ญี่ปุ่นกับการพลาดโอกาสในกระแสหุ่นยนต์มนุษย์ AI

ญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นผู้นำด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม กลับพลาดโอกาสในกระแส “หุ่นยนต์มนุษย์ขับเคลื่อนด้วย AI” ที่กำลังบูมทั่วโลก เพราะระบบการศึกษาและการลงทุนยังเน้นวิศวกรรมเชิงกลมากกว่าปัญญาประดิษฐ์และการใช้งานเชิงสังคม

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่โลกเคยยกย่องว่าเป็น “มหาอำนาจหุ่นยนต์” โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยุค 1980s เป็นต้นมา โรงงานญี่ปุ่นเต็มไปด้วยแขนกลอัตโนมัติที่ช่วยยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคใหม่ที่หุ่นยนต์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในโรงงานอีกต่อไป หากแต่ถูกพัฒนาให้เป็น หุ่นยนต์มนุษย์ (Humanoid Robots) ที่สามารถโต้ตอบ เรียนรู้ และทำงานร่วมกับคนได้ ญี่ปุ่นกลับถูกมองว่า “พลาดรถไฟสายสำคัญ” เพราะไม่ได้ก้าวทันกระแส AI ที่เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงนี้

ภูมิหลังของญี่ปุ่นกับความรุ่งเรืองด้านหุ่นยนต์

  • ยุคทองของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม: บริษัทญี่ปุ่นอย่าง FANUC, Yaskawa และ Kawasaki Robotics ครองตลาดโลกด้วยแขนกลที่ทำงานแม่นยำในสายการผลิตรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
  • ภาพจำในสังคม: ญี่ปุ่นยังสร้างหุ่นยนต์ที่เป็น “สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม” เช่น ASIMO ของ Honda ที่เคยเป็นดาวเด่นระดับโลกในช่วงต้นทศวรรษ 2000
  • ระบบการศึกษา: มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นเน้นหนักด้านวิศวกรรมเครื่องกลและไฟฟ้า ทำให้ผลิตบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฮาร์ดแวร์ แต่ไม่เน้นด้านซอฟต์แวร์และ AI เท่าที่ควร

การเปลี่ยนแปลงของโลก เมื่อเปลี่ยนจากแขนกลสู่หุ่นยนต์มนุษย์ AI

  • การมาถึงของ AI Generative และ Machine Learning: ทำให้หุ่นยนต์ไม่ใช่เพียงเครื่องจักรที่ทำงานซ้ำ ๆ แต่สามารถ “คิด วิเคราะห์ และปรับตัว” ได้
  • บริษัทสหรัฐและจีน Tesla, Figure AI, และบริษัทจีนอย่าง Fourier Intelligence กำลังแข่งขันกันพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์ที่สามารถเดิน พูด และทำงานในบ้านหรือสำนักงาน
  • ตลาดใหม่ ความต้องการหุ่นยนต์ผู้ช่วยในครัวเรือน การดูแลผู้สูงอายุ และการบริการลูกค้า กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ทำไมญี่ปุ่นถึงพลาดโอกาส

  1. ติดอยู่ในกรอบอุตสาหกรรม: ญี่ปุ่นยังมุ่งเน้นการใช้หุ่นยนต์ในโรงงานมากกว่าการพัฒนาเพื่อสังคม
  2. การลงทุนใน AI ต่ำ: เมื่อเทียบกับสหรัฐและจีน ญี่ปุ่นลงทุนด้าน AI และซอฟต์แวร์น้อยกว่าอย่างชัดเจน
  3. ระบบมหาวิทยาลัยที่ล้าสมัย: การผลิตบุคลากรยังเน้นวิศวกรรมเชิงกล ไม่สอดคล้องกับความต้องการของยุค AI
  4. การขาดแรงผลักดันจากภาครัฐ: แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะสนับสนุนเทคโนโลยี แต่ยังไม่สร้างนโยบายที่ชัดเจนเพื่อผลักดันหุ่นยนต์มนุษย์ AI

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

  • เศรษฐกิจ: ญี่ปุ่นเสี่ยงเสียตำแหน่งผู้นำด้านหุ่นยนต์ให้กับสหรัฐและจีน
  • สังคมสูงวัย: ญี่ปุ่นมีประชากรสูงวัยมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก แต่กลับไม่มีหุ่นยนต์ผู้ช่วยที่ใช้ AI อย่างแพร่หลายเพื่อรองรับความต้องการ
  • ภาพลักษณ์นานาชาติ: จากที่เคยถูกมองว่าเป็น “อนาคตแห่งหุ่นยนต์” ญี่ปุ่นกลับถูกมองว่า “ล้าหลัง” ในกระแสใหม่

บทเรียนและโอกาสใหม่

แม้ญี่ปุ่นจะพลาดโอกาสแรก แต่ยังมีทางกลับมาได้ หากปรับตัวอย่างจริงจัง

  • บูรณาการ AI เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์ ญี่ปุ่นยังมีจุดแข็งด้านการผลิตที่แม่นยำ หากผสานกับ AI จะสร้างหุ่นยนต์ที่เหนือกว่า
  • ลงทุนในสตาร์ทอัพ AI เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สร้างนวัตกรรมหุ่นยนต์มนุษย์
  • สร้างนโยบายระดับชาติ ผลักดันการใช้หุ่นยนต์ AI ในการดูแลผู้สูงอายุและบริการสาธารณะ
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ ญี่ปุ่นสามารถจับมือกับบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ เพื่อเร่งการพัฒนา

ญี่ปุ่นเคยเป็นผู้นำโลกด้านหุ่นยนต์ แต่การพลาดกระแสหุ่นยนต์มนุษย์ AI สะท้อนให้เห็นถึง ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านการศึกษา การลงทุน และนโยบาย หากญี่ปุ่นไม่เร่งปรับตัว อาจสูญเสียตำแหน่งผู้นำในโลกเทคโนโลยี แต่หากสามารถผสานจุดแข็งด้านฮาร์ดแวร์เข้ากับ AI ได้ ญี่ปุ่นก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดหุ่นยนต์มนุษย์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

…..

เรียบเรียงโดย AiNextopia

Sources:

Stuck in the factory: How robotics pioneer Japan missed the AI-driven humanoid boom.

Admin