AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานอย่างลึกซึ้ง มันคืนเวลาให้กับมนุษย์ แต่ก็สร้างแรงกดดันใหม่ ๆ ที่ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า เวลาที่ได้คืนมานั้นเป็นของเรา หรือเป็นของระบบที่ต้องการให้เราทำงานมากขึ้น
การตัดสินใจว่าจะก้าวเข้าสู่โลกของ AI หรือไม่ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของวิธีที่เรามองคุณค่าของเวลาและงานในชีวิต
การสำรวจล่าสุดเผยว่า พนักงานที่ใช้เครื่องมือ AI สามารถประหยัดเวลาได้เฉลี่ย 40 ถึง 60 นาทีต่อวัน ซึ่งเท่ากับการได้คืนชั่วโมงหนึ่งที่เคยสูญหายไปกับงานซ้ำซากและการค้นหาข้อมูลที่ไม่สิ้นสุด
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังคืนเวลาให้กับมนุษย์ !
แต่ในขณะที่บางบริษัทกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการใช้ AI อย่างเต็มที่ ข้อมูลจาก Goldman Sachs กลับชี้ให้เห็นความจริงที่น่าตกใจว่า กว่า 80% ของบริษัทในสหรัฐฯ ยังไม่ได้ใช้ AI เลย
การแบ่งแยกนี้กำลังสร้างช่องว่างระหว่างผู้ที่ก้าวเข้าสู่โลกใหม่ของการทำงาน และผู้ที่ยังคงยึดติดกับวิธีการเดิม
การยอมรับ AI ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน บริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 250 คนมีอัตราการใช้ AI สูงถึง 35%
... คลิกเพื่ออ่านต่อ
ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กยังคงตามหลังอยู่ แม้จะเริ่มมีการขยับตัวมากขึ้นก็ตาม ภาคธุรกิจที่นำหน้า ได้แก่ บริการข้อมูล การเงิน การศึกษา และบริษัทโฮสติ้ง ซึ่งบางแห่งมีการใช้ AI สูงถึง 60% ขณะที่สื่อและการกระจายเสียงกำลังจะเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ถูกพลิกโฉมด้วยเทคโนโลยีนี้
อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ไม่ได้หมายถึงการลดภาระงานเสมอไป งานวิจัยบางชิ้นพบว่า แม้พนักงานจะประหยัดเวลาได้ แต่เวลานั้นกลับถูกนำไปใช้ทำงานเพิ่มขึ้นแทนที่จะได้พักผ่อน
ความเข้มข้นของงานบางประเภทเพิ่มขึ้นถึง 346% และชั่วโมงที่ต้องใช้สมาธิลึกกลับลดลง นี่คือด้านมืดของการปฏิวัติที่หลายคนไม่ทันตั้งตัว
ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทที่ใช้ AI อย่างจริงจังสามารถเร่งวงจรการผลิตจากเดิมที่ใช้เวลา 24 ถึง 36 เดือน ให้เหลือเพียง 6 เดือน การบีบอัดเวลาเช่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน แต่ยังเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการทำงานและการสร้างสรรค์ไปโดยสิ้นเชิง
สำหรับบริษัทที่ยังลังเล นี่คือสัญญาณเตือนว่าการรอคอยอาจหมายถึงการถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ผู้บริหารจำนวนมากจะคาดการณ์ว่า AI จะนำไปสู่การปลดพนักงานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ยอมรับว่าผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพยังไม่ตรงตามที่คาดหวังเสมอไป ปัญหาสำคัญคือการขาดทักษะของพนักงาน ความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล และความไม่แน่ใจว่าจะนำ AI ไปใช้กับงานใดได้จริง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป อุปสรรคเหล่านี้เริ่มลดลง และกว่า 80% ของกรณีการใช้ AI ที่รายงานออกมาในปัจจุบันสามารถตอบโจทย์หรือเกินความคาดหมาย
แต่ในเชิงมนุษย์ การคืนเวลาหนึ่งชั่วโมงต่อวันอาจไม่ใช่การคืนอิสระอย่างแท้จริง หลายคนบอกว่าพวกเขาสูญเสียความรู้สึกของการเป็นเจ้าของงาน สูญเสียจังหวะที่เคยทำให้การทำงานเป็นศิลปะ และแม้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยความรู้สึกสูญเสียบางอย่างที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยตัวเลข
Key Takeaways
AI สามารถประหยัดเวลาให้พนักงานได้เฉลี่ย 40–60 นาทีต่อวัน
กว่า 80% ของบริษัทในสหรัฐฯ ยังไม่ได้ใช้ AI
บริษัทใหญ่และภาคธุรกิจข้อมูล การเงิน การศึกษา นำหน้าในการใช้ AI
การใช้ AI อาจเพิ่มภาระงานและลดชั่วโมงสมาธิ แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
บริษัทที่ใช้ AI สามารถเร่งวงจรการผลิตจาก 2–3 ปี เหลือเพียง 6 เดือน
อุปสรรคหลักคือทักษะพนักงาน ความปลอดภัยข้อมูล และการเลือกใช้กรณีที่เหมาะสม
การคืนเวลาจาก AI อาจไม่ใช่การคืนอิสระ แต่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบแรงกดดันใหม่
….
เรียบเรียงโดย Ai Nextopia
อ้างอิง : AI is saving workers up to an hour a day—but Goldman Sachs says 80% of companies aren’t using it yet.
Post navigation
Suggested Posts
ชาว Android เตรียมยิ้มแก้มปริ! ล่าสุด Google ประกาศข่าวดีว่าฟีเจอร์ "สรุปแจ้งเตือนด้วย AI" (AI-powered notification summaries) ที่เคยเป็นลูกรักเฉพาะบน Pixel ตอนนี้กำลังจะเปิดให้มือถือค่ายอื่น (อย่าง Samsung เป็นต้น) ได้ใช้กันแล้วใน Android 16 เวอร์ชั่นล่าสุด!
ในยุคที่ความรู้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในห้องเรียนอีกต่อไป เรื่องราวของ Gabriel Petersson คือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จสามารถสร้างขึ้นเองได้ หากมีความมุ่งมั่นและเครื่องมือที่เหมาะสม
2025, 11, 27
AI-Essence , Hot
เนื่องจาก Google ได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ AI ชุดใหม่ มีชิป AI เป็นของตัวเอง ในชื่อ TPU (Tensor Processing Unit) และทำข้อตกลงสำคัญด้านชิปกับ Anthropic PBC อีกทั้งโมเดล AI “Gemini 3” ก็ได้รับคำชื่นชมทันทีในด้านความสามารถในการให้เหตุผล การเขียนโค้ด
ในห้องเรียนแห่งหนึ่ง เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังจ้องหน้าจอแล็ปท็อปเงียบ ๆ เขาไม่ได้กำลังคัดลอกคำตอบจากอินเทอร์เน็ต หรือค้นหาสูตรคณิตศาสตร์เหมือนนักเรียนยุคก่อน หากแต่กำลัง “คุย” กับปัญญาประดิษฐ์ เขาถามให้ AI อธิบายบทกวีใหม่อีกครั้งในภาษาที่เข้าใจง่ายขึ้น ขอให้ช่วยตั้งคำถามสำหรับเตรียมสอบ และบางครั้งก็ให้มันช่วยเรียบเรียงความคิดที่กระจัดกระจายอยู่ในหัว
ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี โลกธุรกิจได้เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วราวกับถูกกระแสลมแรงพัดพาไปสู่อนาคตที่ไม่อาจย้อนกลับได้อีกต่อไป อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหัวใจสำคัญของทุกกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การผลิตคอนเทนต์ ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในระดับองค์กร งานวิจัยล่าสุดที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางเผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผู้บริหารกว่า 98% ต้องการแรงงานที่มีทักษะด้าน AI และ หนึ่งในสี่พร้อมจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นถึง 20% เพื่อดึงดูดคนที่มีความสามารถเหล่านี้เข้ามาอยู่ในทีม
สิ่งที่เริ่มต้นจากแชตบอตตอบคำถามพื้นฐาน กลับค่อยๆ กลายร่างเป็นสิ่งที่ ‘ส่วนตัว’ กว่านั้นมาก ผู้คนเริ่มคุยกับ AI เรื่องอกหัก (Heartbreak), ความกังวล (Anxiety), ความสูญเสีย (Grief), หรือความไม่มั่นใจในตัวเอง (Self-doubt) ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ ‘ฟัง’ ให้ ‘จำ’ บทสนทนาก่อนหน้า และตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น จนกระทั่งสำหรับผู้ใช้นับล้าน มันไม่ใช่เครื่องมืออีกต่อไป แต่เป็น ‘เพื่อนที่อยู่ตรงนั้นเสมอ
ในประวัติศาสตร์การทำงานของมนุษย์ เรามักเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทนที่แรงงาน เช่น เครื่องจักรไอน้ำที่ทำให้โรงงานสามารถผลิตสินค้าจำนวนมหาศาล หรือคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนวิธีการจัดการข้อมูลทั้งหมด แต่การมาถึงของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า ไม่ใช่การแทนที่งานทั้งหมดในคราวเดียว แต่คือการ “แตกงาน” ออกเป็นภารกิจย่อย ๆ และค่อย ๆ ยึดครองงานส่วนที่ซ้ำซากและใช้เวลามากที่สุด
2025, 11, 13
AI-Essence , Hot
คุยกับคุณวิภวัฒน์ อุปถัมภ์วิเชียร Technical Manager จาก F5 Thailand และคุณธีรเชษฐ์ ลาภทวี Solution Architect จาก G-Able Public Company Limited
2025, 12, 01
AI-Essence , Hot
ในงานเฉลิมฉลองวันโทรทัศน์โลกที่จัดขึ้นโดยสถาบัน Caribbean Institute of Media and Communication (CARIMAC) มหาวิทยาลัยเวสต์อินดีส ดุชยันต์ ซาวาเดีย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Amber Group ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาที่สร้างแรงสะเทือนต่อวงการสื่อและการเล่าเรื่อง
2025, 11, 21
AI-Essence , Hot
FacebookFacebookXXLINELineพฤศจิกายน 21, 2025 | บทความจาก thairath พจนานุกรม Collins ประกาศให้คำว่า “Vibe-Coding” เป็น Word of the Year 2025 สะท้อนปรากฏการณ์ทางภาษาและเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงที่สุดของปี คำนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเพราะอธิบายได้อย่างตรงไปตรงมาว่า AI ยุคใหม่กำลังเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์สร้างซอฟต์แวร์ไปโดยสิ้นเชิง จากงานยากที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง กลายเป็นงานที่ใครก็เริ่มต้นได้เพียงพิมพ์คำอธิบายง่ายๆ Vibe-Coding…