Meta สร้าง AI อวตาร ‘ซักเคอร์เบิร์ก’ ให้พนักงานเข้าถึงได้ทุกเวลา

Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram กำลังซุ่มพัฒนา AI อัจฉริยะที่จำลองตัวตนของ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ขึ้นมาเพื่อคอยตอบทุกคำถามของพนักงาน

AI ร่างโคลนของ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” กำลังเรียนรู้บุคลิกภาพ น้ำเสียง ตลอดจนรูปแบบการให้สัมภาษณ์และวิสัยทัศน์ด้านกลยุทธ์องค์กรของผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Meta อย่างละเอียด โดยเป้าหมายสำคัญของโปรเจกต์นี้ คือการลดช่องว่างและช่วยให้พนักงานรู้สึกใกล้ชิดกับหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งซิลิคอนแวลลีย์ได้มากขึ้น

ที่ผ่านมา ซักเคอร์เบิร์กเคยทดลองสร้างตัวตนดิจิทัลของตัวเองมาแล้วหลายครั้ง ในปี 2022 เขาได้อวดโฉมอวตารของตัวเองในโลก Metaverse ทว่ากลับเผชิญกระแสวิจารณ์เรื่องคุณภาพกราฟิกจนต้องเร่งปรับปรุงเวอร์ชันใหม่ 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Meta ได้ลดความสำคัญของโปรเจกต์ Metaverse ลง และเปลี่ยนมาโฟกัสที่การพัฒนาตัวละคร 3 มิติจาก AI ที่สามารถพูดคุยโต้ตอบในชีวิตประจำวันได้จริง โดยเริ่มนำร่องจากซีอีโอของบริษัทเอง

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า  “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ได้ลงมาคุมการเทรน AI ตัวนี้ด้วยตัวเอง ทั้งในส่วนของภาพและเสียงพูด Meta ประเมินว่าความสำเร็จของโปรเจกต์นี้อาจกลายเป็นต้นแบบให้อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ นำไปสร้าง “อวตาร” ของตัวเองได้ในอนาคต ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

ตัวแทนจาก Synthesia สตาร์ทอัพด้านวิดีโออวตารจากอังกฤษ มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ ให้ความเห็นว่า การที่ผู้บริหารนำ AI มาช่วยบริหารจัดการภายใน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป “เมื่อใช้ระบบภาพและเสียง AI ที่สมจริง อัตราการมีส่วนร่วมและการจดจำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน คนส่วนใหญ่จะรับสารได้ดีขึ้นเมื่อมาจากใบหน้าหรือน้ำเสียงที่คุ้นเคย”

Meta สร้าง AI อวตาร 'ซักเคอร์เบิร์ก' ให้พนักงานเข้าถึงได้ทุกเวลา

เดินหน้าจัดทัพองค์กรด้วย AI

ระหว่างรอ AI โคลนนิ่งเสร็จสมบูรณ์ ซักเคอร์เบิร์กยังคงต้องเดินสายประชุมกับพนักงานด้วยตัวเอง เหมือนเช่นการประชุม Town Hall เมื่อปี 2023 ที่เขาต้องรับมือกับคำถามกดดันจากพนักงาน เรื่องความมั่นคงในอาชีพและนโยบายการทำงานจากที่บ้าน ซึ่งเกิดขึ้นหลังบริษัทประกาศปลดพนักงานรวดเดียว 10,000 ตำแหน่ง

สำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า ในอนาคต Meta จะมีระบบ AI ส่วนตัว หรือที่เรียกว่า “CEO Agent” เข้ามาช่วยซักเคอร์เบิร์กสรุปข้อมูลภายในองค์กรและเตรียมความพร้อมก่อนการประชุม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักที่ต้องการนำ AI มาใช้งานจริงเพื่อลดต้นทุนและเร่งความเร็วในการทำงาน

การบูรณาการ AI เข้าสู่ธุรกิจของ Meta (รวมถึง WhatsApp) มีเป้าหมายเพื่อลดความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กร ซักเคอร์เบิร์กเคยเน้นย้ำเมื่อต้นปีว่า บริษัทกำลังให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อชิงความได้เปรียบในสมรภูมิ AI ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เป้าหมายสูงสุดของซักเคอร์เบิร์กคือก้าวไปสู่การสร้าง “Superintelligence” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ในทุกมิติ

สัปดาห์ที่ผ่านมา Meta เพิ่งเปิดตัวโมเดล AI ล่าสุดอย่าง Muse Spark ที่โดดเด่นด้านการวิเคราะห์ภาพและภาษา โดยสามารถประเมินแคลอรีอาหารจากรูปถ่าย ไปจนถึงช่วยวางแผนทริปท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวและค้นหากิจกรรมสำหรับเด็กได้พร้อมๆ กัน แม้จะยังมีข้อจำกัดเรื่องการเขียนโค้ดและการใช้เหตุผลเชิงนามธรรมอยู่บ้างก็ตาม

Admin