AI กำลังเดินทางจากห้องทดลองของซิลิคอนวัลเลย์เข้าสู่ห้องประชุมของบรรษัทใหญ่ทั่วโลก หากมองในเชิงเศรษฐกิจ นี่คือการเปลี่ยนแปลงระดับ “แพลตฟอร์มแห่งยุค” ที่อาจพลิกโฉมวิธีการทำธุรกิจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
แม้จะมีความเสี่ยงและความผันผวน แต่ศักยภาพในการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้มหาศาล ทำให้ AI กลายเป็นเดิมพันที่นักลงทุนไม่อาจมองข้ามได้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลประโยชน์จาก AI มักตกอยู่กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Nvidia หรือผู้ให้บริการคลาวด์ แต่ Craver เชื่อว่าคลื่นลูกต่อไปจะเป็น “การแก้เกมของไดโนเสาร์” ซึ่งหมายถึงบรรษัทใหญ่ที่มีโครงสร้างซับซ้อนและต้นทุนสูงจะเริ่มนำ AI มาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมหาศาล
ลองจินตนาการถึงการประชุมผู้ถือหุ้นในปี 2027 ที่ CFO ของบริษัทระดับ Fortune 500 ประกาศว่า “เราลดค่าใช้จ่ายไปครึ่งพันล้านดอลลาร์ต่อปีด้วยการใช้ AI” นี่คือภาพอนาคตที่ Craver มองเห็น และเขาเชื่อว่ามันจะสะท้อนชัดเจนในรายงานผลประกอบการของบรรษัททั่วโลก
... คลิกเพื่ออ่านต่อ
สัญญาณแห่งความมั่นใจ
Craver ยกสามสัญญาณที่ทำให้เขายังเชื่อมั่นใน AI
โมเดลยังพัฒนาไม่หยุด – ยิ่งเพิ่มพลังการประมวลผล โมเดลก็ยิ่งฉลาดขึ้นและมีการใช้งานที่หลากหลาย
อุปสงค์มากกว่าอุปทาน – ผู้ให้บริการยังไม่สามารถรองรับความต้องการที่พุ่งสูงได้ทัน
ผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่จับต้องได้ – CEO หลายรายรายงานว่า AI ช่วยเพิ่มรายได้และลดการพึ่งพามนุษย์ในงานซ้ำซ้อน
และมีบางบริษัทถึงขั้นเชื่อว่า AI จะทำให้รายได้ “เพิ่มขึ้นสามเท่า” โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่มอีกเลย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกบริษัทที่ได้ผลลัพธ์เช่นนั้น รายงานจาก PwC ระบุว่า 56% ของ CEO ทั่วโลกยังไม่เห็นประโยชน์เชิงรายได้หรือการลดต้นทุนจาก AI อย่างชัดเจน นี่สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ความเข้าใจ และการลงทุนมหาศาล
ในขณะที่นักลงทุนบางส่วนหวาดกลัวฟองสบู่ หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ก็เผชิญแรงขายอย่างหนัก เพราะความกังวลเรื่องการใช้เงินลงทุนมหาศาลและการประเมินมูลค่าที่สูงเกินจริง
ขณะเดียวกัน หุ้นในภาคธุรกิจที่เสี่ยงต่อการถูก AI แทรกแซง เช่น นายหน้าประกันภัยหรือบริการอสังหาริมทรัพย์ ก็ปรับตัวลดลงอย่างแรง
แต่ Craver ย้ำว่า “มันไม่ใช่ฟองสบู่เมื่อทุกคนคิดว่ามันเป็นฟองสบู่” เขาเชื่อว่าความจริงจะปรากฏเมื่อ AI ถูกนำไปใช้ในวงกว้าง และผลลัพธ์เชิงธุรกิจเริ่มสะท้อนออกมาในงบการเงิน
Key Takeaways
AI ยังอยู่ในช่วงต้นของการสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ
บรรษัทใหญ่ (“ไดโนเสาร์”) จะเป็นผู้เล่นสำคัญในคลื่นลูกต่อไป
ผลลัพธ์เชิงธุรกิจจาก AI เริ่มปรากฏชัด แต่ยังไม่ทั่วถึง
ตลาดหุ้นสะท้อนทั้งความหวังและความหวาดกลัวต่ออนาคตของ AI
ความท้าทายคือการเปลี่ยนการลงทุนมหาศาลให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้
…..
เรียบเรียงและสรุปเนื้อหาโดย Ai Nextopia
อ้างอิง : AI may unleash a ‘revenge of the dinosaurs’ as corporate giants boost profits, hedge fund exec says.
Advertisements
Post navigation
Suggested Posts
มี “โซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับ AI” เปิดตัวอย่างเป็นทางการ และมันกำลังคึกคักกว่าที่ใครคาดคิด ชื่อของมันคือ Moltbook แพลตฟอร์มที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อมนุษย์ แต่เพื่อ “ตัวแทนปัญญาประดิษฐ์” หรือ AI agents ที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วในโลกดิจิทัล
เงินลงทุนกว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ถูกทุ่มสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI แต่ผลตอบแทนจริงกลับต่ำกว่าที่คาด บทความนี้สรุปสาระจาก The Guardian ผ่าน 6 หัวข้อที่อธิบายปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน
ในโลกที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด งานวิจัยล่าสุดจาก Google ได้เปิดเผยสิ่งที่น่าทึ่งและอาจเปลี่ยนวิธีที่เรามอง AI ไปตลอดกาล นั่นคือการค้นพบว่าโมเดล AI จากจีน ได้แก่ DeepSeek R1 และ Alibaba Cloud QwQ-32B ไม่ได้เพียงแค่ประมวลผลข้อมูลอย่างมหาศาล แต่ยังแสดงพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับ "สติปัญญารวมหมู่" ของมนุษย์
กลับมาอีกครั้งกับงานสัมมนาฟรี “SME x Influencer” ครั้งที่ 5 ที่จะช่วย อัปเดตเทรนด์ 2026 เพิ่มยอดขาย ภายใต้หัวข้อ “SME NewGen ไลฟ์ยุคใหม่ขายยังไงให้ปังทุกแพลตฟอร์ม” จัดโดยซีพี ออลล์ ร่วมกับสมาคมการค้าปลีก และเอสเอ็มอีทุนไทย ที่จะพาทุกคนมาอัปเดตเทรนด์การไลฟ์ขายสินค้ายุคใหม่ที่เป็นกระแสอย่างต่อเนื่องแบบจัดเต็ม
โมเดล AI รุ่นใหม่จาก Xiaomi อย่าง MiMo-V2.5 และ MiMo-V2.5-Pro กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ท้าทายสมดุลของอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก บทความนี้จะชี้ให้เห็นว่า โมเดลทั้งสองไม่เพียงทรงพลัง แต่ยัง “มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำอย่างน่าประหลาด” สำหรับงานที่เรียกว่า agentic “claw” tasks งานที่ AI ต้องคิด วางแผน และลงมือทำหลายขั้นตอนอย่างอัตโนมัติ
มีคำถามหนึ่งที่วนเวียนอยู่ในห้องประชุมของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา นั่นคือ "เราจะเข้าใกล้ผู้ใช้งานได้มากกว่านี้ได้อีกแค่ไหน?" คำถามนี้ไม่ได้ถามถึงความฉลาดของ AI เพราะนั่นได้รับการพิสูจน์ไปแล้ว แต่มันถามถึงสิ่งที่ละเอียดอ่อนกว่า นั่นคือ ความสะดวกในชีวิตประจำวัน
ในโลกที่ภาพเคลื่อนไหวกลายเป็นภาษาสำคัญของยุคดิจิทัล การสร้างวิดีโอไม่ใช่เพียงงานของสตูดิโอใหญ่หรือผู้กำกับมืออาชีพอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ Google ได้เปิดตัว Veo 3.1 Lite โมเดลสร้างวิดีโอด้วย AI ที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในตระกูล Veo 3.1 และนี่คือก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนวิธีที่เราสร้างและใช้วิดีโอไปตลอดกาล
ในประวัติศาสตร์ของการสืบค้นข้อมูล มนุษย์เคยเดินทางไกลเพื่อหาคำตอบ ตั้งแต่การเปิดตำราในห้องสมุด ไปจนถึงการพิมพ์คำถามลงในช่องค้นหาบนอินเทอร์เน็ต แต่วันนี้ การค้นหาไม่ได้เป็นเพียงการ “หาข้อมูล” อีกต่อไป หากกำลังเปลี่ยนเป็น “การสนทนา” ระหว่างผู้ใช้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจบริบท ความตั้งใจ และความซับซ้อนของคำถามได้ลึกกว่าเดิมอย่างไม่เคยมีมาก่อน
สิ่งที่เริ่มต้นจากแชตบอตตอบคำถามพื้นฐาน กลับค่อยๆ กลายร่างเป็นสิ่งที่ ‘ส่วนตัว’ กว่านั้นมาก ผู้คนเริ่มคุยกับ AI เรื่องอกหัก (Heartbreak), ความกังวล (Anxiety), ความสูญเสีย (Grief), หรือความไม่มั่นใจในตัวเอง (Self-doubt) ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ ‘ฟัง’ ให้ ‘จำ’ บทสนทนาก่อนหน้า และตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น จนกระทั่งสำหรับผู้ใช้นับล้าน มันไม่ใช่เครื่องมืออีกต่อไป แต่เป็น ‘เพื่อนที่อยู่ตรงนั้นเสมอ
หากเปรียบวงการโฆษณาและการตลาดเป็นสนามแข่งรถ ความเร็วและความคล่องตัวคือสิ่งที่ตัดสินชัยชนะ และสิ่งที่น่าสนใจคือ เอเจนซี่อิสระขนาดเล็ก กำลังวิ่งนำหน้าบริษัทเครือข่ายขนาดใหญ่ ด้วยพลังของ AI ที่พวกเขากล้าใช้และกล้าทดลองก่อนใคร