ปี 2025 ทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น AI ไม่ใช่พายุที่ทำลายล้าง แต่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ซึ่งต้องการการใช้อย่างมีเจตนา ความโปร่งใส และความร่วมมือ
และปี 2026 จะเป็นปีที่บทบาทของนักบัญชีเริ่มเปลี่ยนจาก “ผู้ทำงานตามขั้นตอน” ไปสู่ “ผู้คิดเชิงกลยุทธ์” ที่มี AI เป็นคู่หู
ในโลกที่ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ความสามารถในการตีความ วิเคราะห์ และตัดสินใจ จะเป็นทักษะที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้นำ และ AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้มนุษย์ทำสิ่งเหล่านั้นได้ดีขึ้นกว่าเดิม
ในเช้าวันหนึ่งของปี 2025 ห้องทำงานของนักบัญชีทั่วโลกยังคงเต็มไปด้วยเสียงคีย์บอร์ดและกลิ่นกาแฟเหมือนเดิม แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของพวกเขา ปรากฏ “คู่หูดิจิทัล” ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
หลายปีที่ผ่านมา AI ถูกพูดถึงราวกับเป็นพายุใหญ่ที่จะกวาดล้างงานบัญชีทั้งอุตสาหกรรม แต่เมื่อปี 2025 เดินทางมาถึงจริง ๆ ภาพที่เกิดขึ้นกลับซับซ้อนกว่านั้นมาก มันไม่ใช่พายุที่ทำลายล้าง หากแต่เป็นลมเปลี่ยนฤดูกาล บางครั้งแรง บางครั้งแผ่วเบา แต่แน่นอนว่าเปลี่ยนภูมิทัศน์ของวิชาชีพนี้ไปตลอดกาล
Mike Whitmire อดีตนักบัญชีที่ผันตัวมาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทฟินเทค ได้เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างใกล้ชิด และบทเรียนที่เขาเห็นจากปี 2025 กลายเป็นภาพสะท้อนสำคัญของอนาคตที่กำลังจะมาถึงในปี 2026
บทเรียนที่ 1: AI จะมีพลังได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์ใช้มันอย่างมี “เจตนา”
ในโลกของเทคโนโลยี คำว่า “ใช้” กับ “ร่วมงานด้วย” มีความหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเปิดแอป AI เพื่อถามสูตรน้ำสลัด ไม่เหมือนกับการใช้มันเพื่อช่วยปิดงบการเงินของบริษัทข้ามชาติ
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียที่สำรวจนักบัญชี 515 คนใน 12 ประเทศเผยภาพที่น่าสนใจ76% เคยใช้ AI แต่มีเพียงไม่ถึง 10% ที่ใช้มันเป็นส่วนสำคัญของงานจริง ๆ
ตัวเลขนี้ไม่ใช่สัญญาณว่า AI ไร้ประโยชน์ แต่เป็นสัญญาณว่า เครื่องมือที่ใช้ยังไม่ถูกออกแบบมาสำหรับงานบัญชีโดยเฉพาะ
นักบัญชีจำนวนมากยังใช้โมเดลภาษาทั่วไป เครื่องมือที่เหมาะกับการเขียนอีเมลหรือสรุปบทความ มากกว่าการตรวจสอบรายการบัญชีที่ต้องการความแม่นยำระดับทศนิยม
... คลิกเพื่ออ่านต่อ
แต่เมื่อ AI ถูกกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน เช่น
ตรวจจับความผิดปกติของรายการบัญชี
วิเคราะห์ความเสี่ยงของเอกสาร
ช่วยเตรียมข้อมูลสำหรับการปิดงบ
ผลลัพธ์กลับน่าทึ่งกว่าที่คาดไว้ นักบัญชีในงานวิจัยรายงานว่า
งานเสร็จเร็วขึ้น
ความเครียดลดลง
คุณภาพชีวิตดีขึ้น
และที่น่าประหลาดใจที่สุด คนทำบัญชีนอนหลับดีขึ้น !
ปี 2025 จึงสอนเราว่า AI ไม่ได้มีค่าจากการ “มีอยู่” แต่มีค่าจากการ “ถูกใช้ถูกที่”
บทเรียนที่ 2: ความสำเร็จของ AI ตั้งอยู่บนรากฐานของ “ความเชื่อใจ”
ในงานบัญชี ความผิดพลาดเพียงหนึ่งจุดทศนิยมอาจหมายถึงความเสียหายระดับล้านบาท ดังนั้นแค่คำว่า “AI ผิดพลาดนิดหน่อย” จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก
AI อาจสร้างข้อความได้ดี แต่ในโลกบัญชี มันต้องทำได้มากกว่านั้น มันต้อง อธิบายได้ ตรวจสอบได้ และเชื่อถือได้
นักบัญชีไม่สามารถยอมรับคำตอบที่มาจาก “กล่องดำ” พวกเขาต้องรู้ว่า
AI ใช้ข้อมูลอะไร
คิดอย่างไร
ทำไมถึงสรุปเช่นนั้น
และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่
ปี 2025 ทำให้เห็นชัดว่าAI ที่ไม่โปร่งใส จะไม่มีวันถูกใช้ในงานที่ต้องการความแม่นยำระดับสูง
และในปี 2026 ระบบ AI ที่จะได้รับการยอมรับในงานบัญชี จะต้องมีคุณสมบัติใหม่ที่สำคัญ คือ
มีเส้นทางเอกสาร (audit trail)
อธิบายเหตุผลของการตัดสินใจได้
ตรวจสอบผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว
และไม่ “เดา” ในสิ่งที่ไม่รู้
AI ที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่ AI ที่ฉลาดที่สุดแต่เป็น AI ที่ “ซื่อสัตย์ที่สุด”
บทเรียนที่ 3: AI กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเก่ง
ผลสำรวจอีกข้อหนึ่งทำให้หลายคนต้องหยุดคิดกว่า 75% ของนักบัญชีที่เคยใช้ AI บอกว่า การมี AI ในองค์กรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาอยากทำงานที่นั่น
ในทางกลับกัน ผู้ที่ไม่เคยใช้ AI มีเพียง 13% เท่านั้นที่คิดแบบเดียวกัน
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันสะท้อนความจริงใหม่ของตลาดแรงงาน คนรุ่นใหม่ต้องการงานที่มีความหมาย ไม่ใช่งานที่เต็มไปด้วยงานซ้ำซาก
AI ไม่ได้แย่งงาน มันแย่ง “งานน่าเบื่อ” ไปจากมนุษย์ และคืน “งานที่มีคุณค่า” ให้กับพวกเขา
องค์กรที่ใช้ AI อย่างถูกวิธีจึงส่งสัญญาณชัดเจนว่า
พวกเขาให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต
พวกเขาลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนคนทำงาน
และพวกเขาเปิดโอกาสให้นักบัญชีเติบโตเป็นผู้เชี่ยวชาญเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ผู้ป้อนข้อมูล
ในยุคที่การลาออกและความเหนื่อยล้ากลายเป็นปัญหาใหญ่ AI จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็น “ข้อเสนอคุณค่า” ขององค์กรยุคใหม่
ปี 2026 และวิวัฒนาการของนักบัญชี
เมื่อมองไปข้างหน้า AI ที่จะประสบความสำเร็จในปี 2026 จะไม่ใช่เครื่องมือสำเร็จรูปที่เหมือนกันทุกบริษัท แต่เป็นระบบที่ปรับตัวได้ตามความต้องการของแต่ละองค์กร
AI จะไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่จะเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่ให้ทีมบัญชีสร้างเครื่องมือเฉพาะทางของตัวเอง เหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างชุดเครื่องมือในห้องแล็บของตนเอง
เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่การแทนที่นักบัญชี แต่คือการยกระดับบทบาทของพวกเขา จากผู้จัดเตรียมข้อมูล สู่ผู้วิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ จากผู้ตรวจสอบตัวเลข สู่ผู้ให้คำแนะนำที่มีผลต่ออนาคตขององค์กร
ปี 2026 จึงอาจเป็นปีที่นักบัญชีเริ่มเปลี่ยนบทบาทอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพราะ AI แย่งงาน แต่เพราะ AI เปิดพื้นที่ให้พวกเขาทำงานที่มีคุณค่ามากกว่าเดิม
…..
เรียบเรียงโดย Ai Nextopia
Source: What 2025 Taught Us About AI In Accounting, And What’s To Come In 2026