Google ผสานการค้นหากับโหมดสนทนา AI เพื่อประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ



ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างลึกซึ้ง Google ได้ก้าวอีกขั้นด้วยการทดลองฟีเจอร์ใหม่ที่ผสาน AI Overviews เข้ากับ AI Mode ในหน้าผลการค้นหา เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนจากการค้นหาข้อมูลแบบดั้งเดิมไปสู่การสนทนาเชิงลึกกับ AI ได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องสลับแท็บหรือเปิดหน้าต่างใหม่


จากการค้นหาสู่การสนทนา
ก่อนหน้านี้ หากผู้ใช้ต้องการพูดคุยกับ AI ของ Google (ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini) จำเป็นต้องเลือกว่าจะใช้การค้นหาปกติหรือเข้าสู่โหมดสนทนา ซึ่งบางครั้งก็สร้างความสับสนว่า “คำถามนี้ควรถามแบบค้นหาหรือแบบสนทนา” แต่ด้วยการผสานฟีเจอร์ใหม่ ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นจากการค้นหาทั่วไป และหากต้องการเจาะลึกต่อ ก็สามารถเข้าสู่โหมดสนทนาได้ทันที

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างลึกซึ้ง Google ได้ก้าวอีกขั้นด้วยการทดลองฟีเจอร์ใหม่ที่ผสาน AI Overviews เข้ากับ AI Mode  ในหน้าผลการค้นหา เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนจากการค้นหาข้อมูลแบบดั้งเดิมไปสู่การสนทนาเชิงลึกกับ AI ได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องสลับแท็บหรือเปิดหน้าต่างใหม่

จากการค้นหาสู่การสนทนา

ก่อนหน้านี้ หากผู้ใช้ต้องการพูดคุยกับ AI ของ Google (ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini) จำเป็นต้องเลือกว่าจะใช้การค้นหาปกติหรือเข้าสู่โหมดสนทนา ซึ่งบางครั้งก็สร้างความสับสนว่า “คำถามนี้ควรถามแบบค้นหาหรือแบบสนทนา”

แต่ด้วยการผสานฟีเจอร์ใหม่ ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นจากการค้นหาทั่วไป และหากต้องการเจาะลึกต่อ ก็สามารถเข้าสู่โหมดสนทนาได้ทันที

AI Overviews ทำหน้าที่สรุปข้อมูลสั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำค้น ขณะที่ AI Mode เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ถามต่อ พูดคุย และขยายประเด็นได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับคำถามที่เริ่มต้นง่าย ๆ แต่บานปลายกลายเป็นการค้นคว้าเชิงลึก

เหตุผลที่ Google ทดลองฟีเจอร์นี้

ลดความยุ่งยาก: ไม่ต้องสลับแท็บหรือเลือกโหมดเอง
ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้จริง: หลายครั้งผู้ใช้เริ่มจากคำถามสั้น ๆ แต่ต่อมากลายเป็นการสนทนาต่อเนื่อง
เพิ่มการมีส่วนร่วม: การผสานผู้ใช้กว่า 650 ล้านคนที่ใช้ Gemini กับผู้ใช้กว่า 2 พันล้านคนที่เข้าถึง AI Overviews อาจสร้างฐานผู้ใช้มหาศาล

การแข่งขันในสนาม AI

การเปิดตัวฟีเจอร์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันด้าน AI ร้อนแรง OpenAI ถึงขั้นประกาศ “Code Red” เพื่อเร่งพัฒนาประสบการณ์การสนทนาให้เหนือกว่า ขณะที่ Google ใช้จังหวะนี้ผลักดัน Gemini ซึ่งเพิ่งอัปเกรดด้วยโมเดลภาพใหม่ชื่อ Nano Banana และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มุมมองจาก Google

Robby Stein รองประธานฝ่าย Google Search กล่าวว่า “คุณไม่ควรต้องคิดว่าจะถามคำถามแบบไหน แค่ถามไปเลย แล้วปล่อยให้ Search ตัดสินใจว่าคำตอบควรออกมาในรูปแบบใด” คำกล่าวนี้สะท้อนแนวคิดของ Google ที่ต้องการให้การค้นหากลายเป็นประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติและไร้รอยต่อ

ผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วไป

สำหรับผู้ใช้มือถือทั่วโลกที่เป็นกลุ่มแรกที่ได้ทดลองฟีเจอร์นี้ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ

ความสะดวก: ไม่ต้องเลือกว่าจะใช้การค้นหาหรือโหมดสนทนา
ความต่อเนื่อง: สามารถถามต่อได้ทันทีจากผลการค้นหา
ความเป็นธรรมชาติ: การค้นหากลายเป็นการสนทนาเหมือนพูดคุยกับผู้ช่วยส่วนตัว

ความท้าทายที่รออยู่

แม้ฟีเจอร์นี้จะดูน่าตื่นเต้น แต่ก็มีคำถามที่ต้องจับตา:

ความแม่นยำของข้อมูล: AI ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้
การจัดการความเป็นส่วนตัว: เมื่อการสนทนากับ AI ลึกขึ้น ผู้ใช้ย่อมเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น
การแข่งขันกับคู่แข่ง: Google ต้องรักษาความได้เปรียบเหนือ OpenAI และบริษัทอื่น ๆ

บทสรุป

การผสาน AI Overviews เข้ากับ AI Mode ถือเป็นก้าวสำคัญของ Google ในการทำให้การค้นหากลายเป็นประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติและไร้รอยต่อ ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลว่าจะเลือกโหมดใด เพียงแค่ถามคำถาม แล้วปล่อยให้ AI จัดการต่อเอง ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีที่เราค้นหาข้อมูลและสนทนากับเทคโนโลยีไปอย่างสิ้นเชิง

สรุปสั้น ๆ Google กำลังทดลองฟีเจอร์ใหม่ที่ผสานการค้นหากับโหมดสนทนา AI เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นจากการค้นหาและต่อยอดเป็นการสนทนาได้ทันที โดยเริ่มเปิดให้ทดลองใช้บนมือถือทั่วโลกแล้ว


…..

เรียบเรียงโดย AiNextopia

Admin