายการใช้เทคโนโลยีนี้
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
หุ้น Google พุ่งขึ้นเกือบ 8% สวนทางกับ Nvidia ที่ลดลงเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ ChatGPT จะยังครองฐานผู้ใช้รายสัปดาห์กว่า 800 ล้านคน แต่ Gemini ก็กำลังไล่ตามด้วยผู้ใช้รายเดือนกว่า 650 ล้านคน
ศึกชิป AI: GPU vs ASIC
Google ใช้ Tensor chips (ASICs) ที่ออกแบบเฉพาะงาน AI ขณะที่ Nvidia ครองตลาดด้วย GPU ที่ทรงพลังและใช้งานได้หลากหลาย
แม้ Tensor จะไม่สามารถแทนที่ GPU ได้ในทันที แต่การเกิดขึ้นของมันสะท้อนถึงความพยายามลดการพึ่งพา Nvidia และเปิดทางให้การแข่งขันที่หลากหลายมากขึ้น
บทสรุป
Gemini 3 คือการประกาศศักดาของ Google ว่าพวกเขายังเป็นผู้เล่นหลักในสนาม AI
ไม่เพียงท้าทาย ChatGPT ในด้านโมเดล แต่ยังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาดชิป ที่อาจทำให้ Nvidia ต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในอนาคต
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
