Sunday

1 March 2026

AI Influencers เมื่อโลกโซเชียลเริ่มมี “คน” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

AI influencers คือภาพสะท้อนของยุคสมัยที่เทคโนโลยีเริ่มสร้าง “มนุษย์จำลอง” ที่สมจริงจนเราแทบลืมไปว่าเขาไม่เคยมีตัวตน พวกเขาอาจช่วยแบรนด์ประหยัดงบ สร้างกระแส และทดลองไอเดียใหม่ ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

แต่ในโลกที่ความเชื่อใจคือสกุลเงินสำคัญที่สุดของการสื่อสาร
มนุษย์จริง ๆ ยังคงเป็นผู้ชนะ

เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงภาพที่สวยงาม
แต่ต้องการ “ความจริง” ที่มีชีวิตอยู่เบื้องหลังภาพนั้น

ยามเช้าตรู่ในบาร์เซโลนา แสงแดดอุ่นส่องกระทบผิวของหญิงสาววัย 25 ปีที่กำลังก้าวออกจากยิม เธอหันมายิ้มให้กล้อง รอยยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างน่าประหลาด ก่อนโพสต์ภาพลงบนอินสตาแกรมให้ผู้ติดตามนับแสนได้ชื่นชม

แต่หญิงสาวคนนี้… ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง

เธอคือ Aitana Lopez อินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเอเจนซีในสเปนชื่อ The Clueless และกำลังทำรายได้ให้บริษัทกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนจากงานโฆษณาและแคมเปญแบรนด์ต่าง ๆ ตั้งแต่ Amazon ไปจนถึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

Aitana ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้นในโลกที่เส้นแบ่งระหว่าง “มนุษย์” และ “สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น” เริ่มพร่าเลือนลงอย่างรวดเร็ว

ยุคใหม่ของ “คนจำลอง” ที่เหมือนจริงจนแยกไม่ออก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกออนไลน์เต็มไปด้วยใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ ผิวเนียนกว่าความจริง ดวงตาเป็นประกายอย่างสมบูรณ์แบบ และหลายใบหน้าเหล่านั้นไม่ได้มาจากมนุษย์ แต่จากอัลกอริทึม

AI influencers รุ่นใหม่ เช่น Mia Zelu และ Ana น้องสาวเสมือนของเธอ กลายเป็นดาวเด่นบนอินสตาแกรมด้วยผู้ติดตามรวมกันกว่า 500,000 คน ทั้งคู่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Zelu Vision House และถูกออกแบบให้ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์จริง ๆ ตั้งแต่ไปงาน Wimbledon ไปจนถึงโพสต์ภาพท่องเที่ยวสุดหรู

ตลาดนี้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างน่าตกใจ มีมูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 และคาดว่าจะพุ่งขึ้นถึง 45 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

แต่ความสมจริงระดับนี้ก็ทำให้เกิดคำถามใหญ่ตามมา
เรายังเชื่อในสิ่งที่เห็นบนหน้าจอได้อีกหรือไม่?

เมื่อ AI เริ่มท้าทายงานของมนุษย์

ในสตูดิโอถ่ายภาพแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ช่างภาพกำลังจัดแสงให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง แต่แทนที่จะมีนางแบบยืนอยู่ตรงหน้า เขากลับกำลังปรับภาพของ “นางแบบ AI” บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

หลายเอเจนซีเริ่มใช้โมเดล AI เพื่อสร้างภาพโฆษณาในระดับแคมเปญจริง ไม่ใช่แค่ทดลองเล่นอีกต่อไป เพราะมันทำงานได้รวดเร็วกว่า ถูกกว่า และไม่ต้องเดินทางไปถ่ายทำในสถานที่จริง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ช่างภาพ สไตลิสต์ ช่างแต่งหน้า และทีมโปรดักชันจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า
AI จะมาแย่งงานของพวกเขาหรือไม่?

องค์กรวิชาชีพด้านครีเอทีฟในสิงคโปร์เตือนว่าอุตสาหกรรมต้องมี “กฎกติกา” เพื่อปกป้องแรงงานมนุษย์ และต้องเปิดเผยอย่างโปร่งใสเมื่อใช้ AI ในงานโฆษณา เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคถูกหลอกลวง

แม้ AI จะสวยสมบูรณ์แบบเพียงใด อินฟลูเอนเซอร์มนุษย์หลายคนกลับไม่รู้สึกหวั่นไหว

Gargi Sharma อินฟลูเอนเซอร์ชาวสิงคโปร์กล่าวว่า “แบรนด์ไม่ได้จ้างเราเพราะหน้าตา แต่เพราะความสัมพันธ์ที่เราสร้างกับผู้ติดตาม”1

ความสัมพันธ์ ความเป็นมนุษย์ที่มีเรื่องราว มีความผิดพลาด มีความไม่สมบูรณ์แบบ คือสิ่งที่ AI ยังเลียนแบบไม่ได้

ผู้ติดตามจำนวนมากเริ่มเบื่อกับคอนเทนต์ที่ “เนียนเกินไป” และโหยหาความจริงใจมากขึ้น โดยเฉพาะในหมวดที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ครอบครัว หรือประสบการณ์ส่วนตัว

อินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัวอย่าง Jang Shiki บอกว่า “AI ทำให้ภาพดูสวยเกินจริง จนมันไม่ใช่ชีวิตจริงของฉันและลูก ๆ”

AI ทำให้คนสนใจ… แต่ไม่ได้ทำให้คนซื้อ

แม้ AI influencers จะสร้างกระแสได้ดี แต่คำถามสำคัญคือ พวกเขาขายของได้จริงหรือไม่?

ผลสำรวจของ CNA TODAY กับคนอายุต่ำกว่า 35 ปีพบว่า 80% ไม่เชื่อถือสินค้า ที่โปรโมตโดย AI

เหตุผลคือ

  • AI ไม่มีประสบการณ์จริง
  • ไม่สามารถเล่าเรื่องจากชีวิตจริง
  • ไม่รู้สึก ไม่สัมผัส ไม่ลองใช้สินค้า

ผู้บริโภคจำนวนมากยอมรับว่าอาจซื้อสินค้าราคาถูก เช่น เสื้อผ้า หรือของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากคำแนะนำของ AI แต่จะไม่ซื้อสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ การท่องเที่ยว หรือสิ่งที่ต้องใช้ความเชื่อใจสูง

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Zaragoza ยังพบว่า

  • AI ทำงานได้ดีในสินค้าที่ “เน้นสเปก” เช่น กล้อง โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แต่มนุษย์ยังเหนือกว่าในสินค้าที่ “เน้นอารมณ์” เช่น แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ หรือการท่องเที่ยว
กล่าวอีกแบบคือ
AI ดึงดูดสายตาได้ แต่ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อใจได้

ความกังวลที่ใหญ่กว่า: โลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมไม่ได้

ความไม่ไว้วางใจต่อ AI influencers ไม่ได้เกิดจากการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความกลัวที่ใหญ่กว่านั้น
ความกลัวว่าเราจะไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรปลอมอีกต่อไป

รายงาน Digital 2026 พบว่า 71% ของชาวสิงคโปร์กังวล ว่าจะไม่สามารถแยกภาพจริงออกจากภาพที่สร้างด้วย AI ได้ ในยุคที่ deepfake สามารถปลอมเสียง ปลอมหน้า และปลอมเหตุการณ์ได้อย่างแนบเนียน ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย

แบรนด์บางแห่งเริ่มใช้กลยุทธ์ “ต่อต้าน AI” เพื่อสร้างความแตกต่าง เช่น โฆษณาของ Polaroid ที่ประกาศว่า “AI ไม่สามารถสร้างความรู้สึกของเม็ดทรายที่อยู่ระหว่างนิ้วเท้าคุณได้

ความเป็นมนุษย์ ความรู้สึกที่จับต้องได้ กลายเป็นจุดขายใหม่

AI ที่ดีต้องไม่หลอกใคร

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเตือนว่า AI influencers จะอยู่รอดได้ก็ต่อเมื่อมี “ความโปร่งใส” เป็นหัวใจสำคัญ

แบรนด์ต้องบอกให้ชัดเจนว่า

  • อินฟลูเอนเซอร์คนนี้เป็น AI
  • ประสบการณ์ที่เล่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง
  • ภาพที่เห็นอาจถูกสร้างขึ้นทั้งหมด

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือแคมเปญในสหรัฐฯ ที่จับคู่ AI influencer กับ Jojo Siwa ตัวจริง เพื่อรณรงค์การบริจาคไขกระดูก พร้อมสโลแกนว่า “เธอไม่ใช่คนจริง แต่ปัญหานี้จริงมาก”

ความซื่อสัตย์เช่นนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า AI เป็น “เครื่องมือเล่าเรื่อง” ไม่ใช่ “ตัวแทนของมนุษย์”

อนาคต AI จะอยู่ แต่จะไม่แทนที่มนุษย์

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า AI influencers จะไม่หายไป แต่จะเปลี่ยนบทบาทไปเรื่อย ๆ

บางคนมองว่า AI จะกลายเป็น “ตัวละคร” ที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมได้มากขึ้น อาจพูดคุย ตอบโต้ หรือสร้างเรื่องราวร่วมกับผู้ติดตาม

แต่ถ้า AI ยังคงเป็นเพียงภาพสวย ๆ ที่ไร้ชีวิต ก็อาจกลายเป็นเพียง “เสียงรบกวน” ในโลกออนไลน์ที่มีคอนเทนต์ล้นทะลักอยู่แล้ว

สิ่งหนึ่งที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือ
AI จะไม่สามารถแทนที่อินฟลูเอนเซอร์มนุษย์ได้ทั้งหมด

เพราะมนุษย์มีสิ่งที่ AI ไม่มี
ความรู้สึก ความผิดหวัง ความสำเร็จ ความเจ็บปวด ความรัก และเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง

หรืออย่างที่อินฟลูเอนเซอร์ท่องเที่ยวคนหนึ่งกล่าวไว้ “ผมมีชีวิตจริง มีความรู้สึก และมีเรื่องราวที่ AI ไม่มีวันเลียนแบบได้”

…..

เรียบเรียงโดย AiNextopia

References: Are human influencers still relevant in the age of AI?

Admin