โกงหรือเรียนรู้? ความจริงที่ AI สะท้อนตัวตนผู้ใช้

ในโลกการศึกษาและสังคมปัจจุบัน ปัญหาการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีเอง หากแต่เป็นเรื่องของ “ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ” และ “ศิลปะแห่งการตัดสินใจ” ที่มนุษย์ต้องเรียนรู้และรับผิดชอบต่อการใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างมีวิจารณญาณและมีจริยธรรม

Art Carden ได้สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนความเข้าใจผิด ความหลงทาง และความท้าทายด้านจริยธรรมที่เราต้องเผชิญ

Carden เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงบทความจาก New York Magazine ที่เผยแพร่ในปี 2025 เรื่อง “Everyone Is Cheating Their Way Through College” ซึ่งสะท้อนปรากฏการณ์นักศึกษาจำนวนมากใช้ AI เพื่อทำงานแทนตนเองโดยไม่เปิดเผย

ความจริงที่น่าหดหู่คือการโฆษณาของเครื่องมือ AI หลายชนิดมักชูจุดขายว่า “ช่วยให้คุณโกงโดยไม่ถูกจับได้” สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า การใช้ AI ในการศึกษาเป็นเรื่องของเทคโนโลยีหรือจริยธรรมกันแน่

Carden ย้ำว่า AI เป็นสิ่งที่เขาเองก็ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การออกกำลังกาย การทำอาหาร การเขียนบทความ ไปจนถึงการสร้างกราฟจากข้อมูลในสเปรดชีต เขามองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง สามารถเพิ่มผลผลิตและความคิดสร้างสรรค์ได้มหาศาล แต่หากใช้ผิดวิธี ก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์อ่อนแอลงและสูญเสียความสามารถในการคิดอย่างแท้จริง

การถกเถียงเรื่อง AI ในการศึกษาแบ่งออกเป็นสองค่ายใหญ่
ค่ายแรก เปรียบ AI เสมือนเครื่องคิดเลข เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้การคำนวณง่ายขึ้น แต่ไม่ได้แทนที่ความเข้าใจเชิงลึก
ค่ายที่สอง กลับมองว่า AI คือจุดสิ้นสุดของการคิดมนุษย์ เป็นภัยคุกคามต่อสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์

ทั้งสองค่ายต่างมีข้อบกพร่อง ค่ายแรกมองข้ามความจริงที่ว่าเครื่องคิดเลข ทำให้มนุษย์ไม่จำเป็นต้องเข้าใจคณิตศาสตร์เชิงลึก ส่วนค่ายที่สองก็ละเลยศักยภาพของ AI ที่สามารถเป็นผู้ช่วยอันทรงคุณค่า

Carden เสนอว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ แต่อยู่ที่ผู้ใช้ มนุษย์สามารถใช้ AI อย่างชาญฉลาดหรืออย่างเลวร้ายก็ได้ เช่นเดียวกับขวานที่อยู่ในมือของคนต่างกัน หากอยู่ในมือของ Paul Bunyan มันคือเครื่องมือสร้างบ้าน แต่หากอยู่ในมือของ Jason Voorhees มันกลับกลายเป็นอาวุธสังหาร AI ก็เช่นเดียวกัน

เขายกตัวอย่างจากภาพยนตร์ Aliens ที่ตัวละคร Ellen Ripley ใช้ชุด Power Loader เพื่อเอาชนะราชินีเอเลียน เครื่องมือดังกล่าวช่วยเสริมพลังให้เธอทำสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจทำได้ แต่หากนักศึกษาใช้ AI เสมือนใส่ชุด Power Loader ไปยกน้ำหนักในโรงยิม ก็เป็นการหลอกตัวเองและผู้อื่น เพราะแม้จะยกได้ 5000 ปอนด์ แต่ไม่ได้หมายความว่ากล้ามเนื้อของเขาแข็งแรงขึ้นจริง การส่งงานที่สร้างด้วย AI โดยไม่พยายามเรียนรู้เองก็ไม่ต่างจากการอวดพลังที่ไม่ได้มาจากตัวตน

...

Admin