GPT‑5.2 ไม่ได้เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ แต่เป็นการปรับปรุงเล็ก ๆ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยการตลาดอันยิ่งใหญ่ ความผิดหวังของผู้ใช้สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับความจริง และตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของบริษัทที่ถือครองเทคโนโลยีทรงพลังที่สุดในยุคนี้
สิ่งสำคัญคือ เราควรเรียนรู้ที่จะใช้ AI อย่างเข้าใจ ไม่ใช่เพียงแค่เชื่อในคำโฆษณา และควรผลักดันให้บริษัทที่สร้างเทคโนโลยีเหล่านี้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น เพื่อให้สังคมสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน
ทุกครั้งที่ OpenAI เปิดตัวเวอร์ชันใหม่ของ GPT โลกเทคโนโลยีแทบจะหยุดหายใจรอฟังข่าว แต่เมื่อ GPT‑5.2 ถูกปล่อยออกมา เสียงตอบรับกลับไม่ใช่การเฉลิมฉลอง หากแต่เต็มไปด้วยความผิดหวังและคำถามว่า “นี่หรือคือการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่เรารอคอย?”
1. ความคาดหวังที่สูงเกินไป
- ภาพลักษณ์ของการปฏิวัติ ทุกครั้งที่มีการอัปเดต GPT มักถูกนำเสนอว่าเป็น “การเปลี่ยนเกม” แต่ความจริงคือหลายครั้งเป็นเพียงการปรับปรุงเชิงเทคนิคเล็ก ๆ ที่ผู้ใช้ทั่วไปแทบไม่รู้สึกถึงความต่าง
- ผู้ใช้คาดหวังมากกว่า หลังจาก GPT‑4 ที่สร้างความตื่นตะลึงในด้านการให้เหตุผลและการเขียนที่ใกล้เคียงมนุษย์ หลายคนหวังว่า GPT‑5.2 จะเป็นก้าวกระโดดแบบเดียวกัน แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นการปรับปรุงที่ดูเหมือน “incremental update” มากกว่า “revolutionary leap”
...
2. ปัญหาด้านความโปร่งใส
- OpenAI ไม่เล่ารายละเอียดเชิงเทคนิค ผู้ใช้และนักวิจัยจำนวนมากตั้งคำถามว่า GPT‑5.2 แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างไร แต่คำตอบจาก OpenAI มักคลุมเครือ
- ความรู้สึกถูกปิดบัง เมื่อบริษัทไม่เปิดเผยข้อมูล เช่น ขนาดโมเดล วิธีการฝึก หรือการทดสอบความปลอดภัย ผู้ใช้จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความจริงทั้งหมด
3. ประสบการณ์ใช้งานที่ไม่ตรงใจ
- การตอบที่ยังผิดพลาด แม้จะมีการปรับปรุง แต่ GPT‑5.2 ยังให้คำตอบที่ผิดหรือไม่ตรงประเด็นในหลายกรณี
- ความเร็วและความเสถียร ผู้ใช้บางส่วนรายงานว่าระบบเร็วขึ้น แต่ก็ยังมีปัญหาการ “หลุดโฟกัส” หรือการตอบที่ไม่สอดคล้องกับคำถาม
- ความรู้สึกว่าไม่ต่างจากเดิม สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ความเปลี่ยนแปลงที่ OpenAI โฆษณาอาจไม่ชัดเจนพอที่จะทำให้รู้สึกว่า “นี่คือเวอร์ชันใหม่ที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด”
4. มิติทางธุรกิจและการตลาด
- การสร้าง hype OpenAI ใช้กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการสร้างความตื่นเต้น แต่เมื่อผู้ใช้ได้ลองจริงกลับพบว่าความต่างไม่มาก ความผิดหวังจึงยิ่งทวีคูณ
- การผูกกับบริการเสียเงิน หลายฟีเจอร์ใหม่ถูกจำกัดไว้สำหรับผู้ใช้แบบพรีเมียม ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปรู้สึกถูกกีดกัน
- ความไม่สมดุลระหว่างสัญญาและความจริง เมื่อการตลาดสัญญามากเกินไป แต่ผลิตภัณฑ์ไม่สามารถส่งมอบตามนั้น ความเชื่อมั่นก็เริ่มสั่นคลอน
5. คำถามเรื่องความปลอดภัยและจริยธรรม
- การควบคุมข้อมูล ผู้ใช้บางส่วนกังวลว่า OpenAI ไม่เปิดเผยเพียงพอว่าข้อมูลที่ใช้ฝึกโมเดลมาจากไหน
- การจัดการความเสี่ยง แม้จะมีการพูดถึง “AI safety” แต่รายละเอียดเชิงปฏิบัติยังไม่ชัดเจนว่าบริษัททำอะไรจริงบ้าง
- ความไม่ไว้วางใจ เมื่อความโปร่งใสไม่เพียงพอ ความกังวลเรื่องการใช้ AI ในทางที่ผิดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
6. มุมมองของผู้ใช้จริง
เสียงสะท้อนจากผู้ใช้ทั่วไปมีตั้งแต่ความผิดหวังไปจนถึงความโกรธ หลายคนรู้สึกว่า
- พวกเขาถูกขายฝันมากเกินไป
- การอัปเดตไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานจริง
- บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์มากกว่าการแก้ปัญหาที่ผู้ใช้เจอทุกวัน
7. สิ่งที่ OpenAI ไม่ได้เล่า
- การเปลี่ยนแปลงเบื้องหลัง มีการคาดเดาว่า GPT‑5.2 อาจเป็นการปรับปรุงโครงสร้างภายในเพื่อเตรียมสู่การพัฒนาใหญ่ในอนาคต มากกว่าจะเป็นการอัปเดตที่ผู้ใช้เห็นผลทันที
- การทดลองเชิงธุรกิจ บางคนเชื่อว่าการปล่อย GPT‑5.2 เป็นการทดสอบตลาดและพฤติกรรมผู้ใช้ เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับการเปิดตัวครั้งใหญ่ในอนาคต
- การจัดการความคาดหวัง การไม่เล่าทั้งหมดอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อควบคุม narrative และลดแรงกดดันต่อบริษัทเอง
8. บทเรียนสำหรับผู้ใช้และสังคม
- อย่าคาดหวังเกินจริง เทคโนโลยี AI ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ทุกการอัปเดตจะเป็นการปฏิวัติ
- เรียกร้องความโปร่งใส ผู้ใช้ควรมีสิทธิ์รู้ว่าเครื่องมือที่พวกเขาใช้ทำงานอย่างไร และมีผลกระทบต่อข้อมูลส่วนตัวอย่างไร
- มอง AI อย่างสมดุล แทนที่จะหวังว่า AI จะเป็นคำตอบทุกอย่าง เราควรมองมันเป็นเครื่องมือที่มีข้อจำกัด และต้องใช้อย่างมีวิจารณญาณ
…..
เรียบเรียงใหม่โดย AiNextopia