AI กำลังเปลี่ยนโลกแรงงานและชีวิตประจำวัน

AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นพลังขับเคลื่อนที่กำลังเปลี่ยนทุกมิติของสังคม ตั้งแต่โรงงาน การศึกษา การเมือง ไปจนถึงชีวิตประจำวันของผู้คน ความท้าทายสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์หรือไม่ แต่คือมนุษย์จะปรับตัวอย่างไรให้สามารถอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีที่ทรงพลังนี้ได้อย่างสมดุล เป็นธรรม และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วนของสังคม

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นหัวข้อที่ทั้งโลกจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องการแย่งงานมนุษย์ หรือความหวังว่ามันจะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 ภาพที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นคือ AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีล้ำสมัย หากแต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างแรงงาน การศึกษา การกำกับดูแล และแม้แต่กิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างลึกซึ้งกว่าที่เคยคาดคิดไว้

หนึ่งในเสียงสำคัญที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่นี้มาจาก Shyam Sankar ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีของ Palantir ผู้ซึ่งยืนยันว่า AI ไม่ได้ทำให้แรงงานสายการผลิตต้องตกงานอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ตรงกันข้าม มันกลับช่วยเพิ่มผลิตภาพอย่างก้าวกระโดดในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ และยังช่วยเร่งการจ้างงานและการฝึกอบรมแรงงานรุ่นใหม่อีกด้วย ความเห็นนี้สวนทางกับคำเตือนของนักการเมืองบางกลุ่มที่มองว่า AI จะทำให้แรงงานจำนวนมากถูกแทนที่ แต่ข้อมูลจากภาคธุรกิจกลับสะท้อนภาพที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อบริษัทต่าง ๆ เริ่มใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพมนุษย์แทนที่จะทดแทนพวกเขา

ในอีกมุมหนึ่งของโลกเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านอุปกรณ์สวมใส่ก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน Exoskeleton รุ่นใหม่อย่าง IRMO M1 กลายเป็นตัวอย่างเด่นของการผสาน AI เข้ากับร่างกายมนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ อุปกรณ์นี้ใช้กล้องและเซนเซอร์ LADAR เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ พร้อมปรับแรงช่วยตามความต้องการของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพลังหรือเสริมความแข็งแรง การเดินป่าหรือเดินในเมืองจึงกลายเป็นประสบการณ์ที่เบาสบายและปลอดภัยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีสำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่เป็นอุปกรณ์เสริมสมรรถนะที่อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในอนาคตอันใกล้

ขณะเดียวกัน ภาคการศึกษาก็กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน เมื่อมหาวิทยาลัย Purdue ประกาศบังคับให้นักศึกษาปริญญาตรีทุกคนต้องมี “AI working competency” ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป นี่เป็นครั้งแรกที่สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกำหนดให้ทักษะด้าน AI เป็นข้อบังคับสำหรับทุกสาขาวิชา สะท้อนให้เห็นว่าทักษะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สายวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมอีกต่อไป แต่เป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนต้องมีเพื่อรับมือกับโลกการทำงานยุคใหม่

ในด้านนโยบายสาธารณะ การถกเถียงเรื่องการกำกับดูแล AI ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้าน AI ของทำเนียบขาวออกมาเตือนว่าบางรัฐกำลังผลักดันแนวคิดทางอุดมการณ์เข้าไปในกฎระเบียบ AI มากเกินไป ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลกลางพยายามลดกฎที่มองว่าเป็นภาระเกินจำเป็น ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ว่าการรัฐฟลอริดากลับยืนยันว่ารัฐมีสิทธิออกกฎควบคุม AI ด้วยตนเอง แม้รัฐบาลกลางต้องการกำหนดมาตรฐานระดับชาติ ความขัดแย้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงคำถามสำคัญว่า ใครควรเป็นผู้กำหนดอนาคตของเทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้

ในภาคธุรกิจระดับโลก ผู้บริหารของ Goldman Sachs มองว่า AI กำลังเข้าสู่ “เฟสใหม่” ที่จะเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจ การแข่งขันระหว่างประเทศ และรูปแบบแรงงานที่เติบโตได้ดีในอนาคต เขาเชื่อว่าปี 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ซึ่งองค์กรที่สามารถปรับตัวได้เร็วจะเป็นผู้ได้เปรียบอย่างมหาศาล

ด้านเทคโนโลยีผู้บริโภค OpenAI ก็ประกาศอัปเดตสำคัญสำหรับ ChatGPT Images ที่ช่วยให้การสร้างภาพเร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขภาพแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นจุดอ่อนของเวอร์ชันก่อนหน้า การพัฒนาเช่นนี้ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถควบคุมงานสร้างสรรค์ด้วย AI ได้อย่างละเอียดและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ในฝั่งของ Google Chrome บน Android ก็เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ใช้ Gemini แปลงหน้าเว็บเป็นบทสนทนาเสียงสั้น ๆ คล้ายพอดแคสต์ ทำให้ผู้ใช้สามารถ “ฟัง” เนื้อหาบนเว็บได้แม้ในขณะเดินทางหรือทำงานอื่น ฟีเจอร์นี้สะท้อนแนวโน้มที่ชัดเจนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างเนื้อหา แต่กำลังเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์บริโภคข้อมูลด้วย

ในระดับนโยบายรัฐบาลกลาง สหรัฐฯ เปิดตัวโครงการ “Tech Force” เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีรุ่นใหม่กว่า 1,000 คนเข้ามาทำงานในหน่วยงานรัฐเป็นเวลา 2 ปี เป้าหมายคือเร่งการนำ AI มาใช้ในระบบราชการ ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญในการทำให้ภาครัฐทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้แต่ในวงการกีฬา AI ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างน่าทึ่ง บริษัท Theia เปิดตัวระบบวิเคราะห์วงสวิงเบสบอลที่ใช้เพียงวิดีโอ ไม่ต้องใช้เซนเซอร์หรืออุปกรณ์พิเศษใด ๆ ระบบนี้สามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของร่างกายและทิศทางไม้ตีได้อย่างละเอียด ทำให้ทีมกีฬาและนักกีฬาเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่เคยมีเฉพาะในห้องแล็บระดับสูงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ AI ก็ทำให้เกิดคำถามด้านความเป็นธรรมและความโปร่งใส ตัวแทนสภาคองเกรสผลักดันกฎหมาย AI Civil Rights Act เพื่อป้องกันอัลกอริทึมที่อาจมีอคติ ขณะที่รายงานล่าสุดพบว่า Instacart ใช้ AI ทดลองราคาที่ทำให้ลูกค้าบางกลุ่มต้องจ่ายแพงกว่า ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการกำกับดูแล AI ไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องสิทธิ ความยุติธรรม และความไว้วางใจของสังคม

…..

เรียบเรียงใหม่โดย AiNextopia

อ้างอิง : How AI is powering a productivity boom

Admin