เมื่ออนาคตมารวมตัวที่มาเก๊าและจูไห่


ในเช้าวันที่ 4 ธันวาคม 2025 แสงไฟนับพันดวงส่องประกายภายในศูนย์ประชุม Venetian Macao และ Zhuhai International Convention Center เสียงผู้คนจากกว่า 1,000 บริษัททั่วโลกดังก้องไปทั่ว ทั้งนักวิจัย นักลงทุน และผู้ประกอบการ ต่างมารวมตัวกันเพื่อร่วมงาน Global Artificial Intelligent Machines and Electronics Expo (AIE) งานมหกรรมที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เวทีแห่งอนาคต”

เมืองคู่แฝดกับงานคู่ขนาน

สิ่งที่ทำให้ AIE 2025 แตกต่างคือรูปแบบ “หนึ่งงาน สองเมือง” มาเก๊าและจูไห่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันราวกับเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ที่เปิดให้โลกเข้ามาสำรวจ มาเก๊าเน้นไปที่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เช่น การสื่อสาร IoT, เทคโนโลยีเมตาเวิร์ส และนวัตกรรมด้านเสียงและภาพ ส่วนจูไห่เป็นเวทีของ เครื่องจักรอัจฉริยะและอุตสาหกรรมการผลิต ตั้งแต่หุ่นยนต์โรงงานไปจนถึงระบบอินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม

บรรยากาศพิธีเปิดเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ ผู้นำระดับสูงจากมาเก๊าและมณฑลกวางตุ้งเข้าร่วม พร้อมประกาศธีมงานว่า “Bay Area Intelligence, Globally Embraced” ปัญญาแห่งอ่าวกวางตุ้งที่พร้อมเปิดรับโลก

คำประกาศนี้ไม่ใช่เพียงสโลแกน แต่สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการสร้าง Greater Bay Area ให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลก คล้ายกับซิลิคอนวัลเลย์ในสหรัฐฯ แต่มีรากฐานเชื่อมโยงทั้งการผลิต การลงทุน และการวิจัยในภูมิภาคเอเชีย

นิทรรศการที่เป็นมากกว่าการโชว์เทคโนโลยี

ภายในงาน ผู้เข้าชมได้พบกับห้องจัดแสดงที่แบ่งเป็นธีมชัดเจน

  • Smart Communication & IoT Pavilion อุปกรณ์ที่เชื่อมโยงทุกสิ่ง ตั้งแต่บ้านอัจฉริยะไปจนถึงเมืองอัจฉริยะ
  • Intelligent Audio-Visual & Metaverse Pavilion โลกเสมือนที่ผสมผสานกับความจริง ผ่านจอภาพและเสียงที่สมจริง
  • Smart Equipment & Industrial Internet Pavilion หุ่นยนต์และเครื่องจักรที่ทำงานร่วมกับระบบข้อมูลแบบเรียลไทม์

แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ พื้นที่ Venture Capital และ International Exhibit ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้พบกับสตาร์ทอัพใหม่ ๆ ที่พร้อมจะเปลี่ยนโลก

งาน AIE ไม่ได้เป็นเพียงการจัดแสดงเทคโนโลยี แต่เป็น เวทีสนทนาระดับโลก ที่ตั้งคำถามว่า “เราจะอยู่ร่วมกับเครื่องจักรอัจฉริยะอย่างไร”

  • สำหรับนักวิทยาศาสตร์ มันคือโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้
  • สำหรับนักธุรกิจ มันคือการมองเห็นอนาคตของตลาด
  • สำหรับประชาชนทั่วไป มันคือการสัมผัสว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

เมื่อเดินผ่านบูธต่าง ๆ เราเห็นหุ่นยนต์ที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เห็นระบบ IoT ที่ทำให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายใจได้ และเห็นโลกเสมือนที่ทำให้การประชุมทางไกลกลายเป็นประสบการณ์ที่แทบไม่ต่างจากการพบกันจริง

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็น “สภาพแวดล้อมใหม่” ที่เรากำลังเข้าไปอยู่


AIE 2025 ในมาเก๊าและจูไห่จึงไม่ใช่แค่การจัดงานนิทรรศการ แต่เป็นการประกาศว่า อนาคตได้เริ่มต้นแล้ว และมันไม่ได้อยู่ในห้องทดลองหรือบทความวิชาการอีกต่อไป หากแต่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเรา หุ่นยนต์ที่ยื่นมือมาทักทาย ในจอภาพที่พาเราเข้าสู่โลกเสมือน และในเครือข่ายที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน

งานนี้คือการชวนให้เราตั้งคำถามว่า เราพร้อมหรือยังที่จะใช้ชีวิตในโลกที่ AI ไม่ใช่เพียงผู้ช่วย แต่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา

…..

เรียบเรียงโดย AiNextopia

* ภาพประกอบโดย Nano Banana

Admin