บทความจาก techtalkthai
Box เปิดตัว Box Extract ฟีเจอร์ใหม่ที่ใช้ AI ดึงข้อมูลจากเอกสารองค์กรโดยอัตโนมัติ รองรับการประมวลผลระดับ Enterprise พร้อมเปลี่ยน Unstructured Content ให้เป็น Metadata ที่นำไปใช้งานต่อได้ทันที
การดึงข้อมูลจากเอกสารอย่างสัญญา ใบแจ้งหนี้ แบบฟอร์มเคลม และเอกสารต่างๆ ด้วยมือเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน มีค่าใช้จ่ายสูง และมักเกิดข้อผิดพลาด ในขณะที่เครื่องมือ OCR และ IDP แบบเดิมต้องการการ Training และดูแลรักษามาก อีกทั้งยังทำงานผิดพลาดเมื่อรูปแบบเอกสารหรือลายมือเปลี่ยนแปลง Box Extract เข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการผสานรวมโมเดล AI ชั้นนำอย่าง Google Gemini 3, Anthropic Claude Opus 4.5 และ OpenAI GPT 5.2I เข้ากับ OCR ขั้นสูงและเทคนิค Agentic Extraction
Box Extract ใช้เทคนิคขั้นสูงหลายอย่างเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพสูง ได้แก่ Chain-of-thought Prompting, Retrieval-Augmented Generation (RAG) สำหรับงาน Extraction โดยเฉพาะ และ AI Graders ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพข้อมูลอัตโนมัติจนถึงระดับความแม่นยำที่ต้องการ ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ Box Standard Extract Agent สำหรับไฟล์ขนาดเล็กไม่เกิน 50 หน้าและดึงข้อมูลไม่เกิน 20 Fields หรือ Box Enhanced Extract Agent สำหรับไฟล์ขนาดใหญ่กว่า 50 หน้าและดึงข้อมูลมากกว่า 20 Fields ได้ตามความเหมาะสม
ด้านการใช้งานระดับองค์กร ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนด Custom Extract Agents และเชื่อมต่อกับ Folder ต่างๆ ใน Box เพื่อให้ระบบดึงข้อมูลอัตโนมัติทันทีที่มีเอกสารเข้ามา ข้อมูลที่ดึงได้สามารถนำไปใช้ต่อกับ Box Relay, Box Automate และ Box Apps รวมถึง Export ไปยังแพลตฟอร์มอื่นอย่าง Salesforce, Databricks และ Snowflake ได้โดยตรง Box Extract เหมาะสำหรับหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินที่ต้องการดึงข้อมูลสินเชื่อ หน่วยงานภาครัฐที่จัดการเอกสารใบอนุญาต ธุรกิจสื่อและบันเทิงที่ทำงานกับสคริปต์และสัญญา บริษัทประกันที่ประมวลผลเคลม หรือทีมกฎหมายที่ต้องวิเคราะห์สัญญาจำนวนมาก โดย Valmark Financial Group รายงานว่าสามารถเพิ่มจำนวน Data Points ที่ดึงได้จาก 4,000 รายการต่อปีเป็นกว่า 240,000 รายการหลังจากใช้ Box Extract
ที่มา: https://blog.box.com/introducing-box-extract-get-actionable-data-enterprise-content-scale