ปี 2026 ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นปีที่ AI Fluency กลายเป็นคุณสมบัติหลักของผู้นำ ไม่ใช่เพียงทักษะเสริม แต่เป็นแกนกลางของการสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์และความไว้วางใจในองค์กร ผู้นำที่เข้าใจ AI อย่างลึกซึ้งจะสามารถสร้างอนาคตที่สมดุลระหว่างเทคโนโลยีและมนุษย์ได้อย่างแท้จริง และจะเป็นผู้ที่สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
AI Fluency จึงไม่ใช่เพียงการพูดถึงเทคโนโลยี แต่คือการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของบทบาทผู้นำในยุคใหม่ ผู้นำที่มีความคล่องแคล่วด้าน AI จะไม่ใช่เพียงผู้ที่รู้จักใช้เครื่องมือ แต่คือผู้ที่สามารถสร้างความไว้วางใจ สร้างคุณค่าใหม่ และสร้างอนาคตที่มนุษย์กับเทคโนโลยีเดินไปด้วยกันได้อย่างสมดุล
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 โลกธุรกิจและสังคมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดจากการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือเสริมสำหรับนักเทคนิค กลับกลายเป็นแกนกลางของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับองค์กร
ความคล่องแคล่วด้าน AI หรือที่เรียกว่า AI Fluency จึงถูกยกให้เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ผู้นำยุคใหม่ต้องมี หากต้องการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในโลกที่ซับซ้อนและไม่แน่นอนเช่นนี้
เรื่องราวของ AI Fluency ไม่ได้เริ่มต้นจากการเขียนโค้ดหรือการเข้าใจอัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการตระหนักว่า AI คือพลังใหม่ที่สามารถเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีสร้างคุณค่าในสังคมได้อย่างสิ้นเชิง ผู้นำที่มีความคล่องแคล่วด้าน AI จึงไม่ใช่เพียงผู้ที่รู้จักใช้เครื่องมือ แต่คือผู้ที่สามารถตีความผลลัพธ์ของ AI ได้อย่างมีวิจารณญาณ เข้าใจข้อจำกัดและอคติที่อาจซ่อนอยู่ในข้อมูล และสามารถสื่อสารสิ่งเหล่านี้กับทีมงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างโปร่งใส
...
ย้อนกลับไปในปี 2025 เราได้เห็นการเกิดขึ้นของระบบ AI ที่มีความสามารถมากขึ้นในการตัดสินใจด้วยตนเอง หรือที่เรียกว่า Agentic AI ระบบเหล่านี้ไม่เพียงแค่ตอบคำถามหรือทำงานตามคำสั่ง แต่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และเลือกแนวทางปฏิบัติได้เอง ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บทบาทของผู้นำเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ผู้นำทำหน้าที่สั่งการและควบคุม กลายเป็นผู้ที่ต้องกำกับดูแลและสร้างสภาพแวดล้อมที่มนุษย์และ AI สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุล
การมี AI Fluency จึงหมายถึงการเข้าใจว่า AI ไม่ใช่กล่องดำที่ให้ผลลัพธ์โดยไม่ต้องตั้งคำถาม แต่เป็นระบบที่ต้องการการตีความและการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ผู้นำที่มีความคล่องแคล่วด้าน AI จะสามารถตั้งคำถามที่ถูกต้องกับผลลัพธ์ที่ได้รับ รู้ว่าข้อมูลที่ป้อนเข้าไปอาจมีอคติ และสามารถจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างความไว้วางใจในองค์กรได้ เพราะพนักงานและลูกค้าจะมั่นใจว่าการใช้ AI ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นการสร้างคุณค่าใหม่ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม
ในโลกที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น คุณสมบัติที่ผู้นำยุคใหม่ต้องมีจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความรู้ด้านเทคนิค แต่รวมถึงการมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ การมีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่สามารถมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ จาก AI การนำแบบมนุษย์เป็นศูนย์กลางที่สร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับความต้องการของคน และความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายก็มีอยู่มากมาย อคติในข้อมูลเป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญ หากผู้นำไม่สามารถตรวจสอบและจัดการได้ อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรมและบั่นทอนความน่าเชื่อถือขององค์กร อีกทั้งการพึ่งพา AI มากเกินไปก็อาจทำให้สูญเสียการใช้วิจารณญาณของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคงมีคุณค่าในโลกที่ซับซ้อนเช่นนี้ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อแรงงานที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะ AI อาจเข้ามาแทนที่งานบางประเภท ผู้นำจึงต้องหาทางสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการดูแลคนในองค์กร และสุดท้ายคือความโปร่งใส หากผู้นำไม่สามารถอธิบายการทำงานของ AI ได้อย่างชัดเจน ความไว้วางใจจากพนักงานและลูกค้าก็จะถูกสั่นคลอน
แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้นำที่ต้องการสร้าง AI Fluency จึงเริ่มจากการลงทุนในความรู้และการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ผู้นำเองต้องเข้าใจและสามารถใช้ AI ได้อย่างมั่นใจ การสร้างวัฒนธรรมการทดลองและนวัตกรรมในองค์กรก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญ เพราะจะทำให้ทีมงานกล้าที่จะลองใช้ AI ในหลายบริบทและเรียนรู้จากความผิดพลาด การกำหนดกรอบจริยธรรมและนโยบายการใช้ AI ที่ชัดเจนก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้ทุกคนในองค์กรรู้ว่าการใช้ AI มีเป้าหมายเพื่อสร้างคุณค่าอย่างรับผิดชอบ และสุดท้ายคือการสื่อสารอย่างโปร่งใสกับพนักงานและลูกค้า เพื่อสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจร่วมกัน
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
Source: AI Fluency As A Defining Leadership Trait: Lessons For 2026
วันที่ 18 พฤศจิกายน บริษัท Google ประกาศเปิดตัว Gemini 3 Pro โมเดล AI เรือธงรุ่นล่าสุด ก่อนครบรอบปีแรกของ Gemini 2 เพียงไม่กี่สัปดาห์ โดยบริษัทอ้างว่าระบบใหม่นี้เป็นโมเดล AI ที่มีความชาญฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดดเด่นด้วยขีดความสามารถในการให้เหตุผลที่ล้ำสมัย
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การสื่อสารกับ AI ไม่ได้เป็นเพียงการตั้งคำถาม แต่คือการออกแบบภาษาที่จะปลดล็อกศักยภาพของโมเดลให้ตอบสนองได้ตรงใจที่สุด บทความนี้พาไปสำรวจความแตกต่างระหว่างสองผู้เล่นหลักในสนาม AI อย่าง ChatGPT และ Claude พร้อมแนวทางการเขียน prompt ที่ช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่คมและทรงพลังยิ่งขึ้น
การก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งปัญญาประดิษฐ์ เมื่อ Google Thailand ภายใต้การนำของ Rafael Scislowski ผู้จัดการคนใหม่ ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมไทยในทศวรรษนี้
FacebookFacebookXXLINELine การฝึก AI ให้ทำงานแทนตัวเองอาจฟังดูย้อนแย้ง แต่สำหรับ Alexander Vasylenko นี่คือการวางเดิมพันที่ชาญฉลาด เขาไม่ได้มองว่า AI คือคู่แข่ง แต่คือเครื่องมือที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการการเงิน และผู้ที่พร้อมปรับตัวจะเป็นผู้ที่อยู่รอด บทเรียนสำคัญคือ: ความมั่นคงในอาชีพไม่ได้มาจากการป้องกันการเปลี่ยนแปลง แต่มาจากการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน และในโลกที่ AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การเปิดใจและลงมือทำตั้งแต่วันนี้คือการลงทุนที่มีค่าที่สุดสำหรับอนาคต…