Universal Basic Capital (UBC) “ทุนพื้นฐานถ้วนหน้า” เป็นแนวคิดที่กล้าหาญและท้าทาย มันไม่ใช่เพียงการแจกเงิน แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในความมั่งคั่งที่ AI สร้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากออกแบบไม่ดี มันอาจกลายเป็นเครื่องมือที่เพิ่มอำนาจให้กับบริษัทและนักการเมืองมากกว่าที่จะลดความเหลื่อมล้ำ
กลางศตวรรษที่ 21 โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรม การมาถึงของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่การเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการสร้างสรรค์งานศิลปะ และอีกสาระพัดอย่าง AI กำลังกลายเป็นแรงงานใหม่ที่ไม่รู้จักเหนื่อย และไม่ต้องการค่าจ้าง
แต่เมื่อเครื่องจักรอัจฉริยะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์แทบทั้งหมด คำถามใหญ่ก็เกิดขึ้น ใครจะได้ประโยชน์จากความมั่งคั่งมหาศาลที่ AI สร้างขึ้น?
...จากรายได้พื้นฐาน สู่ทุนพื้นฐาน
แนวคิด Universal Basic Income (UBI) เคยถูกเสนอว่าเป็นทางออก ซึ่งคือการแจกเงินสดให้ประชาชนทุกคนเพื่อประกันความอยู่รอดในโลกที่งานหายไป แต่ข้อวิจารณ์คือ UBI ไม่ได้แก้ปัญหาความมั่งคั่งที่กระจุกตัวอยู่กับเจ้าของทุน
ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดใหม่ Universal Basic Capital (UBC) หรือ “ทุนพื้นฐานถ้วนหน้า” ไม่ใช่การแจกเงิน แต่คือการให้ประชาชนทุกคนถือหุ้นในบริษัทที่ใช้ AI เพื่อให้ผลกำไรจากการแทนที่แรงงานถูกแบ่งปันอย่างทั่วถึง
ในปี 2026 นักการเมืองอย่าง Bernie Sanders เสนอให้บริษัท AI ขนาดใหญ่ เช่น OpenAI, Anthropic และ xAI มอบหุ้น 50% ให้รัฐบาล เพื่อจัดตั้ง กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ที่จะจ่ายเงินปันผลให้ประชาชนทุกคน
สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในฝ่ายซ้ายเท่านั้น แต่ยังได้รับเสียงสนับสนุนจากบุคคลหลากหลาย ตั้งแต่ Steve Bannon ไปจนถึง Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI และแม้แต่ Donald Trump ต่างก็แสดงความสนใจ(ในรูปแบบของตนเอง)
ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกบ่อยคือ Norway Sovereign Wealth Fund ซึ่งลงทุนผลกำไรจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ จนกลายเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่ากว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 และสามารถจ่ายเงินปันผลให้ประชาชนคนละกว่า 44,000 ดอลลาร์ต่อปี
หาก AI ถูกมองว่าเป็น “ทรัพยากรใหม่” ที่สร้างรายได้มหาศาล การจัดตั้งกองทุนแบบเดียวกันก็อาจทำให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในความมั่งคั่งที่เกิดขึ้น
ความเสี่ยงและข้อถกเถียง
- การออกแบบนโยบาย หากไม่รอบคอบ กองทุนอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่าการกระจายความมั่งคั่ง
- แรงจูงใจของบริษัท บริษัทอาจปรับโครงสร้างเพื่อหลีกเลี่ยงการแบ่งปันผลกำไร
- การกำกับดูแล หากรัฐบาลถือหุ้นใหญ่ในบริษัท AI จะเกิดคำถามเรื่องความเป็นกลางและการแทรกแซงตลาด
มิติทางสังคมและวัฒนธรรม
UBC ไม่ได้เป็นเพียงนโยบายเศรษฐกิจ แต่คือการเปลี่ยนแปลงความคิดเรื่อง “ความเป็นเจ้าของ” ในยุค AI
หากประชาชนทุกคนมีหุ้นในบริษัท AI จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรม จากแรงงานที่ถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร สู่พลเมืองที่เป็นเจ้าของเครื่องจักรเหล่านั้น
นี่คือการปรับตัวของมนุษย์ต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี คล้ายกับการที่สังคมเคยปรับตัวต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เครื่องจักรไอน้ำ หากแต่จะเป็นสมองกลที่คิดได้เอง
Key Takeaways
- UBC คือการให้ประชาชนทุกคนถือหุ้นในบริษัท AI เพื่อแบ่งปันผลกำไรจากการแทนที่แรงงานด้วยอัตโนมัติ
- ต่างจาก UBI ที่แจกเงินสด UBC เน้นการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการลงทุน
- ตัวอย่างจากนอร์เวย์ แสดงให้เห็นว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติสามารถสร้างผลตอบแทนมหาศาลให้ประชาชน
- ความเสี่ยงสำคัญ คือการออกแบบนโยบายที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทและนักการเมืองมากกว่าประชาชน
- UBC อาจเปลี่ยนโครงสร้างสังคม จากแรงงานที่ถูกแทนที่ด้วย AI สู่พลเมืองที่เป็นเจ้าของ AI
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
อ้างอิง : Why Everyone Is Suddenly Talking About ‘Universal Basic Capital. / theatlantic

