AI กำลังท้าทายอนาคตงานของคนทำงาน work from home

งานรีโมตซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของอิสระและความยืดหยุ่น อาจกลายเป็นกลุ่มแรกที่ถูกแทนที่โดย AI เพราะมันคือประเภทงานที่ AI สามารถเข้ามาทำแทนได้ง่ายที่สุด

คำถามที่เราต้องถามตัวเองไม่ใช่ว่า
“AI จะมาแทนงานหรือไม่”
แต่คือ
“เราจะปรับตัวอย่างไรในโลกที่ AI กลายเป็นแรงงานหลักของเศรษฐกิจ”

และคำตอบนั้นอาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของแรงงานมนุษย์ทั้งศตวรรษนี้ และในอนาคต

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา งานรีโมต (work form home) ถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของโลกการทำงานยุคใหม่ อิสระ, ยืดหยุ่น, และเปิดโอกาสให้คนทำงานจากทุกมุมโลกได้อย่างเท่าเทียม แต่ในอีกมุมหนึ่ง คลื่นเทคโนโลยี AI ที่กำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วอาจกำลังทำให้อนาคตของงานรูปแบบนี้สั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

Shane Legg ผู้ร่วมก่อตั้ง Google DeepMind และ Chief AGI Scientist คือหนึ่งในเสียงสำคัญที่ออกมาเตือนว่า AI ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นผู้ช่วยอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่บทบาท “ผู้ทำงานแทนมนุษย์” โดยเฉพาะในงานที่ทำผ่านคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ซึ่งก็คืองานรีโมตแทบทุกประเภท

บทความนี้จะพาคุณสำรวจว่าเหตุใดงานรีโมตจึงอาจเป็น “ผู้เสียเปรียบรายแรก” ในยุคที่ AI กำลังฉลาดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และมนุษย์อาจไม่ใช่ศูนย์กลางของความรู้ความสามารถอีกต่อไป

AI ไม่ได้มาเพื่อช่วยงาน แต่กำลังจะทำงานแทน

ในอดีต เรามอง AI เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้ดีขึ้น แต่ Legg มองว่าบทบาทนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว AI เริ่มเข้าใกล้จุดที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ช่วย แต่ “แทนที่”

งานรีโมตส่วนใหญ่คือ งานความรู้ (cognitive work) ซึ่งเป็นงานที่ AI เข้าถึงได้โดยตรงผ่านคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างเนื้อหา หรือแม้แต่งานวิชาชีพที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

เมื่อ AI สามารถทำงานเหล่านี้ได้เร็วกว่าและแม่นยำกว่า บริษัทจำนวนมากย่อมเริ่มตั้งคำถามว่า “เรายังต้องใช้แรงงานมนุษย์อยู่หรือไม่”

หนึ่งในประเด็นที่ทรงพลังที่สุดจาก Legg คือแนวคิดที่ว่า มนุษย์ไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุดของสติปัญญาอีกต่อไป

สมองมนุษย์มีข้อจำกัดด้านพลังงาน ความเร็ว และปริมาณข้อมูลที่สามารถประมวลผลได้ แต่ศูนย์ข้อมูลที่รันโมเดล AI นั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พวกมันสามารถใช้พลังงานระดับเมกะวัตต์ ประมวลผลด้วยความเร็วใกล้แสง และจัดการข้อมูลในปริมาณที่มนุษย์ไม่อาจเทียบได้

เมื่อ “ศักยภาพ” ของ AI ทรงพลังขนาดนี้ การที่มันจะก้าวข้ามมนุษย์จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

AI เริ่มเก่งกว่าเราในหลายด้านแล้ว

แม้หลายคนยังคิดว่า AI ยังมีข้อจำกัด แต่ Legg ชี้ว่า AI ในปัจจุบันได้ก้าวข้ามมนุษย์ไปแล้วในหลายทักษะ โดยเฉพาะด้านภาษาและความรู้ทั่วไป ซึ่งเป็นหัวใจของงานสำนักงานจำนวนมาก

ที่สำคัญกว่านั้นคือจุดอ่อนของ AI ในอดีต กำลังถูกแก้ไขอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการให้เหตุผล ความเข้าใจภาพ หรือการเรียนรู้ต่อเนื่อง เขาเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปี AI จะไปถึงระดับ “มืออาชีพ” ในงานอย่างคณิตศาสตร์ การเขียนโปรแกรม และงานวิเคราะห์เชิงลึก ทักษะที่เคยเป็นจุดแข็งของมนุษย์

ทำไมงานรีโมตจึงเสี่ยงที่สุด

งานรีโมตคือกลุ่มงานที่ AI สามารถเข้ามาแทนได้ง่ายที่สุด เพราะมันมีคุณสมบัติครบทุกข้อที่ AI ถนัด

  • ทำผ่านคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
  • ไม่ต้องใช้แรงงานทางกายภาพ
  • ไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัว
  • มีโครงสร้างข้อมูลชัดเจน
  • วัดผลลัพธ์ได้ง่าย

เมื่อ AI สามารถทำงานได้เร็วกว่า ถูกกว่า และไม่ต้องพักผ่อน งานรีโมตจำนวนมากอาจถูกแทนที่อย่างเงียบ ๆ โดยที่เราแทบไม่ทันตั้งตัว

ลองจินตนาการถึงวันที่ AI สามารถเขียนโค้ดระดับซับซ้อน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก หรือสร้างงานวิชาการได้ในระดับที่เทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์หลายปี

Legg เชื่อว่าวันนั้นกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว และเมื่อถึงจุดนั้น งานความรู้จำนวนมากอาจไม่ต้องการมนุษย์อีกต่อไป

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือการลดจำนวนพนักงานในงานรีโมต การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดแรงงาน และการเปลี่ยนบทบาทของมนุษย์จาก “ผู้ทำงาน” เป็น “ผู้กำกับดูแลระบบ” ซึ่งต้องใช้คนจำนวนน้อยกว่ามาก

คำถามสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนงานหรือไม่ แต่คือ มนุษย์จะมีบทบาทอะไรในโลกที่ AI ทำงานได้ดีกว่า

งานที่ยังต้องการมนุษย์อาจรวมถึงงานที่ต้องใช้ความเข้าใจเชิงอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์แบบไม่เป็นเส้นตรง หรือความไว้วางใจระหว่างมนุษย์ด้วยกัน แต่คำถามคือ งานเหล่านี้มีมากพอสำหรับทุกคนหรือไม่ และจะรองรับแรงงานหลายร้อยล้านคนทั่วโลกได้จริงหรือ

สิ่งที่ Legg พยายามสื่อไม่ใช่การสร้างความหวาดกลัว แต่เป็นการเตือนให้สังคมเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะ AI ไม่ได้พัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปอีกต่อไป แต่กำลังก้าวกระโดดแบบทวีคูณ

และเมื่อเทคโนโลยีเคลื่อนที่เร็วกว่าโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม ความปั่นป่วนย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

…..

เรียบเรียงโดย AiNextopia

Source: AI going to kill all remote jobs, work from home will no longer exist: Google DeepMind co-founder.

Admin