IBM ภายใต้การนำของ Arvind Krishna กำลังแสดงให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่คือโครงสร้างใหม่ของโลกธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงนี้จะสร้างผู้ชนะและผู้แพ้ที่ชัดเจน และจะเป็นตัวกำหนดว่าองค์กรใดจะอยู่รอดในยุคที่ AI และ Quantum Computing กำลังหลอมรวมเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของมนุษยชาติ
ในโลกธุรกิจที่กำลังถูกเขย่าโดยคลื่นเทคโนโลยีใหม่ IBM เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตามองมากที่สุด และบุคคลที่อยู่ใจกลางพายุนี้คือ Arvind Krishna ซีอีโอผู้ผลักดันองค์กรเข้าสู่ยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็นโครงสร้างหลักของการดำเนินงานทั้งหมด
เรื่องราวของเขาและ IBM จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงธุรกิจ แต่เป็นการเล่าเรื่องวิวัฒนาการของโลกที่กำลังถูก AI กำหนดทิศทางใหม่อย่างสิ้นเชิง
เมื่อ Krishna ขึ้นรับตำแหน่งในปี 2020 เขาเผชิญกับโจทย์ใหญ่ IBM เป็นบริษัทที่มีรากฐานยาวนาน แต่กำลังเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งที่คล่องตัวกว่าและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
เขาเลือกที่จะไม่เดินตามเส้นทางเดิม แต่หันไปสู่การสร้าง “Agentic Enterprise” แนวคิดที่มองว่า AI ไม่ใช่เพียงส่วนเสริม แต่เป็นตัวแทนที่ทำงานแทนมนุษย์ในหลายบทบาท ตั้งแต่การจัดการข้อมูลไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
...
ในงาน Think 2026 ที่บอสตัน Krishna ประกาศชัดเจนว่าอนาคตของ IBM คือการสร้างองค์กรที่ AI เป็นแกนกลาง ทุกกระบวนการจะถูกออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับการทำงานของระบบอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมืออย่าง watsonx Orchestrate ที่ช่วยให้ทีมงานทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างราบรื่น หรือ IBM Concert ที่ทำหน้าที่เป็น “สมองกลาง” ตรวจสอบและกำกับการทำงานของ AI ทั้งหมด
ความพยายามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า IBM กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ไม่เพียงแต่ใช้ AI แต่ทำให้ AI กลายเป็นระบบนิเวศขององค์กร
สิ่งที่น่าสนใจคือ IBM ไม่ได้หยุดอยู่ที่ AI เท่านั้น แต่ยังลงทุนใน Quantum Computing ซึ่ง Krishna มองว่าเป็น “วงล้อหมุน” ที่จะเสริมพลังให้ AI ก้าวกระโดดไปอีกขั้น เขาเชื่อว่าควอนตัมจะช่วยให้ AI สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าความสามารถของคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม
และในทางกลับกัน AI ก็จะช่วยให้ควอนตัมถูกนำไปใช้จริงในอุตสาหกรรม ตั้งแต่การค้นหายาใหม่ไปจนถึงการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความท้าทายใหญ่คือการกำกับดูแล เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างหลักขององค์กร ความโปร่งใสและความสามารถในการตรวจสอบจึงเป็นสิ่งจำเป็น
IBM จึงพัฒนา Sovereign Core เพื่อสร้างระบบที่สามารถควบคุมและตรวจสอบการทำงานของ AI ได้อย่างเข้มงวด
งานวิจัยของ IBM เองก็ชี้ว่า 83% ของซีอีโอเชื่อว่าความสำเร็จของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเทคโนโลยี แต่ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้จริง
เรื่องราวของ Arvind Krishna และ IBM จึงเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกธุรกิจ
จากการใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริม ไปสู่การสร้างองค์กรที่ AI เป็นแกนกลางของทุกการตัดสินใจและทุกกระบวนการ การเดินทางนี้ไม่ใช่แค่การลงทุนในเทคโนโลยี แต่คือการออกแบบอนาคตใหม่ของธุรกิจและสังคม
Key Takeaways
AI กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือเสริมเป็นโครงสร้างธุรกิจหลัก
องค์กรที่ปรับตัวเร็วจะได้เปรียบมหาศาล
Quantum Computing และ AI จะเสริมกันเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่
การกำกับดูแลและความโปร่งใสคือหัวใจของการใช้ AI อย่างยั่งยืน
Meta เดินหน้าผลักดันศักยภาพ AI สู่การใช้งานจริง โดยปักหมุดให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ 4 ของโลกต่อจากลอนดอน, สิงคโปร์ และเวียดนาม ในการจัดงานอีเวนต์สุดพิเศษ ‘A Weekend with Meta AI x Song Wat’