ก้าวย่างครั้งสำคัญของวงการอุดมศึกษาและเทคโนโลยีไทยเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลังร่วมกับมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ (NTU) จากสหราชอาณาจักร ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือเพื่อจัดตั้ง “Sister Center” ซึ่งถือเป็นศูนย์นวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยมี ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีร่วมกับ ศ.เดวิด เพทลีย์ อธิการบดีและประธานมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงอย่าง ศ.เซียว หม่า ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงธุรกิจและอุตสาหกรรม ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ และ รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ อาคารพระจอมเกล้า
หัวใจหลักของการสร้าง “Sister Center” ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) คือการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนด้าน AI เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจอย่างเข้มข้นใน 4 มิติสำคัญ ประกอบด้วย AI สำหรับภาคการผลิต งานบริการ การตลาดและข้อมูล รวมถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการทดสอบนวัตกรรมผ่าน AI Testbed และเครือข่าย INEIC เพื่อผลักดันผู้ประกอบการด้าน STEM ของไทยให้สามารถก้าวสู่การแข่งขันในระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณที่บูรณาการร่วมกับแหล่งทุนสำคัญอย่าง ISPF-UK และ TSRI
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ระบุว่าความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปีนี้ ได้ยกระดับจากการทำงานรายโครงการสู่การพัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษาที่ยั่งยืนผ่านกลไก Higher Education Sandbox ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ศ.เดวิด เพทลีย์ ที่ต้องการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG
รองปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. และมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลเป็นรูปธรรมผ่าน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ Experiential Learning Programme (ELP) และศูนย์พัฒนาทักษะด้าน AI ซึ่งเป็นต้นแบบความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร และต่อยอดสู่การขยายผลในระดับประเทศ ความร่วมมือดังกล่าวจะครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การพัฒนาทุนมนุษย์และวิชาการ (2) การวิจัยและการสร้างองค์ความรู้ร่วมกับสถาบันไทย อาทิ ม.เชียงใหม่ (3) นวัตกรรมและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ (4) ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และ (5) กลไก Higher Education Sandbox เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน โดยกระทรวง อว. ได้บูรณาการแหล่งทุนสำคัญ เช่น ISPF-UK และ TSRI เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ ศ.เซียว หม่า และ ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ต่างเชื่อมั่นว่าการรวมพลังระหว่างเทคโนโลยีและบุคลากรครั้งนี้จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการสร้างผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
ส่วน รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ยืนยันความพร้อมของ STeP ในการแปลงยุทธศาสตร์นี้ไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้มั่นคงในระยะยาว