บทความจาก today.line
สยามพิวรรธน์ เอ็กซ์โพเนนเชียล ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud เดินหน้าใช้ AI เต็มรูปธรรม หลังเข้าร่วมโครงการ “ปัญญาไท” (PanyaThAI) เน้นพัฒนาและขยายการใช้งาน “Agentic AI” เต็มรูปแบบในระบบนิเวศธุรกิจ เน้นสร้าง ROI-Use Case ที่วัดผลได้จริง นำร่องใช้ Vertex AI ยกระดับการค้นหาเฉพาะบุคคล การบริหารแคมเปญ และการสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อ
16 ธันวาคม 2568- กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารจุดหมายปลายทางระดับโลก อาทิ สยามพารากอน และไอคอนสยาม พร้อมด้วย บริษัท เอ็กซ์โพเนนเชียล จำกัด (Xponential Co. Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทด้านดิจิทัลในเครือ ได้ประกาศการขยายกลยุทธ์ด้านดิจิทัลครั้งสำคัญ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในระดับองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud และการเข้าร่วมโครงการ “ปัญญาไท” (PanyaThAI) ที่เปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้
สยามพิวรรธน์ในฐานะหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งโครงการ PanyaThAI ของ Google Cloud และเป็นผู้พัฒนา Global Destination รายเดียวในประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพการใช้ AI สำหรับองค์กร เพื่อร่วมพัฒนา ประยุกต์ และขยายการใช้งาน Agentic AI ระดับองค์กร ด้วยการใช้โซลูชันของ Google Cloud ในการสร้าง Use Case ที่ก่อให้เกิดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) แบบ Full-Stack โดยโครงการ PanyaThAI จะนำร่องในช่วงแรกกับ 15 องค์กร เพื่อสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงให้กับภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ

นายอักเซล วินเทอร์ Chief Executive Officer บริษัท เอ็กซ์โพเนนเชียล จำกัด และ Chief Digital Officer บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและใช้งานระบบนิเวศดิจิทัลแบบรวมศูนย์บน Google Cloud ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาระบบ SaaS แบบเดิม และลดต้นทุนโดยรวมลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
หลังจากที่บริษัทได้วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือกับ Google Cloud จึงเป็นกลไกสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนแผนงานด้าน AI ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ โดยยกระดับจากการนำ AI มาใช้ในระดับพื้นฐานไปสู่การประยุกต์ใช้งานขั้นสูง นายวินเทอร์ระบุว่า การเข้าร่วมโครงการ PanyaThAI และการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ระดับโลกของ Google รวมถึงโมเดล Gemini 3 ของ Google Cloud ทำให้สามารถขยายการใช้งาน AI ได้อย่างเป็นรูปธรรมทั่วทั้งระบบอีโคซิสเต็ม และกำลังก้าวข้ามไปไกลกว่าการทดลองใช้งาน ไปสู่การขยายผลโซลูชันระดับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้อย่างแท้จริงให้แก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ความร่วมมือกับ Google Cloud ได้ส่งผลให้เกิดการนำเทคโนโลยี AI มาใช้งานจริงในแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่เชื่อมโยงประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์ โดยได้มีการนำเทคโนโลยี AI ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเข้ามาแทนที่ระบบเดิมในส่วนต่างๆ เช่น:
- การค้นหาสินค้าแบบอัจฉริยะ: มีการนำศักยภาพในการค้นหาข้อมูลเชิงความหมายของ Vertex AI Search & Recommendation มาใช้ เพื่อยกระดับการค้นหาและแนะนำสินค้าให้สามารถให้คำแนะนำที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
- การบริหารแคมเปญการตลาดด้วย AI: มีการนำโมดูลการบริหารแคมเปญการตลาดที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กรมาใช้งาน โดยใช้ BigQuery เป็นฐานข้อมูลกลางในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ และใช้ระบบหลัก “Smart Rules” ซึ่งทำงานร่วมกับ Vertex AI เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Targeting) และการแบ่งเซกเมนต์ (Segmentation) ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ลูกค้าได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ทำล่าสุดผ่านช่องทางต่างๆ นอกจากนี้ ระบบยังมีความสามารถด้านการแนะนำข้อความและการแปลภาษาที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้โดยตรง
- ประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ (Frictionless Experiences): ฟีเจอร์ “Snap & Collect” ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Vision AI และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ได้กลายเป็นส่วนสำคัญใน Customer Journey โดยใช้ในการอ่านข้อมูลจากใบเสร็จการช้อปปิ้งโดยอัตโนมัติ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และการสแตมป์บัตรจอดรถอิเล็กทรอนิกส์ (E-Stamp)

นายอรรณพ ศิริติกุล กรรมการผู้จัดการ Google Cloud ประเทศไทย กล่าวว่า สยามพิวรรธน์และเอ็กซ์โพเนนเชียลเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการดำเนินงานให้ทันสมัย แต่ยังส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์เฉพาะบุคคลขั้นสูง (Hyper-personalization) ให้ตรงใจลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อแพลตฟอร์มหลักใช้งานเต็มรูปแบบและการผสาน AI ดำเนินไปด้วยดี เอ็กซ์โพเนนเชียลจึงมุ่งสู่ก้าวต่อไปในอนาคต โดยในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ความร่วมมือครั้งนี้จะเร่งขยายศักยภาพของ “Agentic AI” ซึ่งหมายถึงระบบ AI ที่สามารถปฏิบัติภารกิจที่ซับซ้อนโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน AI ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น และเสริมสร้างประสบการณ์ลูกค้าเฉพาะบุคคลให้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบันได้มีการนำ AI Agents บางส่วนมาใช้งานแล้ว เช่น:
- Predictive Agents: พัฒนาโมเดล “Next Best Offer” เพื่อคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าแบบเรียลไทม์
- Generative Content & Translation: ใช้ประโยชน์จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ก้าวล้ำของ Google เพื่อสร้างคอนเทนต์โดยอัตโนมัติและให้บริการแปลภาษาแบบทันที เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
