AI ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ที่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ทันที แม้ผู้บริหารจะเชื่อมั่นว่ามันคือเครื่องมือแห่งอนาคต แต่ประสบการณ์จริงของพนักงานกลับสะท้อนว่า AI ยังเต็มไปด้วยข้อจำกัดและความผิดพลาด
การนำ AI มาใช้อย่างไม่เข้าใจบริบทจริงอาจสร้างภาระมากกว่าประโยชน์ หากองค์กรต้องการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องฟังเสียงของพนักงาน ปรับใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับงาน และยอมรับว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในทุกวงการ ตั้งแต่บอร์ดประชุมของบริษัทยักษ์ใหญ่ ไปจนถึงโต๊ะทำงานของพนักงานทั่วไป ผู้บริหารจำนวนมากเชื่อมั่นว่า AI คือเครื่องมือมหัศจรรย์ที่จะพลิกโฉมการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุน
แต่เมื่อมองจากมุมของพนักงานที่ต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้จริง ๆ ภาพที่ปรากฏกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความตื่นเต้นของผู้บริหารอาจเป็นเพียงภาพลวงตา ขณะที่พนักงานจำนวนมากกลับรู้สึกว่า AI ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเลย
...ผลสำรวจจากบริษัทที่ปรึกษา Section ซึ่งสอบถามพนักงานออฟฟิศกว่า 5,000 คน สะท้อนความจริงที่น่าตกใจ ราว 40% ของพนักงานที่ไม่อยู่ในตำแหน่งบริหารกล่าวว่า AI ไม่ได้ช่วยประหยัดเวลาแม้แต่ชั่วโมงเดียวในหนึ่งสัปดาห์ และมีเพียง 2% เท่านั้นที่บอกว่า AI ช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า 12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มผู้บริหารกลับมีมุมมองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพียง 2% เท่านั้นที่คิดว่า AI ไม่ช่วยประหยัดเวลาเลย ขณะที่ 19% เชื่อว่ามันช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า 12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างทางการรับรู้ที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่าง “คนทำงานจริง” และ “คนสั่งงาน”
Steve McGarvey นักออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้เล่าประสบการณ์ตรงว่า การใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) มักให้คำตอบที่ผิดพลาด โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องแก้ปัญหาด้านการเข้าถึงเว็บไซต์สำหรับผู้พิการทางสายตา หลายครั้งที่ AI เสนอวิธีแก้ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เสียเวลาไปกับการตรวจสอบและแก้ไขแทนที่จะช่วยประหยัดเวลา ความผิดพลาดเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันสะท้อนว่าการนำ AI มาใช้โดยไม่เข้าใจบริบทจริงของงาน อาจสร้างภาระมากกว่าประโยชน์
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีกลับแสดงท่าทีเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ถึงกับกล่าวว่าพนักงานจะ “บ้าไปแล้ว” หากไม่ใช้ AI ในทุกงานที่ทำ ขณะที่ผู้บริหารของ Microsoft และ Google ก็อวดว่ารหัสจำนวนมากในบริษัทถูกเขียนด้วย AI ความเชื่อมั่นเช่นนี้ตอกย้ำว่าผู้บริหารกำลังมอง AI เป็นเครื่องมือมหัศจรรย์ที่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้
แต่สำหรับพนักงาน ความรู้สึกกลับเต็มไปด้วยความกังวล ผลสำรวจเดียวกันพบว่า สองในสามของพนักงานรู้สึกวิตกหรือถูกกดดันจากการใช้ AI ขณะที่ผู้บริหารมีเพียงครึ่งหนึ่งที่รู้สึกเช่นนั้น และเกือบ 75% ของผู้บริหารกลับรู้สึกตื่นเต้นกับเทคโนโลยีนี้ ความแตกต่างเช่นนี้สะท้อนถึงความไม่สมดุลของการรับรู้และความคาดหวัง
งานวิจัยหลายชิ้นยังชี้ว่า AI ไม่ได้สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม MIT เคยเผยแพร่ผลการศึกษา พบว่ากว่า 95% ของบริษัทที่นำ AI มาใช้ ไม่เห็นการเติบโตของรายได้ที่มีนัยสำคัญ อีกทั้งงานวิจัยอื่น ๆ ยังระบุว่า AI ล้มเหลวในการทำงานพื้นฐานในสภาพแวดล้อมการทำงานทางไกล หรือแม้แต่การช่วยนักพัฒนาเขียนโค้ดก็กลับทำให้ช้าลงแทนที่จะเร็วขึ้น
Dan Hiester ซึ่งเป็นวิศวกร เล่าว่า AI ทำให้เขาสับสนกับการประเมินเวลาในการทำงาน บางงานที่ควรใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงกลับกลายเป็นทั้งวัน ขณะที่บางงานที่คิดว่าจะใช้เวลาหลายวันกลับเสร็จภายใน 20 นาที ความไม่แน่นอนนี้ทำให้การวางแผนงานยากขึ้น และสะท้อนว่า AI ยังไม่ใช่เครื่องมือที่เสถียรพอสำหรับการทำงานจริง
สิ่งที่น่าสนใจคือ เหตุผลที่ผู้บริหารรู้สึกว่า AI ช่วยประหยัดเวลา อาจเป็นเพราะงานของพวกเขามีลักษณะที่สามารถแทนที่ด้วย AI ได้ง่ายกว่า เช่น การเขียนรายงาน การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการสรุปแนวโน้ม ซึ่งเป็นงานที่ AI สามารถทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่สำหรับพนักงานที่ต้องทำงานเชิงเทคนิคหรือสร้างสรรค์ การใช้ AI กลับเต็มไปด้วยข้อจำกัดและความผิดพลาด
ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกการทำงานยุคใหม่ AI ถูกผลักดันโดยผู้บริหารที่เชื่อมั่นในศักยภาพ แต่กลับไม่รับฟังเสียงของพนักงานที่ต้องใช้มันจริง ๆ ความแตกต่างนี้ไม่เพียงสร้างความตึงเครียด แต่ยังอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดในระดับองค์กร
หากบริษัทไม่เข้าใจว่าการนำ AI มาใช้อย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงแทนที่จะเพิ่มขึ้น
Key Takeaways
- ผลสำรวจชี้ว่าพนักงานจำนวนมากไม่เห็นว่า AI ช่วยประหยัดเวลา ขณะที่ผู้บริหารกลับเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า
- ความแตกต่างทางการรับรู้ระหว่าง “คนทำงานจริง” และ “คนสั่งงาน” กำลังสร้างช่องว่างที่อันตรายต่อองค์กร
- งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า AI ไม่ได้สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน และอาจทำให้บางงานช้าลง
- ความวิตกของพนักงานสะท้อนว่าการบังคับใช้ AI โดยไม่เข้าใจบริบทจริงอาจสร้างภาระมากกว่าประโยชน์
- การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการฟังเสียงพนักงานและปรับใช้ให้เหมาะสมกับงานจริง
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
Source: Workers Say AI Is Useless, While Oblivious Bosses Insist It’s a Productivity Miracle.