บทความจาก springnews
- Oracle ปลดพนักงานครั้งใหญ่ราว 30,000 ตำแหน่ง เพื่อควบคุมต้นทุนอย่างหนักจากการทุ่มงบมหาศาลลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
- บริษัทนำเครื่องมือ AI มาช่วยเขียนโค้ด ทำให้ทีมวิศวกรขนาดเล็กลงสามารถทำงานได้มากขึ้นและเร็วขึ้น ตำแหน่งงานจำนวนมากจึงถูกยกเลิก
- การเลิกจ้างนี้สะท้อนเทรนด์ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่หันมาใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดจำนวนคนทำงาน ซึ่งเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแรงงานทั่วโลก
Oracle สังเวย AI ปลดคนนับหมื่น
พนักงาน Oracle ต้องตื่นมาพบกับฝันร้ายเมื่อได้รับอีเมลเลิกจ้างกะทันหัน คาดว่ามีผลกระทบสูงถึง 30,000 ตำแหน่ง (เฉพาะในอินเดียถูกเลิกจ้างถึง 12,000 คน) สาเหตุหลักมาจากการหันไปทุ่มงบมหาศาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และเข้าร่วมโปรเจกต์ Stargate มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ นั่นทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระและจำเป็นต้องควบคุมต้นทุนอย่างหนัก
นอกจากนี้ ผู้บริหารยังระบุชัดเจนว่าการใช้เครื่องมือ AI เขียนโค้ดภายในองค์กร ช่วยให้ทีมวิศวกรขนาดเล็กลงสามารถส่งมอบงานได้เร็วและมากขึ้น ตำแหน่งงานจำนวนมากจึงถูกยกเลิกทันที แม้พนักงานเหล่านั้นจะไม่ได้มีปัญหาเรื่องผลการปฏิบัติงานเลยก็ตาม
โดมิโนเอฟเฟกต์ในอุตสาหกรรม Tech
วิกฤตคนตกงานจากการมาของเทคโนโลยี ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะการนำ AI มาใช้เพื่อลดคนทำงานเป็นเทรนด์ที่กำลังเขย่าไปทั่วทั้งวงการซิลิคอนแวลลีย์
ผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่าง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) จาก Meta และ แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) จาก Block ต่างเคยออกมาระบุในทิศทางเดียวกันว่า บริษัทสามารถใช้เครื่องมือ AI ทำงานได้มากขึ้นด้วยจำนวนพนักงานที่น้อยลง นำไปสู่การเลิกจ้างในองค์กรของตนเองไปแล้วในปีนี้
ช็อกวงการไอทีอีกครั้ง !Oracle ปลดพนักงาน 3 หมื่นคน เซ่นพิษลงทุน AI Credit ภาพ REUTERS
นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Pinterest และ Epic Games ต่างก็ต้องเผชิญกับการปรับลดกำลังคนครั้งใหญ่ในปีนี้เช่นกัน นี่คือสัญญาณเตือนระดับโลกที่ชี้ให้เห็นว่าคลื่น AI กำลังเปลี่ยนผ่านโครงสร้างแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้