การใช้ AI ในการสรรหาบุคลากรอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดแรงงานโลก
คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าเราจะหยุดมันได้หรือไม่ แต่คือเราจะออกแบบมันอย่างไรให้เป็นธรรม โปร่งใส และไม่ทำให้มนุษย์กลายเป็นเพียงข้อมูลในระบบในยุคที่ผู้สมัครต้องเรียนรู้วิธี “คุยกับ AI” และบริษัทต้องเรียนรู้วิธี “อ่านคนผ่านข้อมูล” การหางานอาจไม่ใช่แค่การพิสูจน์ความสามารถอีกต่อไป แต่เป็นการปรับตัวต่อระบบที่กำลังเรียนรู้จากเราอย่างต่อเนื่อง
อนาคตของการจ้างงานอาจยังไม่ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ มนุษย์และ AI จะต้องเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แข่งขันกันในสนามที่ไม่มีใครชนะจริง ๆ
ในเช้าวันหนึ่งของอเมริกายุคเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้สมัครงานจำนวนมากกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ได้รอคิวสัมภาษณ์กับผู้จัดการฝ่ายบุคคล แต่กำลังตอบคำถามจากระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่มีใบหน้า ไม่มีน้ำเสียง และไม่มีแม้แต่การพยักหน้าให้กำลังใจ
การหางานในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการเตรียมเรซูเม่หรือซ้อมตอบคำถามยอดฮิตอีกต่อไป แต่เป็นการเรียนรู้วิธี “สื่อสารกับอัลกอริทึม” ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนของการจ้างงาน
ภาพใหญ่ของตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ แต่ทรงพลัง และไม่ใช่ทุกคนที่รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ชีวิตดีขึ้น
ข้อมูลจากสมาคมทรัพยากรบุคคลของสหรัฐฯ ระบุว่า กว่าครึ่งขององค์กรในปี 2025 ใช้ AI ในการสรรหาบุคลากร ขณะเดียวกัน ผู้สมัครงานจำนวนมากก็หันไปพึ่งเครื่องมืออย่าง ChatGPT เพื่อช่วยเขียนจดหมายสมัครงานหรือแม้แต่ตอบคำถามสัมภาษณ์
แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปอย่างที่หลายคนคาดหวัง
งานวิจัยของ Anaïs Galdin จาก Dartmouth และ Jesse Silbert จาก Princeton พบว่า หลังการมาถึงของโมเดลภาษาอย่าง ChatGPT ในปี 2022 จดหมายสมัครงานมีความยาวขึ้น เขียนดีขึ้น แต่กลับมีความหมายต่อบริษัทน้อยลงกว่าเดิม เพราะทุกฉบับเริ่ม “เหมือนกันเกินไป” จนแยกไม่ออกว่าใครคือผู้สมัครที่มีศักยภาพจริง
ผลลัพธ์คืออัตราการจ้างงานลดลง และค่าเริ่มต้นของเงินเดือนก็ลดลงตามไปด้วย
Silbert อธิบายว่า หากไม่มีวิธีใหม่ในการทำให้ข้อมูลระหว่างผู้สมัครและบริษัทไหลเวียนอย่างมีคุณภาพ เราอาจกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่ “ทุกคนดูดีเหมือนกันบนกระดาษ แต่ไม่มีใครโดดเด่นจริง”
การที่ผู้สมัครสามารถใช้ AI กดส่งใบสมัครได้เป็นร้อยตำแหน่งในเวลาไม่กี่นาที ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับปริมาณใบสมัครที่มากเกินกว่าจะตรวจสอบด้วยมนุษย์เพียงอย่างเดียว
ทางออกของหลายองค์กรคือการใช้ AI เพิ่มเติม คราวนี้ในขั้นตอนสัมภาษณ์
ผลสำรวจจากบริษัทซอฟต์แวร์ Greenhouse ระบุว่า 54% ของผู้สมัครงานในสหรัฐฯ เคยถูกสัมภาษณ์โดย AI ไม่ใช่แค่การสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอ แต่เป็นระบบที่ตั้งคำถาม วิเคราะห์คำตอบ และให้คะแนนโดยอัตโนมัติ
แต่การนำ AI เข้ามาแทนมนุษย์ไม่ได้ทำให้กระบวนการนี้ “เป็นกลาง” อย่างที่หลายคนหวัง
Djurre Holtrop นักวิจัยด้านอัลกอริทึมและการสัมภาษณ์แบบวิดีโออธิบายว่า
“อัลกอริทึมสามารถลอกเลียนและขยายอคติของมนุษย์ได้”
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง การสบตา หรือแม้แต่การยิ้ม สิ่งที่ไม่ควรเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำงาน แต่กลับถูกระบบบางตัวนำไปใช้เป็นเกณฑ์ประเมิน
Daniel Chait ซีอีโอของ Greenhouse เรียกสถานการณ์นี้ว่า “doom loop”
ผู้สมัครใช้ AI เพื่อสมัครงานจำนวนมาก บริษัทจึงใช้ AI เพื่อคัดกรองจำนวนมากขึ้น ผลลัพธ์คือทั้งสองฝ่ายต่างรู้สึกว่ากระบวนการนี้ “แย่ลงเรื่อย ๆ”
แรงต้านเริ่มก่อตัว เมื่อกฎหมายและแรงงานเริ่มตั้งคำถาม
แม้บริษัทจำนวนมากจะยอมรับเทคโนโลยีนี้อย่างรวดเร็ว แต่แรงต้านก็เริ่มเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ
Liz Shuler ประธานสหภาพแรงงาน AFL-CIO ระบุว่า
“AI ในการจ้างงานเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”
เพราะระบบอาจตัดสินผู้สมัครจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถ เช่น ชื่อ ที่อยู่ หรือความถี่ของการยิ้ม
รัฐอย่างแคลิฟอร์เนีย โคโลราโด และอิลลินอยส์เริ่มออกกฎหมายควบคุมการใช้ AI ในการจ้างงาน เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเทคโนโลยีนี้
แม้คำสั่งฝ่ายบริหารล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะสร้างความไม่แน่นอนให้กับกฎระเบียบระดับรัฐ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานย้ำว่า กฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติที่มีอยู่เดิมยังคงบังคับใช้ได้เต็มที่ ไม่ว่าบริษัทจะใช้ AI หรือไม่ก็ตาม
และคดีความก็เริ่มเกิดขึ้นแล้ว รวมถึงกรณีที่หญิงหูหนวกฟ้องบริษัทสัมภาษณ์งานด้วย AI ที่ไม่รองรับการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
แม้จะมีปัญหา แต่เทคโนโลยีนี้ก็มีด้านสว่างเช่นกัน
ระบบวิเคราะห์เรซูเม่รุ่นใหม่สามารถค้นหาคุณสมบัติที่มนุษย์อาจมองข้าม เปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่ไม่มีประวัติการทำงานแบบดั้งเดิมได้ถูกพิจารณาอย่างเท่าเทียม
แต่สำหรับหลายคน “ความเป็นมนุษย์” ในการจ้างงานกำลังหายไปอย่างรวดเร็ว
Jared Looper ผู้จัดการโครงการด้านไอทีในยูทาห์ เล่าว่าการถูกสัมภาษณ์โดย AI ทำให้เขารู้สึก “เย็นชา” จนถึงขั้นวางสายครั้งแรกที่ระบบโทรมา เขากังวลว่าผู้สมัครที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในโลกที่ต้อง “พูดให้ถูกใจอัลกอริทึม”
คำพูดของเขาสะท้อนความรู้สึกของผู้สมัครจำนวนมาก:
“คนเก่ง ๆ หลายคนอาจถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง”
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
Source: AI hiring is here. It’s making companies and job seekers miserable