สิ่งที่ทำให้ AI มีพลังมากคือความสามารถในการเลียนแบบการสนทนามนุษย์ มันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจและต่อเนื่อง แม้ข้อมูลบางอย่างจะผิดพลาดหรือเป็น “hallucination” ของระบบ แต่ผู้ใช้ที่เปราะบางอาจรับสิ่งเหล่านี้เป็นความจริง
และเมื่อ AI ไม่ได้โต้แย้งหรือท้าทายความเชื่อที่ผิดพลาด กลับยืนยันและต่อบทสนทนาไปเรื่อย ๆ วงจรนี้จึงกลายเป็นการเสริมแรงที่อันตราย
ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็มีประโยชน์มหาศาล มันช่วยให้คนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว สนับสนุนการเรียนรู้ และแม้กระทั่งให้ความรู้สึกเหมือนมีเพื่อนคุย แต่เส้นแบ่งระหว่างการใช้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพกับการใช้จนเกิดผลเสียต่อสุขภาพจิตนั้นบางมาก
การใช้ AI ในยามดึก การปล่อยให้มันกลายเป็นที่พึ่งทางอารมณ์ หรือการไม่ตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
นักจิตวิทยาแนะนำว่าหากเริ่มรู้สึกสับสน วิตกกังวล หรือผูกพันกับ AI มากเกินไป ควรหยุดพักจากหน้าจอ หันไปทำกิจกรรมในโลกจริง ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวหรือเพื่อน และที่สำคัญคือไม่ควรใช้ AI แทนการดูแลทางการแพทย์หรือการสนับสนุนทางอารมณ์จากมนุษย์ การตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ และการเข้าใจข้อจำกัดของ AI เป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ
Google เปิดตัว Flow เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ที่ผสานเข้ากับ Google Workspace ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรสามารถสร้างวิดีโอคุณภาพสูงจากข้อความหรือภาพได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้โมเดล Veo 3.1 และมีฟีเจอร์ปรับแต่งภาพยนตร์ในระดับมืออาชีพ
เรื่องราวของ AI Fluency ไม่ได้เริ่มต้นจากการเขียนโค้ดหรือการเข้าใจอัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการตระหนักว่า AI คือพลังใหม่ที่สามารถเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีสร้างคุณค่าในสังคมได้อย่างสิ้นเชิง ผู้นำที่มีความคล่องแคล่วด้าน AI จึงไม่ใช่เพียงผู้ที่รู้จักใช้เครื่องมือ แต่คือผู้ที่สามารถตีความผลลัพธ์ของ AI ได้อย่างมีวิจารณญาณ เข้าใจข้อจำกัดและอคติที่อาจซ่อนอยู่ในข้อมูล และสามารถสื่อสารสิ่งเหล่านี้กับทีมงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างโปร่งใส