ปี 2026 จะเป็นปีที่ AI ก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เราจะเห็นการผงาดของโมเดลเปิดจากจีนที่ท้าทายการผูกขาดของบริษัทตะวันตก การต่อสู้ทางการเมืองและกฎหมายในสหรัฐฯ ที่สะท้อนความกังวลต่อผลกระทบของ AI การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคผ่าน chatbot ที่กลายเป็นผู้ช่วยซื้อของ และการทดลองใช้ LLM ในการค้นพบใหม่ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่า AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่เป็นสนามแข่งขันระดับโลกที่มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง
โลกของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่เคยหยุดนิ่ง และทุกปีเรามักเห็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมทั้งอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และชีวิตประจำวัน ปี 2025 ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจและสังคม ปี 2026 จึงถูกจับตามองอย่างยิ่งว่า AI จะเดินไปในทิศทางใด และจะสร้างผลกระทบอย่างไรต่อโลกที่เรากำลังอยู่
เมื่อมองย้อนกลับไป MIT Technology Review เคยทำนายแนวโน้มสำคัญของปี 2025 ไม่ว่าจะเป็น “world models” ที่สร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงได้อย่างน่าทึ่ง, “reasoning models” ที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการแก้ปัญหา, การใช้ AI ในงานวิทยาศาสตร์, ความร่วมมือระหว่างบริษัท AI กับภาคความมั่นคง และการแข่งขันด้านชิปประมวลผลที่ท้าทาย Nvidia หลายข้อทำนายเหล่านี้เกิดขึ้นจริง และทำให้ปี 2026 ถูกคาดหวังว่าจะยิ่งเข้มข้นกว่าเดิม
...การผงาดของโมเดลเปิดจากจีน
หนึ่งในปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองคือการเติบโตของโมเดลภาษาใหญ่ (LLM) จากจีน โดยเฉพาะ DeepSeek ที่เปิดตัว R1 โมเดล reasoning แบบโอเพนซอร์สซึ่งสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก จุดเด่นของโมเดลเหล่านี้คือการเปิดให้ดาวน์โหลดและปรับแต่งได้ตามต้องการ แตกต่างจากโมเดลแบบปิดของบริษัทอเมริกันที่มักจำกัดการเข้าถึงและมีค่าใช้จ่ายสูง
ผลลัพธ์คือสตาร์ทอัพในสหรัฐฯ เริ่มหันมาใช้โมเดลจากจีนมากขึ้น เช่น Qwen ของ Alibaba ที่ถูกดาวน์โหลดไปแล้วหลายล้านครั้ง ความหลากหลายและความยืดหยุ่นทำให้โมเดลจีนกลายเป็นพลังใหม่ที่บีบให้บริษัทตะวันตกต้องเปิดกว้างมากขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ กำลังเผชิญการต่อสู้ทางกฎหมายและการเมืองเกี่ยวกับการกำกับดูแล AI ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งพิเศษเพื่อจำกัดอำนาจของรัฐในการออกกฎหมายควบคุม AI โดยให้เหตุผลว่ากฎหมายที่แตกต่างกันในแต่ละรัฐจะทำลายความสามารถในการแข่งขันกับจีน
อย่างไรก็ตาม รัฐใหญ่อย่างแคลิฟอร์เนียยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยของ AI และพร้อมจะสู้ในศาล ความขัดแย้งนี้ทำให้ปี 2026 กลายเป็นเวทีการเมืองที่ร้อนแรง โดยมีทั้งบริษัทเทคโนโลยีและกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองเข้ามามีบทบาท
Chatbot พลิกโฉมการช้อปปิ้ง
ในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคจะสัมผัสการเปลี่ยนแปลงจาก chatbot ที่กลายเป็นผู้ช่วยซื้อของส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำของขวัญ การเปรียบเทียบสินค้า หรือแม้แต่การจัดการการสั่งซื้อและการจัดส่ง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในบทสนทนาเดียว
Salesforce คาดการณ์ว่า AI จะสร้างยอดขายออนไลน์กว่า 263 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเทศกาลปลายปีที่ผ่านมา และตัวเลขนี้จะพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ บริษัทใหญ่เช่น Google และ OpenAI กำลังเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มที่ทำให้การซื้อขายผ่าน chatbot ราบรื่นที่สุด พร้อมจับมือกับ Walmart, Target และ Etsy เพื่อให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้โดยตรงจากการสนทนา
LLM กับการค้นพบใหม่ทางวิทยาศาสตร์
แม้ว่าโมเดลภาษาใหญ่จะถูกวิจารณ์ว่ามักสร้างข้อมูลผิดพลาด แต่การผสมผสานกับอัลกอริทึมเชิงวิวัฒนาการได้เปิดประตูใหม่ให้กับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างเช่น AlphaEvolve ของ Google DeepMind ที่ใช้ LLM ร่วมกับการคัดเลือกเชิงวิวัฒนาการเพื่อสร้างอัลกอริทึมใหม่ ๆ ในการจัดการพลังงานของศูนย์ข้อมูล แม้ยังไม่ใช่การค้นพบที่พลิกโลก แต่ก็แสดงให้เห็นศักยภาพของ AI ในการขยายขอบเขตความรู้มนุษย์ บริษัทและนักวิจัยทั่วโลกกำลังแข่งขันกันเพื่อใช้ AI ในการแก้ปัญหาที่ยังไม่ถูกคลี่คลาย ตั้งแต่คณิตศาสตร์ไปจนถึงการพัฒนายาและวัสดุใหม่ ๆ
การต่อสู้ทางกฎหมายที่ซับซ้อนขึ้น
นอกจากการเมืองแล้ว ศาลก็จะกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของ AI คดีความในอดีตมักเกี่ยวข้องกับการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ในปี 2026 ปัญหาจะซับซ้อนกว่านั้น เช่น การฟ้องร้องบริษัท AI ที่ chatbot ของพวกเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นให้ผู้ใช้ทำร้ายตัวเอง หรือการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่ทำลายชื่อเสียงบุคคล หากศาลตัดสินให้บริษัทต้องรับผิดชอบ ผลกระทบจะรุนแรงถึงขั้นบริษัทประกันอาจไม่กล้ารับลูกค้า AI อีกต่อไป
Key Takeaways
- จีนกำลังกลายเป็นผู้นำด้านโมเดลเปิด และสตาร์ทอัพทั่วโลกเริ่มนำมาใช้มากขึ้น
- สหรัฐฯ เผชิญศึกการเมืองและกฎหมาย ที่จะกำหนดอนาคตการกำกับดูแล AI
- Chatbot จะกลายเป็นผู้ช่วยซื้อของส่วนตัว และเปลี่ยนโฉมการค้าปลีกออนไลน์
- LLM เริ่มมีบทบาทในการค้นพบใหม่ทางวิทยาศาสตร์ แม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
- คดีความเกี่ยวกับ AI จะซับซ้อนและรุนแรงขึ้น ตั้งแต่การละเมิดสิทธิไปจนถึงความรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสังคม
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
Source: What’s next for AI in 2026.