บทความจาก autodeft
ปัญญาประดิษฐ์อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมขนส่งในอนาคต ทำให้รถบรรทุกกลายเป็นยานยนต์ไร้คนขับ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น AI กำลังถูกนำมาใช้ในบทบาทที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือเป็นเครื่องมือของรัฐในการจัดการกับบริษัทขนส่งที่จ้างคนขับรถต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย

กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ (DOT) เปิดเผยแผนใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อสแกนหาบริษัทที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายแรงงานและใบอนุญาตขับขี่เชิงพาณิชย์ โดย Steven Bradbury รองรัฐมนตรีคมนาคม กล่าวในงานประชุมประจำปีของ Transportation Research Board ที่กรุงวอชิงตันว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้รัฐ “จับผู้กระทำผิดได้เร็วและแม่นยำกว่าการตรวจสอบโดยมนุษย์”
Bradbury ระบุว่า การจ้างคนขับรถต่างชาติผิดกฎหมายเป็นปัญหาที่แพร่หลาย และส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของคนขับรถชาวอเมริกัน เพราะแรงงานเหล่านี้ยอมรับค่าจ้างที่ต่ำกว่า ทำให้ค่าแรงในตลาดถูกกดลงอย่างรุนแรง เขาใช้คำแรงว่าแนวปฏิบัตินี้กำลัง “แย่งข้าวในจานของคนขับท้องถิ่น”
แนวคิดหลักคือการให้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งใบอนุญาตขับขี่ ประวัติการจ้างงาน และข้อมูลบริษัท เพื่อค้นหารูปแบบการทุจริตที่มักหลุดรอดจากการตรวจสอบแบบเดิม ๆ
กดดันรัฐ – ใบอนุญาตอาจถูกเพิกถอน
ก่อนหน้านี้ สำนักงานความปลอดภัยการขนส่งทางถนนเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ (FMCSA) ได้เริ่มกดดันรัฐต่าง ๆ ที่มีการออกใบอนุญาตขับขี่เชิงพาณิชย์ (CDL) อย่างน่าสงสัย บางรัฐถึงขั้นถูกขู่ว่าจะตัดอำนาจในการออกใบอนุญาต หรือระงับงบประมาณด้านคมนาคมมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ หากไม่เร่งแก้ไขปัญหา
กฎฉุกเฉินที่เสนอไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกใบอนุญาตแบบ non-domiciled licenses คาดว่าจะกระทบตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมขนส่งราว 200,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม กฎดังกล่าวกำลังถูกศาลรัฐบาลกลางสั่งชะลอไว้ หลังมีเสียงคัดค้านจำนวนมากจากผู้ประกอบการและแรงงาน ที่กังวลว่าจะกระทบซัพพลายเชนและลงโทษคนทำงานที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

AI กับเกมการเมือง
แผนใช้ AI ครั้งนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางทางการเมืองของรัฐบาลปัจจุบัน Bradbury ใช้เวทีเดียวกันย้ำแนวนโยบาย “ลดกฎระเบียบ” ภายใต้นโยบาย 10 ต่อ 1 คือออกกฎใหม่ 1 ฉบับ ต้องยกเลิกกฎเดิม 10 ฉบับ โดย DOT ระบุว่าขณะนี้มีมาตรการยกเลิกกฎแล้วถึง 78 รายการ และยังไม่มีกฎสำคัญใหม่ออกมา
เขายังชี้ว่าการผ่อนคลายมาตรฐานอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็นหนึ่งในมาตรการใหญ่ ที่อ้างว่าจะช่วยประหยัดต้นทุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ กว่า 100,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ DOT ยังกลับมาเดินหน้าเรื่องกฎระเบียบรถยนต์ไร้คนขับอีกครั้ง หลังชะลอมาหลายปี โดยเตรียมเร่งกระบวนการอนุมัติและออกแนวทางที่ชัดเจนขึ้น
สัญญาณชัดถึงผู้ประกอบการ
สารที่รัฐบาลส่งถึงบริษัทขนส่งชัดเจนมาก—ยุคของ “ตำรวจดิจิทัล” มาถึงแล้ว คอมพิวเตอร์ที่ฉลาดขึ้นจะจับตาทุกข้อมูลอย่างละเอียด ว่าสุดท้ายแล้ว AI จะทำให้ถนนปลอดภัยขึ้นจริง หรือแค่เพิ่มภาระด้านเอกสารและกฎหมายให้ธุรกิจขนส่ง คงต้องรอดูกันต่อไป แต่ที่แน่ ๆ คนขับรถอาจโดน AI เล่นงาน ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยรถไร้คนขับเสียอีก
ที่มา Carscoops