บทความจาก posttoday
สมรภูมิ AI ปี 2026 กำลังเปลี่ยนจากแชตบนหน้าจอสู่การสั่งงานด้วยเสียง OpenAI เร่งพัฒนาโมเดลเสียงและอุปกรณ์ใหม่ รับเทรนด์โลกที่ลดการพึ่งพาหน้าจอ
กระแสการแข่งขันด้าน AI ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องในปี 2026 แต่จากข้อมูลหลายภาคส่วนเริ่มชี้ให้เห็นว่า สมรภูมิการประชันกันครั้งนี้อาจเปลี่ยนจากการพัฒนา AI Chatbot สำหรับการพิมพ์พูดคุยตอบโต้ มาเป็นสมรภูมิสำหรับการแข่งขันระบบสั่งงานด้วยเสียงแทน
OpenAI นับเป็นหนึ่งในผู้แสดงความสนใจในส่วนนี้ ภายหลังจากการถูก Google นำโมเดล Gemini แซงก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กับความตั้งใจในการยกเครื่องโมเดลเสียงใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบสนองและเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนา อุปกรณ์ AI ที่เน้นสั่งการด้วยเสียง โดยเฉพาะ
โมเดลเสียงที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาจะมีขีดความสามารถกว่าตัวที่เราใช้งานกันใน ChatGPT เป็นอย่างมาก ทั้งน้ำเสียงพูดคุยที่เป็นธรรมชาติ รับมือการพูดแทรกเนื้อหาได้เหมือนคนจริง หรือแม้แต่การพูดไปพร้อมกับผู้ใช้งานพร้อมตอบสนองเรียลไทม์ ที่ยังไม่มีโมเดลใดสามารถทำได้ในปัจจุบัน
รายงานล่าสุดจาก The Information ระบุว่า OpenAI ให้ความสำคัญกับโปรเจคนี้มาก และคาดว่าจะเร่งผลักดันเพื่อให้สามารถเปิดตัวอุปกรณ์สำหรับสั่งงานด้วยเสียงให้ออกมาสู่ท้องตลาดได้ภายในหนึ่งปี เห็นได้ชัดจากการเปิดรับตำแหน่งใหม่และข่าวลือภายใน ที่มีการนำเสนอว่า ให้ผลตอบแทนและหุ้นเป็นจำนวนมหาศาลแก่พนักงาน
โดยคาดว่า OpenAI จะมีการพัฒนาอุปกรณ์อัจฉริยะหลายรูปแบบ เช่น แว่นตา หรือ ลำโพงอัจฉริยะ ออกมาในไม่ช้า
สมรภูมิ AI ปี 2026 หมดยุคของหน้าจอสู่การสั่งงานด้วยเสียง
อันที่จริงทิศทางของอุตสาหกรรมก็ถูกผลักดันไปยังทิศทางการสั่งงานด้วยเสียงอย่างชัดเจน และหน้าจอจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่กำลังถูกลดความสำคัญลงเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดจากการที่ลำโพงอัจฉริยะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้าน และถูกใช้งานราว 1 ใน 3 ของที่พักอาศัยในสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าผู้คนเริ่มคุ้นเคยและปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีนี้
บริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายก็พัฒนาสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน เช่น
– Meta เปิดตัวฟีเจอร์สำหรับแว่นอัจฉริยะ Ray-Ban ที่ติดตั้งไมโครโฟน 5 ตัว สำหรับใช้รับฟังเนื้อหาการสนทนาภายในห้องที่มีเสียงดังหรือสถานที่อึกทึกได้ชัดเจน
– Google เปิดใช้งานฟีเจอร์ Audio Overviews ที่เปลี่ยนผลการค้นหาให้กลายเป็นการสรุปเนื้อหาที่ได้ออกมาเป็นเสียงสนทนา แบบเดียวกับที่ใช้งานใน NotebookLM
– Tesla เริ่มนำ Grok แชทบอทจากบริษัท xAI มาผนวกเข้ากับรถยนต์เพื่อรองรับการสั่งงานอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อใช้ในการสั่งงานภายในรถยนต์ ตั้งแต่ระบบนำทางไปจนถึงเครื่องปรับอากาศ
– สตาร์อัพหลายแห่งก็กำลังให้ความสนใจและพัฒนาไปทิศทางเดียวกัน ทั้งการพัฒนาอุปกรณ์ในฐานะเข็มกลัด จี้ห้อยคอ หรือแหวน ที่จะช่วยให้เราไม่ต้องพึ่งพาการนั่งจ้องหรือกดหน้าจออีกต่อไป
แนวทางนี้กำลังได้รับความสนใจและจะช่วยลดข้อครหาที่เกิดขึ้นว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้ผู้ใช้งานเสพติดหน้าจอ ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสุขภาพอื่นตามมา ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและให้ความสำคัญจากทั่วโลก เห็นได้จากกรณีการแบนโซเชียลมีเดียที่มีการพูดถึงประเด็นนี้เช่นกัน
นี่ทำให้หลายฝ่ายต่างให้ความสนใจและคาดการณ์ว่า หน้าจอกำลังจะกลายเป็นของตกยุคในไม่ช้า เมื่ออีกหน่อยเราจะสามารถพูดคุยโต้ตอบและใช้งานระบบและแอปพลิเคชันได้คล่องแคล่วด้วยอาศัยเพียงคำสั่งเสียง เป็นความก้าวหน้าจาก AI ที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกัน
นี่อาจเป็นทิศทางการพัฒนาที่ถูกต้องของ AI ที่เราจะได้เห็นในปี 2026 นี้
ที่มา
OpenAI bets big on audio as Silicon Valley declares war on screens