วิสัยทัศน์ของ Skoda ต่อ AI ในฐานะจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยนต์ ซีอีโอ Klaus Zellmer มองว่า AI จะเปลี่ยนทั้งประสบการณ์ผู้ขับ การทำงานภายในองค์กร และบทบาทของผู้ขายรถ
โดยเน้นความเรียบง่าย ความปลอดภัย และความเป็นมนุษย์
AI จะไม่แทนที่คน แต่จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนทำงานได้ดีขึ้น และทำให้รถยนต์กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจผู้ใช้มากขึ้น
ในเช้าวันหนึ่งที่ลอนดอน ย่านฮอกซ์ตันที่เต็มไปด้วยงานศิลปะร่วมสมัยและคาเฟ่ที่คึกคัก Klaus Zellmer ซีอีโอของ Skoda เดินเข้ามาในล็อบบี้ของโรงแรม art’otel ด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตาเฉียบคมของเขาบอกชัดว่าโลกของรถยนต์กำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งสำคัญ เส้นแบ่งที่เขาเรียกว่า “Model T moment” ของยุคปัญญาประดิษฐ์
คำว่า “Model T moment” ไม่ใช่คำพูดลอย ๆ หากย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน Ford Model T ได้เปลี่ยนรถยนต์จากสินค้าหรูหราสำหรับคนไม่กี่คน ให้กลายเป็นเทคโนโลยีที่ทุกครอบครัวเข้าถึงได้ การผลิตแบบสายพานทำให้ต้นทุนลดลงและอุตสาหกรรมรถยนต์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
วันนี้ Zellmer เชื่อว่า AI กำลังทำสิ่งเดียวกัน แต่ไม่ใช่กับเครื่องยนต์หรือโครงสร้างรถ แต่กับ “สมอง” ของรถยนต์ และกับวิธีที่บริษัททั้งบริษัททำงาน
...ภายในรถ Skoda รุ่นใหม่ หน้าจอสัมผัสยังคงอยู่ ปุ่มจริง ๆ ก็ยังไม่หายไปไหน นี่ไม่ใช่ความดื้อดึงแบบอนุรักษนิยม แต่เป็นการตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนหลักการง่าย ๆ ผู้ขับต้องไม่ละสายตาจากถนน
Zellmer บอกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์เคยหลงทางไปกับ “ความดิจิทัลที่มากเกินไป” เมนูซับซ้อนบนหน้าจอรก และคำสั่งที่ต้องใช้หลายขั้นตอน เขาเรียกสิ่งนี้ว่า “visual noise” หรือสัญญาณรบกวนทางสายตา
แต่ AI กำลังเปลี่ยนเกมในรูปแบบที่ดีกว่าเดิม
แทนที่จะต้องกดปุ่มหรือเลื่อนเมนู ผู้ขับสามารถพูดคุยกับรถได้เหมือนคุยกับผู้ช่วยส่วนตัว ไม่ใช่แค่สั่งเปิดแอร์หรือเปิดเพลง แต่ถามได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ “ร้านเบเกอรี่ตรงหัวมุมชื่ออะไรนะ” ไปจนถึง “ฉันมีเวลาอีก 10 นาที แถวนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง”
Skoda ใช้ ChatGPT อยู่แล้ว และกำลังทดลองกับ Google Gemini เพื่อสร้างระบบผู้ช่วยที่ “เข้าใจบริบท” มากขึ้น รถจะรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน กำลังมุ่งหน้าไปทางใด และอะไรคือสิ่งที่คุณสนใจ
รถยนต์ในอนาคตอาจไม่ใช่แค่พาหนะ แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่รู้จักคุณดีขึ้นเรื่อย ๆ
ความเป็นส่วนตัว เส้นแบ่งที่ Skoda ไม่ยอมข้าม
เมื่อรถยนต์เริ่ม “มองเห็น” และ “เข้าใจ” โลกมากขึ้น คำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวก็ยิ่งสำคัญ Zellmer ย้ำชัดว่า Skoda จะเป็นผู้ควบคุมระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น กล้องและเซนเซอร์ ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีภายนอก
แม้ระบบอย่าง Android Auto หรือ Apple CarPlay จะช่วยเสริมประสบการณ์ผู้ใช้ แต่พวกมันจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญอย่างภาพจากกล้องได้ เพราะนั่นคือหัวใจของความปลอดภัยบนท้องถนน
Skoda ต้องการให้ผู้ใช้รู้สึกว่า AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้สอดส่อง
AI ในองค์กร “No process without AI”
ภายในสำนักงานใหญ่ของ Skoda ในสาธารณรัฐเช็ก คำว่า “ไม่มีงานใดที่ไม่ใช้ AI” ไม่ใช่สโลแกน แต่เป็นกฎการทำงาน
ทุกแผนกต้องถามตัวเองว่า AI สามารถทำให้กระบวนการใดเร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ ตั้งแต่การออกแบบรถ การจัดการซัพพลายเชน ไปจนถึงการบริการลูกค้า
แต่ Skoda ไม่ได้ปล่อยให้พนักงานเลือกใช้เครื่องมือ AI ตามใจชอบ เพราะแต่ละเครื่องมือมีจุดแข็งต่างกัน พนักงานมักเลือกใช้เพียงตัวเดียวและพลาดโอกาสจากเครื่องมืออื่น
เพื่อแก้ปัญหานี้ Skoda สร้างระบบภายในชื่อ “Skopilot” ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลาง พนักงานถามคำถามเพียงครั้งเดียว แล้วระบบจะเลือกเครื่องมือ AI ที่เหมาะสมที่สุดให้โดยอัตโนมัติ
นี่คือการทำให้ AI เป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ขององค์กร ไม่ใช่แค่ของเล่นใหม่
Skoda มีพนักงานกว่า 40,000 คน และ AI ทำให้โครงสร้างงานเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ตำแหน่งงานด้านเอกสารหรือการประมวลผลข้อมูลลดลงปีละประมาณ 3% แต่บริษัทเพิ่มตำแหน่งใหม่ด้านเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านองค์กรขึ้นปีละ 1%
Zellmer บอกกับพนักงานเสมอว่า “คุณจะไม่ถูกแทนที่ด้วย AI แต่คุณจะถูกแทนที่ถ้าคุณไม่ใช้ AI”
นี่คือการเปลี่ยนผ่านที่คล้ายกับยุค Model T ไม่ใช่การลดคน แต่เป็นการยกระดับทักษะของคน
โชว์รูมแห่งอนาคต บทบาทใหม่ของผู้ขายรถ
แม้ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์จะหาได้ง่ายขึ้นด้วย AI แต่ Zellmer เชื่อว่าบทบาทของผู้ขายรถจะยิ่งสำคัญกว่าเดิม
ลูกค้าไม่ต้องการให้ใครมาบอกว่ารถทำอะไรได้บ้าง AI ทำหน้าที่นั้นได้แล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องการคือคำแนะนำว่า “รถคันนี้เหมาะกับชีวิตของฉันหรือไม่”
ผู้ขายรถจะกลายเป็นที่ปรึกษา เข้าใจพฤติกรรมการขับขี่ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการเฉพาะของลูกค้า ไม่ใช่แค่ผู้สาธิตฟีเจอร์
และแม้ AI จะช่วยให้ข้อมูลโปร่งใสขึ้น แต่ “สัมผัสของมนุษย์” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจครั้งใหญ่ เช่น การซื้อรถคันแรกของครอบครัว
สำหรับ Zellmer AI ไม่ใช่เวทมนตร์ ไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่มนุษย์ แต่เป็น “ระบบปฏิบัติการใหม่” ของอุตสาหกรรมรถยนต์ เหมือนระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ทุกโปรแกรมทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
Skoda ซึ่งสร้างชื่อจากความคุ้มค่า ความเรียบง่าย และความเป็นมิตรกับผู้ใช้ กำลังใช้ AI เพื่อยกระดับจุดแข็งเหล่านั้น ไม่ใช่เพื่อไล่ตามเทรนด์ แต่เพื่อทำให้รถยนต์เป็นสิ่งที่ใช้งานง่ายขึ้น ฉลาดขึ้น และเป็นมนุษย์มากขึ้น
นี่อาจเป็น Model T moment ในมุมของยุค AI จุดเปลี่ยนที่เราจะมองย้อนกลับมาและรู้ว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากตรงนี้
Key Takeaways
- AI คือ Model T moment ของยุคปัจจุบัน จุดเปลี่ยนที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งระบบ
- รถยนต์จะกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ระบบเสียงและ AI ขั้นสูงทำให้รถตอบคำถามและให้คำแนะนำได้
- Skoda ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ข้อมูลจากกล้องและเซนเซอร์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ผลิต
- AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร ทุกกระบวนการต้องพิจารณาว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้หรือไม่
- บทบาทผู้ขายรถจะเปลี่ยนไป จากผู้สาธิตฟีเจอร์เป็นที่ปรึกษาที่ช่วยลูกค้าเลือกสิ่งที่เหมาะกับชีวิต
- AI ไม่ได้แทนที่คน แต่แทนที่วิธีการทำงานแบบเดิม พนักงานต้องเรียนรู้และใช้ AI เพื่อเติบโตในองค์กร
….
เรียบเรียงโดย AiNextopia
อ้างอิง : Skoda boss says AI is today’s ‘Model T moment’ for the car business.