พฤศจิกายน 27, 2025 | บทความจาก posttoday
ธีรเดช ดํารงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผ้บริหารด้านกล่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึง บทบาทของเทคโนโลยี Cloud และ AI ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและวางรากฐานการพัฒนาชาติไทย ในงาน POSTTODAY THAILAND SMART CITY 2026 หัวข้อ “Data Center – พลิกประเทศ” โดยเน้นย้ำว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเหล่านี้คือปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการนำพาประเทศไทยสู่ยุคใหม่

Cloud: โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการพัฒนา AI
การบรรยายของ ธีรเดช ดํารงค์พลาสิทธิ์ มุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนนวัตกรรมและพัฒนาประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud, และ Data โดยมี True เป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานและให้บริการ
เขาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ AI เติบโตได้คือ Cloud
“ถ้าไม่มี Cloud ก็ไม่มี AI”
ธีรเดช ดํารงค์พลาสิทธิ์ ย้ำชัดว่า การมี Cloud เป็นโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนา AI แม้แต่การนำเสนอในครั้งนี้ของผู้บรรยายเองก็มีการใช้ AI ในการสร้างสไลด์ โดยมีผู้บรรยายเป็นผู้ป้อนข้อมูล

วิวัฒนาการที่รวดเร็วและการประยุกต์ใช้เพื่อพลิกโฉมประเทศ
ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จากการเชื่อมต่อพื้นฐาน เช่น AR และ IoT สู่แพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์, ระบบอัตโนมัติ, และโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ปัจจุบัน ภาคธุรกิจกำลังก้าวข้ามจากการใช้ข้อมูลในอดีตไปสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Autonomous System) และการสร้าง “Digital Green”
การพัฒนาดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย AI มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นรายเดือน และ Cloud เองก็พัฒนาตามไปด้วยเช่นกัน
ผลกระทบเชิงบวกจากการนำ Data และ AI มาประยุกต์ใช้ต่อประเทศไทยนั้นมีนัยสำคัญ
1. การเติบโตทางเศรษฐกิจ: การใช้ Data และ AI สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ได้ถึง 1.5% ถึง 2.5%
2. การลดต้นทุน: เทคโนโลยีช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 47-50% ในบางภาคส่วน และสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถลดต้นทุนได้ถึง 40-60%
3. การเข้าถึงบริการของประชาชน: สามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเข้าถึงบริการภาครัฐได้ถึง 15-20%

บทบาทของ True: Nation’s Enabler และ Intelligent Infrastructure
True ได้วางบทบาทตัวเองในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) และเป็น “ผู้ส่งเสริมระดับประเทศ” (Nation’s Enabler) เพื่อขับเคลื่อนศักยภาพของประเทศ
หัวใจของการขับเคลื่อนคือการเชื่อมต่อ: True มีบทบาทในการเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ เช่น 5G ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าถึงและประมวลผลข้อมูล
การสร้างมุมมองเดียวของประชาชน: True กำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม “Intelligent One” เพื่อรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ (ทั้งผู้บริโภค ธุรกิจ และ SME) และใช้ API ในการสร้าง “มุมมองเดียวของประชาชน” (Single View of Citizen) หรือ “การไฮเปอร์-ส่วนบุคคล” (Hyper-Personalization) ซึ่งจะทำให้การให้บริการตรงจุดยิ่งขึ้น

กรณีศึกษา: การประยุกต์ใช้ Data ในโลกจริง
การใช้ Cloud และ AI ได้ขยายผลจากการช่วยเหลือภาครัฐไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจค้าปลีก การเงิน และสื่อ เพื่อช่วยให้เข้าใจและระบุคุณค่าทางธุรกิจได้
ตัวอย่างที่สำคัญคือการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
• True ใช้ข้อมูล Geo-location แบบเกือบเรียลไทม์ผ่านเสาสัญญาณเพื่อระบุตำแหน่งผู้ประสบภัยน้ำท่วม เช่น กรณีที่หาดใหญ่
• ข้อมูลนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
• นอกจากนี้ ยังมีการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลประชากร เช่น อายุ โปรไฟล์ และความต้องการ เพื่อให้บริการที่ตรงจุด
วิสัยทัศน์สู่ปี 2030
True มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับทั้งประชาชนและหน่วยงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้
ธีรเดช ดํารงค์พลาสิทธิ์ หวังว่าทุกคนจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในอนาคต การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Cloud และ AI นั้นคล้ายกับการสร้างตึกระฟ้าขนาดใหญ่ Cloud เปรียบเสมือนฐานรากที่แข็งแกร่งและพื้นที่ไม่จำกัด (Data Center) ที่จำเป็นต้องมีก่อน ส่วน AI ก็เปรียบเสมือนสถาปนิกและระบบอัจฉริยะ ที่ถูกสร้างขึ้นบนฐานรากนั้น เพื่อทำให้ตึกสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพสูงสุด
