สรุปมหากาพย์ไอทีปี 2025 ปีแห่งรถไฟเหาะ AI ไปจนศึกชิงยักษ์สตรีมมิ่ง!

ปี 2025 ถือเป็นปีรถไฟเหาะ ของวงการเทคโนโลยีอย่างแท้จริง เราได้เห็นทั้งการก้าวกระโดดของ 6G กระแส AI ที่ทั้งสร้างโอกาสและแย่งงานคนในเวลาเดียวกัน Positioning จะพาไปย้อนรอย 10 ข่าวเด่นที่สะเทือนวงการไอทีตลอดทั้งปี ตั้งแต่ศึกชิงยักษ์สตรีมมิ่ง ไปจนถึงมหากาพย์แอปฯ
แอปเงินกู้ โผล่มาพร้อมเครื่อง OPPO & realme

​ข่าวใหญ่ต้นปีที่ทำเอาคนใช้มือถือผวา เมื่อพบแอปฯ ชื่อ “Fineasy” (และสินเชื่อความสุข) ติดตั้งมาในมือถือของ Oppo และ Realme ตั้งแต่โรงงานโดยไม่ได้ขออนุญาต กสทช. และ สคบ.จนกลายเป็นไวรัลเตือนภัยเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว

>>> ‘OPPO’ แถลง ‘ขอโทษ’ พร้อมยืนยัน ลบข้อมูลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแล้วทั้งหมด พร้อมสัญญาจะไม่ติดตั้งแอปฯ เกี่ยวกับสินเชื่อที่ผิดกฎหมาย

การมาของ DeepSeek AI จีนที่ไม่ต้องลงทุนมหาศาล

​ถือเป็นข่าวที่วงการไอทีโลกให้ความสนใจ เมื่อสตาร์ทอัพจีนชื่อ DeepSeek ปล่อยโมเดล DeepSeek-V3 และ R1 ออกมาในช่วงต้นปี 2025 เพื่อมาแข่งขันกับ ChatGPT และ Gemini แต่จุดที่ทำให้โลกตะลึงคือ ​ประสิทธิภาพที่เทียบเท่า GPT-4o ของ OpenAI ในบางด้าน แต่ใช้ต้นทุนในการเทรนน้อยกว่าหลายเท่า แต่ต่อมา DeepSeek ก็ถูกแบนในหลายประเทศ เนื่องจากประเด็นความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งาน

>>> รู้จัก ‘DeepSeek’ AI จากจีนที่กำลังเป็น ‘ตัวแสบ’ ที่มาท้าชน AI ฝั่งสหรัฐฯ

Nano Banana ตัวเปลี่ยนเกมของ Gemini

ในช่วงหนึ่ง โซเชียลมีเดียบ้านเราจะเห็นแต่คนโพสต์รูปตัวเองที่กลายเป็นโมเดลบ้าง หรือถ่ายรูปคู่กับเซเลบคนดัง และเครื่องมือสร้างภาพเหล่านั้นก็มาจาก Gemini ที่ได้เปิดตัวโมเดล Nano Banana ที่ช่วยในการการสร้างภาพ/วิดีโอที่สมจริงได้ ซึ่งคความสามารถดังกล่าว ช่วยให้ Gemini มียอดดาวน์โหลดแซงหน้า ChatGPT ไปในช่วงหนึ่งเลยทีเดียว

>>> ‘Gemini’ พลิกแซง ‘ChatGPT’ แอปฟรีฯ คนโหลดมากที่สุด ด้วยโมเดล ‘Nano Banana’ ที่คนใช้เจนรูปเต็มโซเชียลฯ

China Mobile ประกาศความสำเร็จในการทดสอบ 6G

5G ยังใช้ไม่ทันเท่าไหร่ 6G ก็จ่อรอแล้ว โดย China Mobile ได้ประกาศความก้าวหน้าในการทดสอบเครือข่าย 6G สามารถทำความเร็วได้ถึง 280 Gbps ซึ่งเร็วกว่า 5G ถึง 14 เท่า สามารถดาวน์โหลดไฟล์ขนาด 50GB ได้ในเวลาเพียง 1.5 วินาที

>>> ‘China Mobile’ ประกาศความสำเร็จในการทดสอบ ‘6G’ พบเร็วกว่า 5G ‘14 เท่า’ โหลดไฟล์ 50GB ภายใน 1.5 วิ!

Builder.ai ล้มละลาย ถูกแหกเป็นยูนิคอร์น AI เก๊

ในยุค AI ก่อให้เกิดสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นมากมาย แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ของจริง ของเก๊ก็มี โดยหนึ่งในสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นที่ถูกแหกว่าเป็นของเก๊ก็คือ Builder.ai ที่ให้บริการเขียนโค้ดสร้างแอปพลิเคชั่นด้วย AI แต่สุดท้ายก็ถูกแฉว่าไม่ได้มี AI เขียนโค้ด แต่ใช้คนนี่แหละเขียน สุดท้ายบริษัทก็ล้มละลาย ปิดฉากยูนิคอร์นมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

>>> กรณีศึกษา ‘Builder.ai’ สตาร์ทอัพ AI ทิพย์! ที่ใช้คนปลอมเป็น AI ทำงาน จนขึ้นเป็นยูนิคอร์น

Meta โดนแฉโกยเงินจากมิจฉาชีพ ปีละกว่า 5 แสนล้านบาท

Reuters ได้ออกมาเปิดเผยเอกสารภายในของบริษัท Meta ที่จัดทำระหว่างปี 2021-2025 โดยระบุว่า บริษัทได้คาดการณ์ว่า รายได้ในปี 2024 ประมาณ 10% หรือราว 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาจาก โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงและสินค้าต้องห้าม และหนึ่งในเอกสารเมื่อเดือนธ.ค. 2024 ระบุว่า Meta แสดงโฆษณาที่จัดอยู่ในกลุ่ม ความเสี่ยงสูง ให้ผู้ใช้เห็นถึง 15,000 ล้านครั้งต่อวัน และสร้างรายได้จากโฆษณาความเสี่ยงสูงถึงปีละ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เลยทีเดียว

>>> ‘Meta’ โดนแหก! พบโกยเงินจาก ‘มิจฉาชีพ’ ปีละกว่า 5 แสนล้านบาท แถมยังไม่กล้าจัดการเด็ดขาดเพราะกลัว ‘เสียรายได้’

Cloudflare ล่ม 2 ระลอกติด

สร้างผลกระทบโดมิโนไปทั่วโลก เนื่องจาก Cloudflare เปรียบเสมือน “ทางเข้าหลัก” ของเว็บไซต์กว่า 20% บนอินเทอร์เน็ต เกิดล่มครั้งใหญ่ถึง 2 ระลอก โดยระลอกแรกเกิดขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน ส่วนระลอกสองเกิดเมื่อ 5 ธันวาคม และเนื่องจาก Cloudflare เป็นผู้ให้บริการ CDN และความปลอดภัยรายใหญ่ เมื่อระบบล่มจึงส่งผลเป็นวงกว้าง ส่งผลให้แพลตฟอร์มดังอย่าง X, ChatGPT, Gemini, Spotify, Canva, PayPal และ Claude AI ประสบปัญหาเข้าใช้งานไม่ได้หรือโหลดช้ามาก

>>> รู้จัก ‘Cloudflare’ ทำไมเมื่อมีปัญหา ถึงทำหลายเว็บไซต์มีปัญหาตามไปด้วย?

World ถูกถอดจากไทย เพราะสแกนม่าตาแลกคริปโตฯ

ย้อนไปช่วงเดือนกุมภาพันธ์ World เริ่มมีการนำเครื่องสแกนม่านตา (Orb) มาติดตั้งในไทยเป็นครั้งแรก โดยเปิดให้คนไทยไปสแกนเพื่อรับเหรียญ WLD ฟรี (มูลค่าในขณะนั้นประมาณ 1,700 บาท) อย่างไรก็ตาม ช่วงเดือนตุลาคมทาง สคส. (PDPC) สั่งให้ World หยุดกิจกรรมสแกนม่านตาในไทยทันที พร้อมสั่งลบข้อมูลม่านตาคนไทยกว่า 1.2 ล้านคน โดยมองว่ากระบวนการขอความยินยอมไม่โปร่งใส และการใช้เหรียญคริปโตมาจูงใจถือเป็นความเสี่ยงต่อข้อมูลชีวมิติ เนื่องจากม่านตาเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนไม่ได้ หากหลุดไปจะกระทบต่อการยืนยันตัวตนและการเงินในระยะยาว ส่งผลให้ปัจจุบัน World ถูกถอดออกจากไทยแล้ว

>>> สรุปคำชี้แจงจาก ‘World’ ที่เปิดให้คนไทย ‘สแกนม่านตา’ แลกคริปโตฯ เป็นใคร? ปลอดภัยไหม? ทำไปเพื่ออะไรกันแน่?

ศึกชิง Warner Bros. Discovery ระหว่าง Netflix และ Paramount

เป็นประเด็นที่คอสตรีมมิ่งให้ความสนใจ เมื่อ Netflix เสนอซื้อเฉพาะ HBO และสตูดิโอหนัง ในราคากว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่ออัปเกรดคอนเทนต์สตรีมมิ่ง แต่คู่แข่งอย่าง Paramount ไม่ยอม โดยแก้เกมด้วยการทำ Hostile Takeover เสนอซื้อทั้งบริษัทในราคาที่สูงกว่า แม้ว่าล่าสุด ทางบอร์ด WBD ชอบดีล Netflix มากกว่า แต่บทสุดท้ายอาจต้องรอดูถึงปี 2027 ว่ามหากาพย์ดีลนี้จะจบอย่างไร

>>> ชำแหละศึกชิง ‘Warner Bros.’ ระหว่าง ‘Netflix vs. Paramount’ ผู้ชนะจะสร้างผลกระทบอะไรให้ตลาดบ้าง?

บิ๊กเทคเลิกจ้างรวม 1.8 แสน เพราะ AI

หากปี 2023 คือการปลดพนักงานเพราะจ้างเกิน ในช่วงโควิด ปี 2025 นี้คือการปลดพนักงานเพื่อ หลีกทางให้ AI และปรับโครงสร้างบริษัทให้ Lean ที่สุด โดยข้อมูลจาก Layoffs.fyi พบว่า ตัวเลขพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจากบริษัทเทคโนโลยีรวมกันมากกว่า 180,000 คน โดย Intel นำโด่งด้วยแผนปรับลดพนักงานประมาณ 15-20% หรือราว 21,000 – 24,000 ตำแหน่ง หรืออย่าง Microsoft มีการปลดหลายระลอกตลอดปี รวมแล้วกว่า 15,000 ตำแหน่ง ตามด้วย Amazo ปรับลดพนักงานระดับบริหารและออฟฟิศรวมกว่า 14,000 ตำแหน่ง เป็นต้น

>>> สรุปการ ‘เลิกจ้าง’ จากบิ๊กเทคฯ ปี 2025 ที่อ้างว่าเพราะ AI!

ภาพจาก Shutterstock

Admin