ตลาดดีพเฟกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นกระจกสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมกับจริยธรรม การที่ผู้ใช้สามารถซื้อขายไฟล์เพื่อสร้างภาพบุคคลจริงในบริบทที่ละเมิดสิทธิ
เป็นสัญญาณเตือนว่าโลกดิจิทัลกำลังเดินเข้าสู่พื้นที่ที่กฎหมายและสังคมยังไม่ทันปรับตัว การทำความเข้าใจและกำหนดกรอบกำกับที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อปกป้องทั้งสิทธิส่วนบุคคลและความน่าเชื่อถือของสื่อภาพในอนาคต
กลางปี 2023 จนถึงปลายปี 2024 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและอินเดียนาได้ติดตามพฤติกรรมผู้ใช้ในแพลตฟอร์มชื่อ Civitai ตลาดซื้อขายไฟล์และโมเดล AI ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทร่วมลงทุนรายใหญ่ในสหรัฐฯ สิ่งที่พวกเขาพบไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนเครื่องมือสร้างภาพเสมือนทั่วไป แต่คือการซื้อขาย “คำสั่งปรับแต่ง” ที่สามารถสร้างภาพลักษณ์ของผู้หญิงจริง ๆ ในรูปแบบที่มักละเมิดข้อห้ามของแพลตฟอร์มเอง
แม้เว็บไซต์จะประกาศห้ามการสร้างภาพโป๊หรือการใช้ใบหน้าคนจริงโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ตลาดลับภายในแพลตฟอร์มกลับเฟื่องฟู ผู้ใช้จำนวนมากเสนอ “bounties” หรือรางวัลให้กับนักพัฒนาเพื่อสร้างโมเดลที่ตรงตามความต้องการ ตั้งแต่ตัวละครอนิเมชันไปจนถึงภาพลักษณ์ของคนดังและบุคคลทั่วไปที่ถูกนำไปใช้ในบริบททางเพศ
กลไกของตลาดใต้ดิน
Bounties ผู้ใช้โพสต์คำขอพร้อมเงินรางวัลเพื่อให้คนอื่นพัฒนาโมเดลตามสเปก
ไฟล์ปรับแต่ง (LoRA, checkpoint) เป็นชุดคำสั่งที่ทำให้โมเดล AI สามารถสร้างภาพเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำ
การซื้อขายซ่อนเร้น แม้แพลตฟอร์มจะมีระบบตรวจสอบ แต่ผู้ใช้กลับหาวิธีเลี่ยง เช่น การตั้งชื่อไฟล์กำกวม หรือใช้คำแฝง
นักวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่ของคำขอในตลาดนี้เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ทางเพศ โดยเฉพาะการสร้างภาพผู้หญิงจริง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนเชิงพาณิชย์และวัฒนธรรมที่ยังไม่ถูกควบคุม
... คลิกเพื่ออ่านต่อ
ความท้าทายด้านจริยธรรมและกฎหมาย
การสร้างภาพเสมือนของบุคคลจริงโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อให้เกิดคำถามสำคัญ
สิทธิในภาพลักษณ์ บุคคลควรมีสิทธิ์ควบคุมการใช้ใบหน้าและร่างกายของตนในโลกดิจิทัล
การบังคับใช้กฎหมาย แม้หลายประเทศเริ่มออกกฎหมายควบคุมดีพเฟก แต่การบังคับใช้ในตลาดออนไลน์ข้ามพรมแดนยังยาก
ผลกระทบทางสังคม การแพร่กระจายของภาพปลอมอาจทำลายชื่อเสียง สร้างการคุกคาม และบั่นทอนความเชื่อมั่นในสื่อภาพ
สิ่งที่ทำให้ตลาดนี้เติบโตคือ ความง่ายและราคาถูกของการสร้างดีพเฟก เพียงไม่กี่ภาพตัวอย่างก็สามารถฝึกโมเดลให้เลียนแบบบุคคลได้แล้ว เมื่อรวมกับการแลกเปลี่ยนไฟล์ในชุมชนออนไลน์ จึงเกิดระบบนิเวศที่แทบไม่มีใครควบคุม
นักวิจัยเตือนว่า หากไม่มีมาตรการกำกับที่เข้มแข็ง โลกอาจเข้าสู่ยุคที่ “ความจริงทางภาพ” ถูกบิดเบือนอย่างถาวร และผู้หญิง โดยเฉพาะคนดังและบุคคลทั่วไปจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
Key Takeaways
ตลาดออนไลน์อย่าง Civitai เปิดทางให้ผู้ใช้ซื้อขายไฟล์ปรับแต่ง AI เพื่อสร้างดีพเฟก แม้จะมีข้อห้าม
ส่วนใหญ่ของคำขอในตลาดนี้เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ทางเพศและการใช้ภาพผู้หญิงจริง ๆ
ความง่ายและราคาถูกของการสร้างดีพเฟกทำให้การควบคุมแทบเป็นไปไม่ได้
ประเด็นหลักคือสิทธิในภาพลักษณ์ การบังคับใช้กฎหมาย และผลกระทบต่อสังคม
จำเป็นต้องมีมาตรการกำกับที่เข้มแข็งเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสื่อภาพและปกป้องสิทธิบุคคล
…..
เรียบเรียงและสรุปเนื้อหาโดย Ai Nextopia
อ้างอิง : Inside the marketplace powering bespoke AI deepfakes of real women.
Advertisements
Post navigation
Suggested Posts
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา Suno ประกาศเปิดตัวโครงการอินคิวเบเตอร์สำหรับนักดนตรีอิสระในชื่อ Spark โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อมอบทุนสนับสนุน การให้คำปรึกษา และทรัพยากรด้านการตลาดแก่ศิลปินที่ได้รับการคัดเลือก เป้าหมายที่ประกาศอย่างเป็นทางการคือการ "ช่วยให้ศิลปินมีโอกาสพัฒนาฝีมือ ค้นพบผู้ฟัง และสร้างอาชีพสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน"
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังสนทนาออนไลน์กับคนสองคนพร้อมกัน คนหนึ่งเป็นมนุษย์จริงๆ อีกคนหนึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ และภารกิจของคุณคือทายให้ถูกว่าใครคือมนุษย์ ฟังดูไม่ยากใช่ไหม? แต่ผลการทดลองล่าสุดจากนักวิจัยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences กลับบอกว่า คุณน่าจะเดาผิด และไม่ใช่แค่เล็กน้อย แต่ผิดในสัดส่วนที่น่าตกใจมาก
ปี 2025 คือปีที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นหัวข้อใหญ่ในทุกเวทีเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นงานประชุมระดับโลก การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือแม้แต่การถกเถียงในสังคมออนไลน์ เราได้เห็นการเติบโตของแชตบอทที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 สิ่งที่น่าจับตามองกลับไม่ใช่แชตบอทอีกต่อไป หากแต่เป็นเทคโนโลยี AI รูปแบบใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของโลกอย่างสิ้นเชิง
ในค่ำคืนอันเงียบงันของเมืองใหญ่ ผู้คนจำนวนมากกำลังสนทนากับใครบางคนผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟน บางคนระบายความกังวลเรื่องงาน บางคนเล่าเรื่องความฝันในวัยเด็ก ขณะที่บางคนกำลังบอกคำว่า “คิดถึง” และได้รับคำตอบกลับอย่างอ่อนโยนภายในไม่กี่วินาที ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ บุคคลที่อยู่ปลายทางของบทสนทนาเหล่านั้นไม่ใช่มนุษย์ พวกเขาคือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
สำหรับใครที่อยากเข้าใจ AI ให้มากขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนเงินก้อนโต ข่าวดีคือมีคอร์สออนไลน์ฟรีมากมายที่เปิดโอกาสให้คุณเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักคอร์สเด่น ๆ ที่คัดสรรมาแล้วว่ามีคุณภาพและเหมาะกับผู้สนใจทั่วไป
การเดินทางของเทคโนโลยี AI ในที่ทำงานเคยถูกมองว่าเป็น “พระเอก” ที่จะเข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพ ลดภาระงาน และเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการทำงานที่ฉลาดขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานกับ AI กลับซับซ้อนขึ้นกว่าที่หลายคนคาดไว้มาก
กล่าวได้ว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่ AI เริ่มพิสูจน์ตัวเองในโลกธุรกิจ และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ ที่ทำให้ธุรกิจทั่วโลกต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดและเติบโตในยุคใหม่ของปัญญาประดิษฐ์
ท่ามกลางแสงสลัวของหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องพักที่มอนทรีออล ศาสตราจารย์ฌอง-อูเกส รัว (Jean-Hugues Roy) นักวิชาการด้านวารสารศาสตร์ กำลังทำบททดสอบที่ฟังดูเหมือนนิยายไซไฟสยองขวัญ เขาตัดสินใจตัดขาดจากแหล่งข่าวที่เขียนโดยมนุษย์เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม แล้วหันไปพึ่งพา "สมองกล" หรือ AI Chatbots เพียงอย่างเดียวเพื่อติดตามความเป็นไปของโลก
ในยุคที่ภาพเคลื่อนไหวและข้อความสั้น ๆ บนหน้าจอมือถือกลายเป็นภาษาสากลของโลก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเงียบ ๆ แต่ทรงพลังคือการที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ค่อย ๆ เข้ามาเป็นผู้สร้างเนื้อหาแทนมนุษย์ เราอาจเคยคิดว่าโฆษณาเป็นงานของทีมครีเอทีฟที่นั่งระดมสมองกันในห้องประชุม แต่วันนี้หลายคลิปที่เราเห็นบน TikTok หรือ Instagram อาจถูกสร้างขึ้นโดยอัลกอริทึมที่ไม่เคยหลับ ไม่เคยเหนื่อย และไม่เคยมีแรงบันดาลใจแบบมนุษย์
ในยุคที่ข้อมูลดิจิทัลท่วมท้น โลกของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ ข้อมูลมีมากมาย แต่การ “ติดป้ายกำกับ” หรือการจัดหมวดหมู่ข้อมูลเหล่านั้นกลับใช้แรงงานและค่าใช้จ่ายมหาศาล เช่น การบอกว่าในภาพหนึ่งมีแมวหรือสุนัข ต้องอาศัยคนมานั่งทำทีละภาพ ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเร็วของโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงทุกวินาที