VIDEO
เรากำลังอยู่ในช่วงเวลานับถอยหลังสู่การเปิดตัว Grok 5 ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 โดยกลุ่มแรกที่จะได้สัมผัสพลังนี้คือสมาชิก X Premium Plus ที่มักจะได้รับสิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
การมาถึงของ Grok 5 ไม่ใช่แค่การมีแชทบอทตัวใหม่เพิ่มขึ้นมา แต่มันคือการเขย่าบัลลังก์ของ OpenAI, Google และ Anthropic การที่ xAI มีระบบนิเวศข้อมูลที่สดใหม่และขยายตัวตลอดเวลา ทำให้พวกเขามีวงจรการเรียนรู้ (Feedback Loop) ที่เร็วกว่า AI ที่ฝึกจากฐานข้อมูลหยุดนิ่ง
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่า Grok 5 จะบรรลุความเป็น AGI หรือไม่ แต่มันก็ได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่า อนาคตที่เราจะมีเพื่อนคู่คิดที่เป็นจักรกล ซึ่งสามารถเข้าใจโลกผ่านภาพและเสียงได้อย่างลึกซึ้งนั้น ไม่ใช่เรื่องของนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่มันคือความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เตรียมตัวให้พร้อม เพราะโลกของ AI กำลังจะหมุนเร็วขึ้นอีกหลายเท่าตัวด้วยฝีมือของ Grok 5 และ xAI
ในโลกที่เทคโนโลยี AI ขยับตัวเร็วยังกับเข็มวินาที เราเพิ่งจะเริ่มทำความคุ้นเคยกับ ChatGPT, Claude หรือ Gemini ได้ไม่นานนัก แต่แล้ว Elon Musk ก็ได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงการอีกครั้งด้วยการเผยโฉม “Grok 5”
โปรเจกต์ที่ทะเยอทะยานที่สุดของ xAI ซึ่งไม่ใช่แค่การอัปเกรดซอฟต์แวร์ธรรมดา แต่มันคือการพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งที่เรียกว่า “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ไปสู่สิ่งที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หากคุณเคยรู้สึกทึ่งกับความสามารถในการเขียนกลอนหรือตอบคำถามของ AI ในปัจจุบัน สิ่งที่ Grok 5 กำลังจะทำนั้นอาจทำให้คุณต้องนิยามคำว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ใหม่ทั้งหมด เพราะนี่คือโมเดลที่พกพาพลังระดับ 6 ล้านล้านพารามิเตอร์ และความสามารถในการ “มองเห็น” โลกในรูปแบบวิดีโอสด ๆ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป หรือ AGI ที่โลกเฝ้ารอ
เส้นทางของ Grok เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2023 ภายใต้ชายคาของ xAI ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดของมันคือการถือกำเนิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม X (หรือ Twitter เดิม) ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลข่าวสารที่สดใหม่ที่สุดในโลก ต่างจาก AI ตัวอื่นที่ต้องเข้าผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์แยกต่างหาก Grok ฝังตัวอยู่ในที่ที่มีผู้ใช้งานกว่า 600 ล้านคนเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึง Grok 4 ในปี 2025 ที่โดดเด่นเรื่องการใช้เครื่องมือ (Native Tool Use) ทั้งการเขียนโค้ดและสืบค้นข้อมูลใน X ได้อย่างแม่นยำ แต่นั่นเป็นเพียงบทโหมโรงเท่านั้น เพราะ Elon Musk ได้เผยกับเหล่านักลงทุนว่า Grok 5 จะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2 เท่า โดยมีพารามิเตอร์สูงถึง 6 ล้านล้านพารามิเตอร์
หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ พารามิเตอร์ก็เหมือนกับ “เซลล์สมอง” ของ AI ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ความสามารถในการเข้าใจความซับซ้อน ความละเอียดอ่อนของภาษา และการเชื่อมโยงตรรกะที่ลึกซึ้งก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย Grok 5 จึงไม่ใช่แค่ฉลาดขึ้นเล็กน้อย แต่มันคือการยกระดับขีดความสามารถในการประมวลผลความคิดในระดับที่ AI รุ่นปัจจุบันยังไปไม่ถึง
... คลิกเพื่ออ่านต่อ
พลังของ Multimodal เมื่อ AI ไม่ได้แค่คุย แต่ “เห็น” และ “ฟัง” โลกในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้ Grok 5 แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากคู่แข่งอย่าง ChatGPT หรือ Claude ไม่ใช่แค่จำนวนพารามิเตอร์ แต่คือความสามารถระดับ “Multimodal” ที่แท้จริง ในขณะที่ AI ส่วนใหญ่ในตลาดประมวลผลข้อความได้ดี หรือดูรูปภาพได้บ้าง แต่ Grok 5 ถูกออกแบบมาให้ประมวลผลวิดีโอ เสียง รูปภาพ และข้อความไปพร้อมๆ กันแบบ Real-time
ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ที่คุณกำลังดูภาพถ่ายทอดสดจากโดรนเหนือจุดจราจรที่ติดขัด หากเป็น AI ทั่วไป คุณอาจต้องแคปหน้าจอแล้วส่งให้มันวิเคราะห์ แต่สำหรับ Grok 5 คุณสามารถสตรีมวิดีโอสดเข้าสู่ระบบได้ทันที มันจะทำหน้าที่ระบุวัตถุ ติดตามการเคลื่อนที่ของรถยนต์ ตรวจสอบสิ่งกีดขวาง และคำนวณเส้นทางที่เร็วที่สุดให้คุณได้ในเสี้ยววินาที
ความลับเบื้องหลังความอัจฉริยะนี้คือสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า “Mixture of Experts” (MoE) ซึ่งแทนที่จะใช้โครงข่ายประสาทขนาดใหญ่เพียงอันเดียวทำงานทุกอย่าง Grok 5 จะมีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลาย ๆ ตัวที่สลับกันทำงานตามความเหมาะสมของงานนั้น ๆ ทำให้มันทั้งทรงพลังและมีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรสูงกว่าเดิม
นอกจากนี้ Grok 5 ยังมาพร้อมกับ “Context Window” ที่กว้างถึง 2 ล้านโทเคน ซึ่งเทียบเท่ากับหนังสือความยาวกว่า 1,500 หน้า นั่นหมายความว่าคุณสามารถป้อนฐานข้อมูลโค้ดทั้งโปรเจกต์ หรือหนังสือทั้งเล่มเข้าไปเพื่อให้มันวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดโดยที่มันจะไม่ลืมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบทแรก ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว
การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับ Ecosystem ของ Elon Musk
ความได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของ Grok คือการเข้าถึงข้อมูลที่สดใหม่ (Real-time Data) จากแพลตฟอร์ม X ซึ่งมีโพสต์ใหม่ ๆ กว่า 500 ล้านโพสต์ต่อวัน ข้อมูลเหล่านี้คือวัตถุดิบชั้นดีที่ทำให้ Grok รู้เท่าทันเหตุการณ์ปัจจุบันมากกว่า AI ตัวใดในโลก การรวม Grok เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบอัลกอริทึมใน X ยังช่วยคัดกรองเนื้อหาที่ตรงใจผู้ใช้ได้แม่นยำขึ้น โดยมันจะทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยสรุปข่าวสารและบริบทที่ซ่อนอยู่หลังโพสต์ต่าง ๆ ให้เราเข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
แต่ความทะเยอทะยานของ Musk ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนหน้าจอมือถือ เขามีแผนที่จะนำ Grok 5 ไปเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในรถยนต์ Tesla เพื่อทำหน้าที่นำทาง ตรวจเช็กสภาพรถ หรือแม้แต่ให้ความบันเทิงผ่านการสั่งงานด้วยเสียงที่ซับซ้อน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการนำ Grok ไปทำงานร่วมกับ Siri ของ Apple หรือแม้แต่การเสนอโซลูชันให้กับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Grok 5 ถูกวางตัวให้เป็น “เลเยอร์แห่งปัญญา” ที่จะเคลือบอยู่บนทุกมิติของชีวิตดิจิทัลของเรา
นิยามใหม่ของการทำงาน การใช้งานจริงที่จะเปลี่ยนชีวิตประจำวัน
ในแง่ของการใช้งานจริง Grok 5 จะเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของคุณไปอย่างสิ้นเชิง สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ การ Debug โค้ดที่ซับซ้อนจะไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป ด้วยหน้าต่างบริบทที่ยาวมาก คุณสามารถพูดคุยเรื่องการแก้ไขบั๊กต่อเนื่องกันได้หลายชั่วโมงโดยที่ AI ยังจำเหตุผลของการตัดสินใจในขั้นตอนแรกได้แม่นยำ
ในด้านการศึกษา Grok 5 สามารถสวมบทบาทเป็นติวเตอร์ส่วนตัวที่ “มองเห็น” สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ สมมติว่าคุณกำลังหัดซ่อมอุปกรณ์ในบ้านหรือทำอาหารตามสูตรที่ยุ่งยาก คุณเพียงแค่เปิดกล้องให้ Grok 5 ดู มันจะคอยบอกขั้นตอนต่อไปและเตือนหากคุณกำลังทำผิดพลาดแบบเรียลไทม์ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ AI รุ่นก่อนหน้าทำไม่ได้เลย เพราะพวกมันต้องการรูปภาพนิ่ง ๆ เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีข่าวลือเรื่องการเชื่อมต่อกับปฏิทินและอีเมล ซึ่งจะทำให้ Grok 5 กลายเป็นเลขาฯ ส่วนตัวที่สามารถร่างอีเมล นัดหมายการประชุม และติดตามผลงานให้คุณผ่านการสนทนาที่เป็นธรรมชาติเพียงไม่กี่ประโยค
เรากำลังเข้าใกล้ AGI หรือเป็นเพียงแค่คำโฆษณา?
ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการที่ Elon Musk ออกมากล่าวอ้างว่า Grok 5 มีโอกาสประมาณ 10% ที่จะบรรลุระดับ AGI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความฉลาดเทียบเท่ามนุษย์ในทุกด้าน แน่นอนว่าคำกล่าวนี้สร้างทั้งความตื่นเต้นและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเวลาเดียวกัน
ผู้เชี่ยวชาญหลายคน รวมถึง Andrej Karpathy อดีตผู้อำนวยการฝ่าย AI ของ Tesla มองว่า AGI ที่แท้จริงอาจยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี แต่ถึงกระนั้น แม้ว่า Grok 5 จะยังไปไม่ถึงระดับมนุษย์ 100% แต่มันก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงการก้าวกระโดดที่สำคัญ xAI กำลังทำงานด้วยจิตวิญญาณแห่ง “การแข่งขันทางอวกาศ” ในยุค 60 ที่เน้นความเร็วและการทำลายขีดจำกัดเดิม ๆ
หาก Grok 5 สามารถผ่านการทดสอบ Benchmark ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการเขียนโค้ดได้ดีกว่าคู่แข่งอย่างที่รุ่นก่อนเคยทำไว้ มันจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ AI ที่เน้นการใช้เหตุผล (Reasoning) และการลดอาการ “หลอน” (Hallucinations) ของ AI ให้เหลือน้อยที่สุด
…..
เรียบเรียงโดย Ai Nextopia