Sunday

1 March 2026

ยุคแห่งหุ่นยนต์

สักวันมนุษย์จะไม่ต้องทำงาน เพราะ AI และหุ่นยนต์จะมารับหน้าที่แทน” แนวคิดนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝัน หากผู้พูดไม่ใช่ “อีลอน มัสก์” มหาเศรษฐีผู้ปลุกปั้นนวัตกรรมหลายอย่างให้เป็นความจริง ไม่ว่าจะเป็นเทสลาที่จุดกระแสยานยนต์ไฟฟ้าให้ฮอตฮิตไปทั่วโลก, สเปซเอ็กซ์ ซึ่งมีนวัตกรรมจรวดส่งดาวเทียมที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมถึงสตาร์ลิงก์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียมราคาจับต้องได้

โดย “อีลอน มัสก์” กล่าวในงานเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม 2026 ที่กรุงดาวอส เมื่อปลายเดือนมกราคม 2026 ว่า วันหนึ่งเราจะสามารถผลิต AI และหุ่นยนต์ได้เยอะจนสามารถรองรับความต้องการทั้งหมดของมนุษย์ได้ เพราะสมมุติว่าหุ่นยนต์และ AI ทำงานได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าใครก็ต้องอยากได้มาช่วยดูแลเด็กหรือสัตว์เลี้ยงให้อยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน “อีลอน” ยังคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2026 นี้ AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ และจะแซงหน้าสติปัญญารวมของมนุษยชาติภายในเวลา 5 ปี

แน่นอนว่า แนวคิดเรื่องหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาทดแทนมนุษย์ในการทำงานต่าง ๆ ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและงานบ้านนั้น มีมานานหลายทศวรรษแล้ว แต่ในปี 2026 นี้ คำกล่าวนี้ใกล้ความจริงมากกว่ายุคสมัยใด ๆ ด้วยความก้าวหน้าของ 2 เทคโนโลยีอย่าง AI และหุ่นยนต์ที่มาบรรจบกัน

เห็นได้จากงาน CES 2026 งานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งในปีนี้ หุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์ กลายเป็นดาราเด่นของงาน โดยเฉพาะ แอตลาส (Atlas) หุ่นยนต์จากความร่วมมือระหว่าง ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป กับบอสตัน ไดนามิกส์

ซึ่งตามข้อมูลแอตลาสมีจุดเด่นเป็นมือคล้ายมนุษย์พร้อมระบบรับรู้แรงกด ยกของได้หนักสุด 50 กิโลกรัม สามารถทำงานได้ทั้งแบบอัตโนมัติและมีผู้ควบคุม รองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ -20 องศาเซลเซียส ถึง 40 องศาเซลเซียส โดยแบต 1 ชุดทำงานได้ 4 ชั่วโมง และสามารถเปลี่ยนแบตด้วยตัวเองได้ภายใน 3 นาทีเท่านั้น

โดยจุดแตกต่างคือ ฮุนได ไม่เพียงประกาศแผนนำแอตลาส จำนวนนับหมื่นตัว มาใช้ในโรงงานตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป โดยเริ่มจากส่วนงานจัดเรียงชิ้นส่วน ก่อนประเมินประสิทธิภาพ และขยายหน้าที่เพิ่มเติม จนภายในปี 2030 คาดว่าจะสามารถใช้แอตลาสในกระบวนการประกอบชิ้นส่วน รวมถึงในระยะยาวมีแผนที่นำไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ของโรงงาน เช่น การยกของหนัก หรืองานที่ต้องเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ

แต่ยังเตรียมตั้งโรงงานผลิตหุ่นยนต์แอตลาสสำหรับจำหน่ายด้วย โดยคาดว่าจะสามารถจัดส่งหุ่นยนต์ได้ 30,000 ตัว/ปี ขณะเดียวกัน ด้านบอสตัน ไดนามิกส์ ยังเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อหุ่นยนต์แอตลาสเข้ามามากจนยอดผลิตปี 2026 เต็มแล้ว โดยยอดสั่งซื้อมาจากฮุนไดและกูเกิล

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรายอื่นต่างเดินหน้าเรื่องหุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์เช่นกัน อาทิ แอลจี ที่นำ CLOiD หุ่นยนต์พ่อบ้านมาโชว์ความสามารถด้านการทำงานบ้าน หลากหลายไม่ว่าจะเป็นนำผ้าใส่เครื่องซัก-อบผ้าและนำออกมาพับเก็บ นำจานอาหารใช้แล้วจากโต๊ะอาหารไปใส่เครื่องล้างจาน รวมถึงสามารถทำอาหารด้วยเตาไฟฟ้าหรือเตาอบได้

รวมถึงยังเป็นศูนย์กลางสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ในบ้าน เช่น เปิด-ปิด-ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ, ควบคุมระบบแสงสว่าง รวมไปถึงเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยให้คำแนะนำกิจวัตรประจำวัน เช่น การออกกำลังกาย, เมนูอาหารเย็น ฯลฯ ได้ราวกับเป็นพ่อบ้าน หรือ Butlers ส่วนตัว

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงอนาคตที่หุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้ชัดเจนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

Admin