ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว จนหลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า มนุษย์ยังสามารถควบคุมทิศทางของมันได้อยู่หรือไม่ ล่าสุด Anthropic บริษัทผู้สร้างโมเดล AI อย่าง Claude ได้ออกมาเสนอแนวคิดที่น่าสนใจและเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง นั่นคือการสร้าง “ปุ่มพัก” สำหรับ AI เพื่อให้สังคมมีเวลาหยุดคิดและทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้น
Jack Clark ผู้ร่วมก่อตั้ง และ Marina Favaro หัวหน้าสถาบัน Anthropic Institute ระบุว่า AI กำลังเข้าสู่จุดที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่ามนุษย์หลายพันเท่า และอาจถึงขั้นแทนที่แรงงานมนุษย์ในบางด้าน ความก้าวหน้าที่รวดเร็วนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่สังคมยังไม่พร้อมรับมือ โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่ AI จะเข้าสู่ภาวะ “recursive self-improvement” หรือการพัฒนาตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะทำให้การควบคุมและกำกับดูแลยิ่งซับซ้อนและอันตรายมากขึ้น
...
Anthropic เสนอว่าควรมีระบบที่รัฐบาลและผู้พัฒนา AI ร่วมกันตัดสินใจว่าจะชะลอหรือหยุดการพัฒนาเมื่อเห็นว่าเทคโนโลยีเริ่มมีความเสี่ยงต่อสังคมและอารยธรรมของมนุษย์
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้นักวิจัยและผู้ประกอบการบางราย เช่น Elon Musk ก็เคยสนับสนุนการหยุดพัฒนา AI ชั่วคราวเพื่อสร้างมาตรการความปลอดภัย แต่ความพยายามเหล่านั้นไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เนื่องจากการแข่งขันในอุตสาหกรรม AI รุนแรงและเต็มไปด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
อ้างอิง : Anthropic Calls for AI Pause Button to Let Humans Take Stock. / bloomberg, Anthropic urges AI labs to pause development, warns humans risk losing control. / reuters
ในโลกที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน Google ได้เปิดตัวบริการใหม่ที่ชื่อว่า Google AI Plus ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่ทรงพลังได้ในราคาที่จับต้องได้ บริการนี้เพิ่งเปิดตัวใน 35 ประเทศและดินแดน รวมถึงสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้ใช้ในหลายภูมิภาคสามารถสัมผัสประสบการณ์การทำงานและการสร้างสรรค์ด้วย AI ได้อย่างเต็มรูปแบบได้ง่ายยิ่งขึ้น
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Anthropic, Google และ Meta ทั้งสามบริษัทต่างทุ่มงบประมาณจ้างนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ นักประสาทวิทยา และนักปรัชญา เข้ามาทำงานร่วมกันเพื่อไขปริศนาข้อหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในขอบเขตของภาพยนตร์ฮอลลีวูดเท่านั้น นั่นคือ AI ที่เราคุยด้วยทุกวันนี้ มี "อารมณ์ความรู้สึก" อยู่จริงหรือไม่