บทความจาก prachachat
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 ใกล้เข้ามาทุกที แต่ละพรรคต่างขับเคี่ยวประชันวิสัยทัศน์ และนำเสนอนโยบายสู่สายตาประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนโยบายด้าน “ดิจิทัล” เป็นหนึ่งในสิ่งที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ในฐานะเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
“ประชาชาติธุรกิจ” รวบตึงข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ 4 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และ พรรคประชาธิปัตย์
ปชน. ชูรัฐแพลตฟอร์ม
“พรรคประชาชน” ที่คับคั่งไปด้วยขุนพลด้านเทคโนโลยี และสตาร์ตอัพ มีนโยบาย “รัฐแพลตฟอร์ม” เป็นไฮไลต์สำคัญ ไอเดีย คือการเปลี่ยน “รัฐ” เป็นผู้สร้างฐานรากกลาง และทำให้บริการทั้งหมดจบที่แอปพลิเคชั่นเดียว เพื่อแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนและกระจัดกระจายของบริการรัฐ รวมไปถึง Data Silos ที่ข้อมูลระหว่างหน่วยงานไม่ไหลเวียนถึงกัน…
โดย “รัฐ” จะทำเฉพาะส่วนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล คือ 1.Identity ระบบยืนยันตัวตน 2.Data รัฐเชื่อมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน และ 3.Payment ระบบชำระเงินที่ปลอดภัยเชื่อถือได้ เพื่อปูทางให้เอกชนเข้ามาสร้างบริการที่มีมาตรฐานตามกำหนด และลดความซ้ำซ้อนที่แต่ละหน่วยงานต้องจัดซื้อจัดจ้างแยกกัน
รวมถึงยังต้องการยกระดับ SMEs ด้วยดิจิทัลและ AI โดยนำซอฟต์แวร์บัญชี, ระบบขายหน้าร้าน (POS) และระบบจ่ายเงินออนไลน์ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน พร้อมปกป้อง SMEs ภายใต้กฎเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาธุรกิจไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ และสินค้าราคาถูกที่เข้ามาตัดราคาจนทำลายอุตสาหกรรมการผลิต
ขณะเดียวกันก็มีแนวทางสนับสนุนซอฟต์แวร์ไทยด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และจูงใจเอกชนให้เลือกซื้อบริการดิจิทัลของคนไทยก่อน เพื่อลดการขาดดุลเทคโนโลยี และสร้างฐานการเติบโตให้สตาร์ตอัพไทยออกไปแข่งขันในระดับโลกได้
พท.ปลุก AI Government
ในฝั่งของ “พรรคเพื่อไทย” ชูนโยบาย “AI Government” เพื่อแก้ข้อมูลภาครัฐกระจัดกระจาย ไม่เชื่อมโยงกัน ประชาชนต้องยื่นเอกสารหลายที่รอเวลานาน เนื่องจากพนักงานรัฐมีภาระงานเอกสารจำนวนมาก ทำให้การบริการล่าช้า และการไม่มี “Open & Smart Government” ยิ่งทำให้เกิดปัญหาคอร์รัปชั่น
โดยประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐทั้งหมดผ่าน Super App ลดเวลาและขั้นตอนราชการลง ใบอนุญาตหลักสามารถอนุมัติโดยระบบอัตโนมัติได้ภายใน 1 วัน รวมถึงสร้างระบบ “Digital Governance Dashboard” แสดงผลข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และสถานะโครงการ พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าดูได้
นอกจากนี้ยังมีนโยบาย “AI for All เรียนทันโลก” คนไทยทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตผ่าน AI Learning Platform โรงเรียนกว่า 1,000 แห่งใช้ AI เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยยกระดับครู นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงวัยทำงานที่ต้องการ Upskill-Reskill ให้เท่าทันโลกสมัยใหม่ และสามารถสร้างรายได้ในอนาคต
ภท.ยกระดับการเตือนภัย
ขณะที่ “พรรคภูมิใจไทย” ออกนโยบาย “พร้อมก่อนภัย เคียงข้างไทยทุกสถานการณ์” โดยปรับปรุงระบบเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านการยกระดับฐานข้อมูลการพยากรณ์ภัยต่าง ๆ รวมถึงการเสริมอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคโนโลยีดาวเทียม และ AI ระดับโลก
ถือเป็นการบูรณาการข้อมูลทุกหน่วยงานด้วยความโปร่งใส วางแผนรับมือ ประสานงานอย่างแม่นยำ รวดเร็ว แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด มีการจัดทำผังอย่างละเอียดรายตำบล เพื่อการวางแผนจัดการเมื่อประสบภัย สร้างช่องทางส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนในการประกอบการตัดสินใจ
พร้อมจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน ต้องเป็นสิทธิพื้นฐานที่ครัวเรือนประเทศไทยทั้งหมด 29,505,775 ครัวเรือน ได้รับ โดยรัฐจ่ายค่าประกันภัย 1,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อทำประกันกองทุนภัยพิบัติ รวมมูลค่าเกือบ 30,000 ล้านบาท เมื่อเกิดน้ำท่วม AI จับข้อมูลได้ จะจ่ายทันทีครัวเรือนละ 100,000 บาท หากประชาชนต้องการจะเพิ่มวงเงินเอาประกันสูงขึ้น ก็สามารถทำเพิ่มเองได้
ปชป.ยกระดับกิจการอวกาศ
ด้าน “พรรคประชาธิปัตย์” มีนโยบายยกระดับกิจการอวกาศของไทย ออกแบบกิจการอวกาศไทยใหม่ทั้งระบบ ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานจริงของประเทศ เร่งผลักดันพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ จัดตั้งองค์กรอวกาศแห่งชาติ แยกบทบาทกำกับดูแลออกจากการดำเนินโครงการ ลดความซ้ำซ้อน สร้างกติกาและมาตรฐานที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนลงทุน
พร้อมทั้งขับเคลื่อนความร่วมมือ ASEAN Space Cooperation และยกระดับสู่ ASEAN Space Agency (ASA) ในระยะต่อไป โดยใช้โมเดลการทำงานแบบ European Space Agency (ESA) เพื่อให้ไทยเป็น Space Enabler ของภูมิภาค และผลักดันการใช้งานให้เหมาะสมกับทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายส่งเสริม “Data Economy” เปิดโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของรัฐให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่ทุกคนเข้าถึงได้ จัดตั้ง Government Data Exchange (GDX) เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานรัฐ กำหนดกรอบสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการสร้าง ใช้ จัดเก็บ และทำลายข้อมูล ให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงกำหนดยุทธศาสตร์ใช้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center ให้สร้างงานคุณภาพสูง และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ