AI กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ มันอาจเป็นฟองสบู่ที่รอวันแตก หรืออาจเป็นการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เรากำลังเห็นเพียงจุดเริ่มต้น หรือความจริงอาจอยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้วนี้ นักลงทุนที่เข้าใจประวัติศาสตร์และมองเห็นศักยภาพระยะยาวจะสามารถใช้โอกาสนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ผู้ที่วิ่งตามกระแสโดยไม่วิเคราะห์อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่รุนแรง
ในปี 2025 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลายเป็นเวทีที่สะท้อนความหวังและความกังวลของนักลงทุนทั่วโลก ดัชนี S&P 500 ปิดปีด้วยการเติบโตมากกว่า 16% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปีที่สดใสที่สุดของทศวรรษ และเบื้องหลังความสำเร็จนี้คือแรงผลักดันจากบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังทุ่มเททรัพยากรอย่างมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนเชื่อว่า AI คือคลื่นเศรษฐกิจใหม่ที่จะเปลี่ยนโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง เสียงเตือนเรื่อง “ฟองสบู่” ก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
...บริษัทยักษ์ใหญ่เช่น Microsoft, Alphabet, Amazon และ Meta ต่างเร่งลงทุนในศูนย์ข้อมูลและระบบ AI ด้วยงบประมาณรวมที่คาดว่าจะสูงถึง 440 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความเชื่อมั่นในอนาคตของเทคโนโลยี แต่ยังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและพลังงานโลก
Nvidia กลายเป็นหัวใจสำคัญของกระแสนี้ ด้วยชิปประมวลผลที่เป็นเสมือนสมองของการฝึกโมเดล AI มูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งทะยานอย่างไม่เคยมีมาก่อน ขณะที่ Broadcom และผู้ผลิตชิปอื่น ๆ ก็ได้รับอานิสงส์จากความต้องการฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความรุ่งโรจน์ที่เห็นอาจไม่ใช่เรื่องยั่งยืนเสมอไป หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าการใช้เงินมหาศาลเช่นนี้จะสร้างผลตอบแทนจริงได้เร็วพอหรือไม่ ภาพที่เห็นในวันนี้ทำให้นึกถึงฟองสบู่ดอทคอมเมื่อปี 2000 ที่บริษัทจำนวนมากทุ่มลงทุนในอินเทอร์เน็ต แต่ไม่สามารถสร้างรายได้จริงได้ทันเวลา ความคาดหวังที่สูงเกินจริงอาจทำให้ตลาดเปราะบาง และเมื่อความจริงไม่เป็นไปตามฝัน ราคาหุ้นก็อาจร่วงลงอย่างรุนแรง
ในอีกมุมหนึ่ง นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนบางกลุ่มกลับมองว่า AI ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่คือเทคโนโลยีทั่วไปที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก คล้ายกับไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้าสู่ทุกมิติของชีวิตมนุษย์ และเชื่อว่าการใช้งานจริงของ AI เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่การแพทย์ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย การเงินที่ใช้ระบบอัตโนมัติในการจัดการความเสี่ยง ไปจนถึงการผลิตและโลจิสติกส์ที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน การลงทุนมหาศาลในวันนี้จึงอาจเป็นการวางรากฐานที่จำเป็นสำหรับการเติบโตระยะยาว
สำหรับนักลงทุน การมองตลาดในระยะสั้นอาจเต็มไปด้วยความผันผวน ราคาหุ้น AI แกว่งแรงตามข่าวและความคาดหวัง แต่หากมองในระยะกลางถึงยาว หาก AI สามารถสร้างผลิตภาพและรายได้จริง การลงทุนมหาศาลในวันนี้ก็อาจกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลกได้จริง
บทเรียนจากประวัติศาสตร์ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ฟองสบู่ดอทคอมแตกในปี 2000 ทำให้บริษัทจำนวนมากล่มสลาย แต่ผู้ที่รอดมาได้ เช่น Amazon และ Google กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่มักมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ การเลือกลงทุนจึงต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึก ไม่ใช่เพียงการวิ่งตามกระแส
ผลกระทบจากการลงทุนใน AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดหุ้น แต่ยังขยายไปสู่เศรษฐกิจโลกโดยรวม ศูนย์ข้อมูล AI ใช้พลังงานมหาศาลและอาจสร้างแรงกดดันต่อโครงสร้างพลังงานในหลายประเทศ ขณะเดียวกันการแข่งขันระหว่างประเทศก็ทวีความรุนแรงขึ้น จีน สหรัฐฯ และยุโรปต่างเร่งลงทุนเพื่อไม่ให้ตกขบวนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ผลกระทบต่อแรงงานก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตา AI อาจเข้ามาแทนที่งานบางประเภท แต่ก็สร้างงานใหม่ในด้านการพัฒนาและการจัดการระบบ
เมื่อมองภาพรวมแล้ว กระแส AI ในตลาดหุ้นวันนี้สะท้อนทั้งความหวังและความเสี่ยง นักลงทุนควรตระหนักว่า แม้ AI มีศักยภาพมหาศาล แต่การลงทุนที่พุ่งสูงอาจสร้างแรงกดดันและความผันผวนเหมือนฟองสบู่ในอดีต การมองระยะยาวและเลือกบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจแข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
Key Takeaways
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปี 2025 เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยแรงหนุนจากหุ้น AI
- บริษัทยักษ์ใหญ่ลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งอาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง
- ความคาดหวังสูงเกินจริงอาจทำให้ตลาดเปราะบางเหมือนฟองสบู่ดอทคอม
- หาก AI สามารถสร้างผลิตภาพจริง การลงทุนในวันนี้อาจเป็นการวางรากฐานที่คุ้มค่า
- นักลงทุนควรเลือกบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจแข็งแรงและมองระยะยาวเพื่อรับมือกับความผันผวน
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
Source: Is the AI boom a bubble waiting to pop? Here’s what history says