Sunday

30-November-2025

รู้จัก Chen Tianshi อัจฉริยะชิป AI จีน ผู้ก่อตั้ง Cambricon ที่คนจีนลุ้นให้เป็น Nvidia เวอร์ชันจีน

ถ้าพูดถึงคลื่นลูกใหม่ของวงการชิปจีน ชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้น Chen Tianshi ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Cambricon Technologies บริษัทที่กำลังถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็น Nvidia แห่งจีนในอนาคต

ในบทความคือเรื่องราวแบบเจาะลึกที่พาคุณไปเข้าใจว่า ทำไม Chen Tianshi ถึงเป็นคีย์แมนสำคัญของการผลักดัน AI + Semiconductors ในจีน และบทบาทของเขาสำคัญกับโลกเทคโนโลยีอย่างไร ?

รู้จัก Chen Tianshi อัจฉริยะชิป AI จีน ผู้ก่อตั้ง Cambricon ที่คนจีนลุ้นให้เป็น Nvidia เวอร์ชันจีน

จากเด็กอัจฉริยะสู่กำลังหลักของระบบวิทยาศาสตร์จีน

Chen เกิดในปี 1985 ที่ Nanchang เติบโตขึ้นมาในครอบครัวธรรมดาๆ ที่มีพ่อเป็นวิศวกรไฟฟ้า และแม่เป็นครูประวัติศาสตร์ แต่พรสวรรค์ของเขาโดดเด่นจนถูกคัดเลือกเข้าศึกษาในโครงการเด็กพิเศษของ University of Science and Technology of China (USTC) ตั้งแต่อายุ 16 ปี

นี่คือสถาบันที่ผลิตนักวิทยาศาสตร์ระดับชาติของจีนจำนวนมาก และ Chen ก็เดินเส้นทางนี้แบบเต็มตัวจนได้ ปริญญาเอกด้านคอมพิวเตอร์จากที่นี่

หลังจบปริญญาเอกจาก USTC Chen เข้าร่วม Institute of Computing Technology ภายใต้ Chinese Academy of Sciences (CAS) และทำงานร่วมกับพี่ชาย Chen Yunji ในปี 2014 ทั้งคู่เปิดตัวผลงานวิจัยด้านชิป AI ชื่อ DianNao ซึ่งสร้างความสนใจอย่างมากในแวดวงวิชาการระดับนานาชาติ 

งานชิ้นนี้เป็นการประกาศว่าจีนสามารถวิจัยและออกแบบ AI Accelerator ที่แข่งขันได้จริง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Chen ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญใน ecosystem AI hardware ของจีน

การถือกำเนิดของ Cambricon Technologies

ปี 2016 คือปีประวัติศาสตร์สำหรับเส้นทางของ Chen เมื่อเขาออกมาตั้งบริษัท Cambricon Technologies โดยตั้งใจจะเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม 

ชื่อ Cambricon มาจากคำว่า Cambrian Explosion หมายถึงเหตุการณ์วิวัฒนาการครั้งใหญ่ในโลกยุคโบราณ เรียกได้ว่าเป็นการตั้งชื่อที่บ่งบอกความทะเยอทะยานระดับ Ecosystem ว่าบริษัทนี้ต้องการเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการ AI hardware เจเนอเรชันใหม่ CAS เองยังเข้ามาลงทุนตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของรัฐและฝั่งวิชาการอย่างชัดเจน

ก้าวแรกสู่ตลาดใหญ่: ชิปของ Cambricon ในสมาร์ตโฟน Huawei

จุดที่ Cambricon เริ่มเป็นที่รู้จักวงกว้างคือปี 2017 เมื่อ Huawei นำชิป AI ของบริษัทไปใช้ในสมาร์ตโฟน Mate 10 เพื่อช่วยประมวลผลด้านภาพและเกม นี่เป็นหลักฐานว่าชิปที่เกิดจากงานวิจัยของ Chen สามารถใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ แม้ความร่วมมือจะยุติลงในปี 2019 หลัง Huawei เริ่มผลักดันเทคโนโลยีของตัวเอง แต่ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ก็สร้างชื่อเสียงให้ Cambricon อย่างมาก และทำให้ Chen ตัดสินใจลาออกจาก CAS เพื่อทุ่มแรงทั้งหมดให้บริษัทเต็มตัว

แรงส่งจาก Geopolictic ชิปจีนที่เติบโตเพราะการคว่ำบาตร

ในขณะที่ Cambricon พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง บริบทโลกก็ขยับมาสนับสนุนทิศทางของบริษัทอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อสหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงสู่จีน ตลาดจีนจึงเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ในอุปสงค์ด้าน AI Hardware 

ในช่วงเวลานั้นนโยบายใช้ของในประเทศได้รับแรงผลักดันระดับชาติ และ Cambricon กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญที่ถูกยกระดับขึ้นมาทันที ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งกว่า 500% ในปี 2024 ทำให้ Chen กลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้านในชั่วข้ามคืน 

แต่การเติบโตนี้ก็ทำให้เกิดคำถามจากตลาด เพราะบริษัทเองยังไม่เคยทำกำไรทั้งปี และมีค่าใช้จ่ายด้านวิจัยสูงมาก จนทำให้มูลค่าหุ้นถูกประเมินว่าอาจสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน

แม้ Cambricon จะเติบโตเร็ว แต่ก็ต้องเผชิญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง Huawei ซึ่งกำลังผลักดัน GPU ตระกูล Ascend ขึ้นมาเป็นตัวเลือกแทน Nvidia 

และในตลาดจีนหลายงานวิเคราะห์ระบุว่า Huawei อาจมีโอกาสขึ้นสู่ระดับ Nvidia ได้เร็วกว่าบริษัทชิปอื่น ๆ ของจีน เพราะมีทั้งเงินทุน บุคลากร วิจัย และ ecosystem ที่ครบกว่า 

ท่ามกลางการแข่งขันนี้ Cambricon จึงต้องวางตำแหน่งให้ชัดว่าต้องการเป็นผู้ผลิตชิปเฉพาะทางที่รองรับงานของบริษัทเทคในประเทศ หรือจะไล่ตามผู้นำระดับโลกแบบตรงไปตรงมา

Chen เป็นหนึ่งในภาพแทนที่ชัดเจนที่สุดของความพยายามจีนในการสร้างนักวิจัยที่ลงสนามธุรกิจ เขาเป็นบุคคลที่เชื่อมโลกวิจัยและโลกธุรกิจเข้าด้วยกัน ผลงานของเขามีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ต่อประเทศจีนมากกว่าความสำเร็จในระดับบริษัทเพียงรายเดียว 

Cambricon อาจยังไม่ใช่ Nvidia ของจีนในวันนี้ แต่บทบาทของ Chen ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Hardware ที่ผลิตในประเทศได้ด้วยตนเอง คือกุญแจสำคัญที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีนในระยะยาว

อ้างอิง: bloomberg

Admin