Sunday

1 March 2026

ExoMiner โมเดล AI ของ NASA ที่ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบมากกว่า 370 ดวง

หากพูดถึงการตามล่าดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ คงจะนึกถึงโครงการกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ (Kepler) ดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบ (Transiting Exoplanet Survey Satellite หรือ TESS) ที่เฝ้ามองดวงดาวบนท้องฟ้ามากมาย หรือโครงการกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินอย่างแทรปพิสต์ (TRAPPIST หรือ Transiting Planets and Planetesimals Small Telescope) ที่ระดมถ่ายภาพดาวฤกษ์ทั่วทั้งท้องฟ้าเพื่อตามหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ นอกจากเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ที่ใช้ในการค้นหาแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมาก ๆ นั่นคือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจำแนกแสงดาวฤกษ์ออกจากเงาของดาวเคราะห์ ซึ่ง ExoMiner คือหนึ่งในปัญญาประดิษฐ์ที่นาซาเข้ามาช่วยและสามารถค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบเจอแล้วมากกว่า 370 ดวง

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS เป็นกล้องโทรทรรศน์ตามหากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่รับช่วงต่อจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ สร้างการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้อย่างมากมาย ภาพจาก NASA

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS เป็นกล้องโทรทรรศน์ตามหากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่รับช่วงต่อจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ สร้างการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้อย่างมากมาย ภาพจาก NASA

เพราะปัญหาหลักของการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะคือสัญญาณรบกวน

นักดาราศาสตร์ตามหาดาวเคราะห์นอกระบบผ่านการทรานซิต (Transit) จากหลักการที่ว่าเมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์แม่ จะทำให้สัญญาณแสงลดลงไปเล็กน้อย เหมือนมีฝุ่นลอยผ่านหน้าหลอดไฟ แต่ปัญหาคือ ไม่ใช่ทุกครั้งที่แสงวูบจะเป็นดาวเคราะห์เสมอไป บางทีมันอาจเป็นระบบดาวคู่ที่บังกันเอง หรือเป็นแค่สัญญาณรบกวน (Noise) ซึ่งเมื่อก่อนต้องให้นักวิทยาศาสตร์มาคัดกรองด้วยตัวเองเองเพื่อยืนยันว่าสัญญาณการมืดลงเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจริง

เมื่อการตรวจสอบสัญญาณมืดของดาวฤกษ์เพื่อตามหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจำเป็นต้องใช้นักวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบ ทำให้การตรวจสอบสัญญาณแต่ละครั้งกินระยะเวลามาก จึงมีข้อมูลคงค้างอยู่เยอะมาก เพื่อลดปริมาณงานและเพิ่มความเร็วในการหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะให้รวดเร็วขึ้น ทีมงานของนาซาจึงพัฒนาซอฟต์แวร์ชื่อ ExoMiner ขึ้นมาเพื่อแยกแยะความแตกต่างระหว่างสัญญาณรบกวนกับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจริงผ่านระบบการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)

ข้อมูลที่นำมาสอนระบบการเรียนรู้เชิงลึกนำมาจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ ซึ่งเมื่อ ExoMiner เริ่มต้นทำงาน ซอฟต์แวร์นี้พบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเพิ่มเติมได้ถึง 370 ดวง ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นดาวเคราะห์ที่ไม่เคยพบมาก่อนทั้งหมดจริง ๆ

และนาซาไม่หยุดเพียงแค่นี้ ทีมนักพัฒนาได้นำข้อมูลปริมาณมหาศาลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS มาใช้ในการสอน ExoMiner เพิ่มเติมจนได้ออกมาเป็น โมเดลใหม่ที่ชื่อว่า ExoMiner++ อัลกอริทึมใหม่นี้ได้มีการระบุไว้ในบทความวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน Astronomical Journal ว่า สามารถระบุเป้าหมายได้ 7,000 รายการ ซึ่งอยู่ระหว่างการยืนยันโดยกล้องโทรทรรศน์จากทั่วโลก

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์และ TESS มีวิธีทำงานแตกต่างกัน กล่าวคือ เคปเลอร์เน้นถ่ายเจาะไปยังส่วนเล็กของท้องฟ้าด้วยมุมแคบ ๆ แต่ TESS ถ่ายกวาดเกือบทั้งท้องฟ้า เน้นมองหาดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์ในบริเวณใกล้เคียง แม้จะมีกลยุทธ์การสังเกตการณ์ที่แตกต่างกัน แต่ภารกิจทั้งสองสร้างชุดข้อมูลที่เข้ากันได้ และทำให้ ExoMiner++ สร้างผลลัพธ์ที่น่าสนใจมากกลับมา

ภาพวาดการสังเกตการเคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์ของดาวเคราะห์ซึ่งการบังแสงดาวฤกษ์นี้นักดาราศาสตร์ใช้เพื่อสังเกตหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ภาพจาก NASA

ภาพวาดการสังเกตการเคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์ของดาวเคราะห์ซึ่งการบังแสงดาวฤกษ์นี้นักดาราศาสตร์ใช้เพื่อสังเกตหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ภาพจาก NASA

ใคร ๆ ก็สามารถช่วยตามหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้

แม้ NASA จะพัฒนาซอฟต์แวร์นี้ขึ้นมาเอง แต่ทีมนักพัฒนาไม่ได้เก็บไว้ใช้คนเดียว นาซาเลือกปล่อยซอฟต์แวร์นี้ลงบน GitHub ในรูปแบบของโอเพนซอร์ส (Open Source) ที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงชุดคำสั่งและสามารถนำมันมาใช้ได้ในทันที เรียกแนวคิดนี้ว่าเป็นมาตรฐานทองคำทางวิทยาศาสตร์ (Gold Standard Science)

มาตรฐานการดำเนินงานดังกล่าวช่วยทำให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย หรือแม้แต่ผู้ที่สนใจในด้านดาราศาสตร์สามารถเข้าถึงข้อมูลของยานอวกาศและกล้องโทรทรรศน์อวกาศได้อย่างง่ายดาย การเข้าถึงนี้ช่วยทำให้การพัฒนาและค้นพบสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว สำหรับ ExoMiner ที่อนุญาตให้ทุกคนเข้าถึงซอฟต์แวร์นี้ฟรี ใครก็ตามก็สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์มาใช้พร้อมกับดาวน์โหลดข้อมูลที่เก็บจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์หรือ TESS ได้ฟรี ซึ่งจะช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้มากขึ้นโดยทันที

เฉพาะข้อมูลจาก TESS อย่างเดียวมีกราฟแสง (Light Curves) ให้วิเคราะห์มากกว่า 130 ล้านรายการ ซึ่งเกินกว่าที่มนุษย์จะวิเคราะห์ได้ ปัญญาประดิษฐ์อย่าง ExoMiner++ จึงเหมือนเป็นเครื่องจักรขุดทองในภูเขาข้อมูลเหล่านี้

นอกจากกระแสข้อมูลที่ส่งมาอย่างต่อเนื่องจาก TESS แล้ว ภารกิจล่าดาวเคราะห์นอกระบบในอนาคตจะให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้ ExoMiner อีกมากมาย กล้องโทรทรรศน์อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน (Nancy Grace Roman) ของ นาซาที่กำลังจะมาถึง จะจับภาพการผ่านหน้าของดาวเคราะห์นอกระบบหลายหมื่นครั้ง และเช่นเดียวกับข้อมูล TESS ข้อมูลจากกล้องโรมันจะเปิดให้เข้าถึงได้ฟรีตามความมุ่งมั่นของนาซา ความก้าวหน้าของโมเดล ExoMiner อาจถูกนำมาช่วยในการล่าดาวเคราะห์นอกระบบในข้อมูลของกล้องโรมันด้วยเช่นกัน

การที่วิทยาศาสตร์เปิดกว้างและให้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันสร้างสรรค์วิทยาศาสตร์ไปร่วมกันจะทำให้เราสามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถไปดาวน์โหลดข้อมูลดิบจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์และ TESS ได้ฟรี นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกับที่นักวิจัยของนาซาใช้งานกัน และหาก ExoMiner พบหลักฐานที่น่าสนใจแล้วเราสามารถนำข้อมูลส่งให้กับโครงการติดตามการสังเกตการณ์จาก TESS (TESS Follow-up Program) หรือแพลตฟอร์มพลเมืองวิทยาศาสตร์อย่างซูนิเวิร์ส (Zooniverse) ได้

จากนี้เราจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะและอาจถึงขั้นมีชื่อในบทความหรือวารสารวิชาการได้ด้วยซ้ำโดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิจัยระดับปริญญาเอก และโลกกำลังต้องการความช่วยเหลือจากพลเมืองจิตวิทยาศาสตร์ทุกคนในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่


เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : NASA

Admin