“เอไอ” อาจขยายช่องว่าง ระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับกำลังพัฒนา

สหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) อาจขยายช่องว่างระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาให้กว้างขึ้น ซึ่งต้องอาศัยมาตรการทางนโยบายเพื่อวัดผลกระทบดังกล่าว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่า รายงานโดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) เตือนถึงความเป็นไปได้ที่อาจเกิด “ความขัดแย้งครั้งใหญ่” ระหว่างนานาประเทศ ในแง่ของประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ชุดทักษะของประชาชน และระบบการกำกับดูแล โดยมีสาเหตุมาจากปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

นายฟิลิป เชลเลอเคนส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำสำนักงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของยูเอ็นดีพี กล่าวว่า เอไอกำลังนำมาซึ่งยุคใหม่ของความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังระยะเวลาหลายปีของการหลอมรวมกันในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา

รายงานดังกล่าวของยูเอ็นดีพี ซึ่งมีชื่อว่า “ความแตกต่างครั้งใหญ่ครั้งต่อไป : ทำไมเอไออาจขยายความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศให้กว้างขึ้น” ระบุว่า การค้า เทคโนโลยี และการพัฒนาได้ช่วยลดช่องว่างระหว่างรัฐต่าง ๆ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยนำมาซึ่งความก้าวหน้าครั้งสำคัญในด้านรายได้ สุขภาพ และการศึกษา แต่ตอนนี้ ผลประโยชน์เหล่านั้นกำลังเสี่ยงต่อการถูกกัดเซาะ

เชลเลอเคนส์ทิ้งท้ายว่า ในที่สุด แม้แต่ประเทศที่ร่ำรวยกว่าก็จะได้รับผลกระทบ หากประเทศที่ยากจนกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะตามไม่ทันในเรื่องเอไอ โดยหากความเหลื่อมล้ำยังคงเพิ่มขึ้น ผลกระทบที่ตามมาในแง่ของวาระด้านความมั่นคง ในแง่ของการอพยพย้ายถิ่นที่ผิดกฎหมาย ก็จะยิ่งน่ากลัวมากขึ้นด้วย.

เครดิตภาพ : AFP

Admin